ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/584819
- วันที่ 28 มี.ค. 2562 เวลา 12:15 น.

เหตุใดความสำเร็จของอินเดียในการยิงขีปาวุธพิฆาตดาวเทียมสำเร็จเป็นชาติที่ 4 ของโลกจึงสำคัญ
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียได้ประกาศความสำเร็จเป็นชาติมหาอำนาจทางด้านเทคโนโลยีอวกาศ จากการที่นักวิทยาศาสตร์ของอินเดียประสบความสำเร็จใน”ภารกิจศักติ” หรือการปล่อยขีปนาวุธทำลายดาวเทียมที่ลอยลำอยู่นอกโลกในวงโคจรต่ำได้เป็นผลสำเร็จ
ความก้าวหน้าครั้งนี้นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของเทคโนโลยีด้านอวกาศและเทคโนโลยีทางทหารของประเทศ ทางตะวันออกของประเทศ และสามารถสอยทำลายดาวเทียมในวิถีโคจรลงมายังพื้นโลกได้ในเวลาเพียง 3 นาที
ความสำเร็จนี้นับเป็นชาติที่ 4 ของโลกที่สามารถยิงขีปนาวุธทำลายในลักษณะดังกล่าวได้ ต่อจากสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน
“เป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจของชาวอินเดีย และเป็นความสำเร็จที่จะจารึกชื่อของอินเดียในห้วงอวกาศ” นายกโมดียังย้ำว่าเทคโนโลยีนี้มีไว้เพื่อพัฒนาประเทศเท่านั้น ไม่ได้ต้องการสร้างสงครามกับฝ่ายได้
ทั้งนี้ สำหรับอินเดียมีความทะเยอทะยานและความก้าวหน้าในโครงการอวกาศมานานแล้ว โดยโครงการอวกาศก้าวต่อไปของอินเดียคือภารกิจส่งยานสำรวจไปยังดาวอังคารและดวงจันทร์ รวมถึงส่งมนุษย์ไปใช้ชีวิตในอวกาศภายในปี 2022
ภารกิจศักตินี้สำคัญอย่างไร
ความสำเร็จครั้งนี้นับว่าเป็นการเปิดตัวเทคโนโลยีของอินเดียอย่างเป็นทางการต่อโลก ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีผลทางการเมืองระหว่างประเทศตามมาอย่างแน่นอน
ความยากของภารกิจนี้เปรียบได้การยิงปืนเพื่อสกัดกระสุนปืนของอีกฝ่าย กล่าวคือต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูงในการยิงดาวเทียมที่เคลื่อนด้วยความเร็วขณะลอยลำอยู่นอกโลก ซึ่งต้องอาศัยความซับซ้อนอยู่พอสมควร แค่การยิงจรวดขึ้นสู่อวกาศก็ซับซ้อนพอแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการยิงจรวดไปยังดาวเทียมที่เคลื่อนที่อยู่นอกโลกด้วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง
การทดสอบครั้งนี้ก็เปรียบได้กับการทดสอบทางทหาร และยิ่งทำให้หลายชาติที่เป็นคู่รักคู่แค้นกับอินเดียต้องหวั่นเกรง เช่นหากประเทศหนึ่งสามารถทำลายดาวเทียมของประเทศศัตรูได้ ประเทศนั้นจะสามารถชิงความได้เปรียบในการทำลายระบบสื่อสารของประเทศนั้นได้ในทันที ซึ่งนอกจากจะทำลายระบบสื่อสารของประชาชนทั่วไปแล้ว ยังรวมถึงการทำลายการสื่อสารด้านความมั่นคงของประเทศนั้นด้วย