ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/581790
- วันที่ 28 ก.พ. 2562 เวลา 10:27 น.

ผู้นำสหรัฐ-เกาหลีเหนือ หารือรอบสองที่ฮานอย โลกควรคาดหวังอะไรจากการประชุมครั้งนี้
เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐ-เกาหลีเหนือในรอบที่สอง ระหว่างวันที่ 27-28 ก.พ. ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้พบปะกับนายคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่หลังจากการพบปะเมื่อปีที่แล้วที่ประเทศสิงคโปร์
เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานั้นประธานาธิบดีทรัมป์ได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำกับผู้นำเกาหลีเหนือที่โรงแรมโซฟิเทล รีเจนด์ เมโทรโพล ซึ่งเป็นการรับประทานอาหารร่วมกันในรูปแบบสังสรรค์เป็นกันเอง โดยทั้งสองฝ่ายมีเพียงผู้ติดตามฝ่ายละสองคน กับล่ามแปลภาษาเท่านั้น ซึ่งช่วงของการพบกันครั้งแรกในรอบ 8 เดือนนั้น ทั้งสองผู้นำต่างผลัดกันชื่นชมกันไปมา แต่ยังไม่มีความชัดเจนใดๆถึงประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีตามที่สหรัฐตั้งใจไว้ สอดคล้องกับที่ก่อนหน้าที่ปธน.ทรัมป์จะเดินทางมายังกรุงฮานอยว่า เขาไม่รีบร้อนให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ในเร็วๆนี้
ส่วนวันนี้ (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 09.10 น.ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีทรัมป์ แห่งสหรัฐ และนายคิมจองอึนผู้นำเกาหลีเหนือได้พบปะกันอีกครั้งเป็นวันที่สองของการประชุมผู้นำทั้งสองได้พบกันโดยมีท่าทีที่ผ่อนคลายกันบริเวณทางเดินริมสระว่ายน้ำของโรงแรมเมโทรโพล โดยการนี้ปธน.ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เราทั้งสองไอเดียดีๆมากมาย และว่าเขาไม่รีบที่จะทำข้อตกลงใดๆ เพื่อให้ข้อตกลงนั้นเป็นผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งขอบคุณผู้นำเกาหลีเหนือที่ไม่ทำการทดสอบนิวเคลียร์ใดๆเพิ่มเติม
มีรายงานด้วยว่า นายคิมจองอึนได้ตอบคำถามต่อผู้สื่อข่าวสหรัฐเป็นครั้งแรกด้วย โดยบลูมเบิร์กรายงานว่าผู้สื่อข่าวจากสหรัฐได้ถามนายคิมเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นล่ามได้แปลภาษาและนายคิมตอบกลับมาว่า เขามองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับโอกาสการพูดคุยครั้งนี้
‘ลางสังหรณ์ของผมบอกว่าผลลัพธ์ที่ดีจะออกมา’ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่นายคิมตอบคำถามโดยตรงกับสื่อมวลชนต่างชาติ
โลกควรคาดหวังอะไรจากซัมมิตครั้งนี้?
แม้ว่าจะยังไม่เป็นที่ชัดเจนนักว่าประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้เป็นเรื่องใด แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะเป็นประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี อย่างไรก็ดีประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่รีบร้อนจะบีบให้เกาหลีเหนือลงนามในข้อตกลงใดๆ เพราะเขาคิดว่าข้อตกลงนั้นต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ที่ผ่านมาสหรัฐได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ทางเกาหลีเหนือต้องการปลดนิวเคลียร์แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีเงื่อนไขเรื่องการยกเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก รวมถึงให้สหรัฐถอนทหารจากคาบสมุทรเกาหลีด้วย ส่งผลให้เรื่องนี้ทั้งสองฝ่ายยังคงไร้ความคืบหน้า
ทั้งนี้ พอจะคาดคะเนอย่างคราวๆได้ว่าประเด็นหลักที่ทั้งสองผู้นำจะพูดคุยเรื่องนี้ เช่น
ข้อตกลงการทำลายเตาาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บางส่วนที่เมืองยองบอน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงเปียงยางไปทาเหนือราว 100 กิโลเมตร
ความคืบหน้าในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอาจปูทางไปสู่การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
เกาหลีเหนืออาจยอมเปิดเผยรายละเอียดโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตน
การจัดตั้งสำนักงานประสานงานด้านการทูตทั้งในเปียงยางและวอชิงตันดีซี
การส่งคืนเถ้ากระดูกทหารอเมริกันในสงครามเกาหลีเพิ่มเติม
และสุดท้ายที่หลายฝ่ายจับตาคือ ความเป็นไปได้ของการยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการในรอบเกือบ 70 ปี จากปัจจุบันที่เป็นเพียงข้อตกลงหยุดยิงเท่านั้น



