ผู้ดีล้างไพ่เบร็กซิต ปลดล็อกอนาคตประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/584876

  • วันที่ 28 มี.ค. 2562 เวลา 20:57 น.

ผู้ดีล้างไพ่เบร็กซิต ปลดล็อกอนาคตประเทศ

การที่สภาล่างดึงกระบวนการเบร็กซิตไปจากมือนายกฯ จึงปลุกความหวังการหาทางทะลวงทางตัน ซึ่งจะนำไปสู่การปลดล็อกอนาคตของอังกฤษ

*************************

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

คงกล่าวได้ว่าการเมืองอังกฤษกำลังอยู่ในช่วงฝุ่นตลบที่สุดในรอบ 3 ปีมานี้ นับตั้งแต่การทำประชามติเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2016 และอาจจะฝุ่นตลบไปจนถึงวินาทีสุดท้ายของวันที่ 29 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นเส้นตาย “เบร็กซิต” ที่สหราชอาณาจักรนำโดยอังกฤษ จะต้องออกจากสหภาพยุโรป (อียู)

สภาสามัญชน หรือสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ กำลังหยั่งเสียงเร่งหาแผนทางเลือกเป็นการด่วน และขณะนี้ สิ่งเดียวที่พอจะแน่ชัดแล้วก็คือ ฝ่ายอียูยอมให้เลื่อนกำหนดวันเบร็กซิตออกไป จากเดิมในวันที่ 29 มี.ค.ไปเป็นวันที่ 22 พ.ค. หากสภาสามัญชนสามารถผ่านร่างแผนเบร็กซิตได้ แต่ถ้ายังไม่สามารถผ่านร่างได้ อังกฤษจะต้องออกจากอียูวันที่ 12 เม.ย.โดยไม่มีข้อตกลงใดๆ กับอียู (โนดีล)

แม้อียูยอมเลื่อนวันเบร็กซิตออกไป แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้การเห็นพ้องดีลภายในอังกฤษง่ายขึ้น เพราะก่อนหน้านี้สภาล่างปัดตกดีลเบร็กซิตของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ มาแล้ว 2 ครั้ง นั่นหมายความว่า ต่อให้เมย์พยายามเสนอดีลครั้งที่ 3 ก็ยังไม่มีแนวโน้มได้รับเสียงสนับสนุนอยู่ดี

ท่ามกลางทางตันจนยากจะขยับไปไหน จึงทำให้เกิดการล้างไพ่เบร็กซิตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยกลุ่ม ส.ส.ได้โหวตด้วยคะแนนเสียง 329-302 เห็นชอบญัตติให้สภาล่างเข้าจัดการกระบวนการเบร็กซิตแทนรัฐบาล

กระบวนการเบร็กซิตที่เปลี่ยนมือจากนายกฯ เมย์ มาสู่สภาล่างนั้น จะช่วยเปิดช่องทะลวงทางตันเบร็กซิตได้ โดยทางสภาได้เริ่ม “การโหวตหยั่งเสียง” (Indicative Votes) วานนี้ เพื่อหาความเป็นไปได้เกี่ยวกับทางเลือกเบร็กซิตอื่นๆ นอกเหนือจากดีลของเมย์ โดยการโหวตดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และคาดว่าจะดำเนินไปถึงสัปดาห์หน้า

ในเบื้องต้นนั้น การ์เดี้ยน รายงานว่า มีการยื่นข้อเสนอ 16 ทางเลือกใหม่ ให้สภาล่างพิจารณาในการโหวตหยั่งเสียง ซึ่งรวมถึงดีลถอนตัวออกจากอียูของเมย์ด้วย

สำหรับทางเลือกที่ดูมีความเป็นไปได้ต่อจากนี้ แบ่งเป็นข้อเสนอสู่การออกจากอียูแบบประนีประนอม 3 ทาง หรือซอฟต์เบร็กซิต การยกเลิกเบร็กซิต และการจัดลงประชามติรอบ 2

ทางเลือกแรกที่กลับมาได้รับการสนับสนุนอีกครั้ง หลังถูกปัดตกไปก่อนหน้านี้ คือ “Common Market 2.0” หรือโมเดลความสัมพันธ์กับอียูแบบนอร์เวย์ ซึ่งไฟแนนเชียลไทม์สรายงานอ้างผลสำรวจของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท (IOD) ของอังกฤษพบว่า 55% ของธุรกิจ 1,400 แห่ง เห็นพ้องกับโมเดลนี้ ขณะที่มีรายงานว่า พรรคแรงงานฝ่ายค้านอาจพิจารณาสนับสนุนทางเลือกนี้เช่นกัน

