ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/584832
- วันที่ 28 มี.ค. 2562 เวลา 13:46 น.

สิงคโปร์เสนอ “วัฒนธรรมหาบเร่แผงลอย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
แชลแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า ทางการสิงคโปร์เตรียมเสนอ “วัฒนธรรมอาหารหาบเร่แผงลอย” (Hawker Culture) ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ต่อองค์การยูเนสโก
รายงานระบุว่าหน่วยงานหลักของรัฐบาลสิงคโปร์ทั้ง 3 หน่วยงานได้แก่ คณะกรรมการมรดกแห่งชาติ (NHB) สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (NEA) และสมาคมผู้ค้าแห่งสิงคโปร์ (FMAS) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันในการส่งเอกสารเสนอวัฒนธรรมอาหารแบบหาบเร่ของประเทศเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า “การเสนอชื่อครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตระหนักในความสำคัญของร้านค้าหาบเร่แผงลอยที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และปกป้องวัฒนธรรมหาบเร่ของประเทศให้กับคนรุ่นหลัง”
สำหรับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกนั้นจะพิจารณาจาก 5 หลักเกณฑ์ เช่นการเสนอนี้เป็นไปตามคำจำกัดความของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกหรือไม่ วิธีการป้องกันวัฒนธรรมที่มีอยู่ และการส่งเสริมวัฒนธรรมในอนาคต
โดยทางยูเนสโกเตรียมจะประกาศผลการตัดสินขึ้นทะเบียนมรดกโลกต่างๆภายในช่วงปลายปี 2020 ซึ่งปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนมรดกที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติไปแล้วถึง 429 รายการ
อย่างไรก็ดี หากพูดถึงคำว่า”หาบเร่แผงลอย”แล้วที่สิงคโปร์มีความต่างจากหาบเร่แผงลอยในบ้านเราอย่างมาก เนื่องจากหาบเร่แผงลอยในประเทศไทยเป็นการขายของบนพื้นที่ทางเท้าหรือพื้นที่สาธารณะต่างๆ
แต่สำหรับสิงคโปร์นั้นแม้จะเป็นประเทศเล็กๆที่มีขนาดจำกัด แต่ก็ยังมีการจัด”พื้นที่สาธาณะ”ให้กับบรรดาร้านค้าแผงลอย ด้วยการจัดหาพื้นที่สำหรับร้านค้าร้านอาหารต่างๆ พร้อมกับมีบริการทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า ห้องน้ำ และพื้นที่จัดเก็บขยะต่างๆอย่างเป็นระบบไว้สำหรับให้บรรดาร้านค้าแผงลอยเช่าโดยตรงกับรัฐ รวมถึงรัฐจะเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้กับร้านค้าแผงลอยนั้นๆเอง
พื้นที่สำหรับร้านค้าหาบเร่เหล่านี้ดูคล้ายกับศูนย์อาหารตามห้างสรรพสินค้าในบ้านเรา ประเมินว่าทั่วทั้งสิงคโปร์จะมีศูนย์หาบเร่แผงลอยลักษณะเช่นนี้อยู่ราว 100 แห่ง มีร้านค้าต่างๆรวมกันมากกว่า 5,000 ร้านค้า