หากอธิบายอย่างรวบรัด โมเดลดังกล่าวเป็นการที่อังกฤษจะไม่อยู่ในสหภาพศุลกากร แต่ยังคงได้รับสิทธิเข้าถึงตลาดเดียว (ซิงเกิ้ล มาร์เก็ต) ของอียูอยู่ ผ่านการเข้าร่วมสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) ซึ่งจะทำให้อังกฤษยังคงค้าขายกับกลุ่มประเทศอียูได้ตามเงื่อนไขข้อตกลงการค้าปัจจุบัน และยังสามารถเซ็นดีลการค้ากับประเทศอื่นๆ ได้อย่างอิสระ

ในปัจจุบัน นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์เป็น 3 ชาติยุโรปที่ใช้โมเดลความสัมพันธ์นี้กับอียู

อย่างไรก็ดี โมเดล Common Market 2.0 มีปัญหาใหญ่อยู่ 2 อย่าง

ปัญหาเรื่องพรมแดนถือเป็นปัญหาใหญ่สุด เนื่องจากประเทศสมาชิก EFTA จำเป็นต้องจัดตั้งด่านศุลกากรกับบรรดาประเทศอียู ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าสวนทางกับเงื่อนไขเรื่อง Backstop ที่ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาชะงักงันบริเวณพรมแดนไอร์แลนด์เหนือของอังกฤษ และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ภายใต้เขตอียู หลังอังกฤษโบกมือลาออกจากอียูไปแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น ประเทศ EFTA ต้องสมทบเงินเข้างบประมาณกลางของอียู ซึ่งคำนวณตามโครงการที่ต้องการเข้าร่วมกับอียู โดยบีบีซีรายงานว่า ในกรณีของอังกฤษนั้นคาดว่าจะอยู่ที่ 9,000 ล้านปอนด์ (ราว 3.77 แสนล้านบาท) ต่อปี

สำหรับความเป็นไปได้ต่อมาคือ “แคนาดาโมเดล” หรือการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอียูแบบเดียวกับแคนาดา ภายใต้ชื่อ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างอียูและแคนาดา (CETA) ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีอิสระในการทำข้อตกลงการค้ากับประเทศต่างๆ ได้

ภายใต้ CETA กำแพงภาษีศุลกากรถูกขจัดออกไป 98% และยังได้รับสิทธิการเข้าถึงตลาดภาคบริการของอียูด้วย

อย่างไรก็ดี โมเดลแคนาดาก็ยังมีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องพรมแดน เนื่องจากแคนาดาไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพศุลกากรหรืออยู่ในตลาดเดียว จึงต้องมีการจัดตั้งด่านศุลกากร หมายความว่าหากอังกฤษจะเดินตามโมเดลนี้ ย่อมเกิดปัญหาเรื่องพรมแดนไอร์แลนด์เหนือตามมา

สำหรับทางเลือกซอฟต์เบร็กซิตสุดท้ายคือ “การอยู่ในสหภาพศุลกากรต่อไป” ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องพรมแดนเหมือนสองทางเลือกแรก แต่ก็จะมีปัญหาเรื่องการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ของอียูแทน ซึ่งคงใช้เวลาอีกนานกว่าอังกฤษและอียูจะเจรจาเงื่อนไขและกฎระเบียบต่างๆ ลงตัวหลังออกจากสหภาพไปแล้ว

ในทางตรงข้าม หากตัดตัวเลือกเรื่องซอฟต์เบร็กซิตออกไป อังกฤษจะมีอีก 2 ทางเลือก คือ การจัดการลงประชามติรอบ 2 และการยกเลิกเบร็กซิต

คงต้องกล่าวว่าอีก 2 ทางเลือกที่เหลือมีความคาบเกี่ยวกันอยู่ โดยแง่หนึ่งนั้น หากอังกฤษสามารถขอให้อียูยกเลิกมาตรา 50 ได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการจัดประชามติรอบ 2 เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ ซึ่งทางเลือกการยกเลิกมาตรา 50 กำลังได้รับแรงสนับสนุนจากพลังมวลชน สะท้อนออกมาจากจำนวนผู้เข้าไปลงชื่อในคำร้องเรียนบนเว็บไซต์รัฐสภาอังกฤษทีทะลุ 5 ล้านรายชื่อไปแล้วเรียบร้อย

ขณะที่อีกแง่หนึ่งนั้น การจะจัดประชามติเป็นเหตุผลสำคัญในการขอให้อียูยกเลิกมาตรา 50 เพื่อล้มกระบวนการเบร็กซิต สัญญาณความเป็นไปได้เรื่องประชามติรอบ 2 เริ่มปรากฏออกมาแล้วจาก ฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีคลังของอังกฤษ ว่าสภาล่างมีแนวโน้มเห็นชอบการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งหากประชามติรอบ 2 ได้รับแรงสนับสนุนมากเพียงพอ จะเท่ากับว่าเป็นการเซตซีโร่ พาอังกฤษกลับไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

การที่สภาล่างดึงบังเหียนกระบวนการเบร็กซิตไปจากมือนายกฯ จึงปลุกความหวังการหาทางทะลวงทางตัน ซึ่งจะนำไปสู่การปลดล็อกอนาคตของอังกฤษต่อไป ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

Leave a comment