ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/585552
- วันที่ 04 เม.ย. 2562 เวลา 20:00 น.

กัญชาเสรีอุรุกวัยเป็นไปด้วยดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความท้าทายรอให้รัฐบาลแก้ไขอีกหลายอย่าง
ปี 2014 อุรุกวัยเป็นประเทศแรกในโลกที่รัฐบาลไฟเขียวให้มีการใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กว่าจะผ่านมาถึงวันนี้กฎหมายกัญชาเสรีของอุรุกวัยก็ต้องเจอกับโรคเลื่อนมาถึง 2 ครั้ง
ย้อนกลับไปในปี 2012 รัฐบาลอุรุกวัยภายใต้การนำของประธานาธิบดี โฮเซ่ มูฮีกา ประกาศแผนให้มีการซื้อขายกัญชาอย่างถูกกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล เพื่อกำจัดเครือข่ายค้ายาเสพติดผิดกฎหมายและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งปัญหาด้านสุขภาพของผู้เสพอันเนื่องจากการใช้กัญชาคุณภาพต่ำ โดยจะให้มีการปลูกเพื่อใช้เองและจะให้ใบอนุญาตสำหรับผู้ปลูกมืออาชีพสำหรับผลิตในปริมาณมาก
ร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเห็นชอบ 50 เสียงซึ่งเป็นเสียงขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ในเดือน ก.ค. 2013 ผ่านวุฒิสภาในเดือน ธ.ค. ปีเดียวกัน โดยประธานาธิบดีมูฮีกาลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2013 ทว่าการบังคับใช้กฎหมายใหม่อย่างเต็มรูปแบบก็ต้องเลื่อนออกไปจนถึงปี 2015 เนื่องจากเหตุผลด้านการปฏิบัติ ระหว่างนั้นก็มีการถกเถียงกันว่ารัฐบาลควรเป็นผู้ปลูกกัญชาทั้งหมดหรือไม่ รวมทั้งการกำหนดเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นของสารเตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล หรือ THC ที่ส่งผลให้เกิดอาการมึนเมา
เดือน ธ.ค.2014 รัฐบาลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี ทาบา วาซเควซ ประกาศเลื่อนการจำหน่ายกัญชาอย่างเป็นทางการออกไปจนถึงวันที่ 19 ก.ค. 2017 แต่ขณะนั้นก็เริ่มมีการปลูกกัญชากันแล้ว โดยรัฐบาลเข้ามาควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตอย่างเข้มงวด รวมทั้งการกำหนดราคา คุณภาพของสินค้า และปริมาณการผลิตสูงสุด นอกจากนี้ ยังตั้งสถาบันกำกับดูแลและควบคุมกัญชา (IRCCA) เพื่อจัดการการใช้กัญชาทั้งประเทศและควบคุมสมาคมผู้สูบ
ประชาชนชาวอุรุกวัยสามารถซื้อกัญชาได้ไม่เกินสัปดาห์ละ 10 กรัม โดยต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปและขึ้นทะเบียนกับทางการเพื่อติดตามปริมาณการซื้อ ส่วนผู้ปลูกปลูกได้ไม่เกิน 6 ต้นต่อปีและน้ำหนักกัญชารวมกันต้องไม่เกิน 480 กรัม สมาคมผู้สูบกัญชาที่ขึ้นทะเบียนกับทางการแล้วปลูกได้ 99 ต้นต่อปี ส่วนชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อกัญชา
ผ่านไป 5 ปีนับตั้งแต่บังคับใช้กฎหมาย และ 18 เดือนนับตั้งแต่เริ่มจำหน่ายกัญชาอย่างเป็นทางการ อุรุกวัยต้องเผชิญความท้าทายหลายอย่าง ที่สำคัญคือ ธนาคารมักจะปฏิเสธการทำธุรกรรมทางการเงินกับลูกค้าที่เกียวข้องกับการจำหน่ายกัญชา เนื่องจากกลัวว่าจะถูกรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐคว่ำบาตรจากข้อหาฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด
ปัญหานี้ส่งผลกระทบอย่างหนักกับบรรดาร้านจำหน่ายกัญชาและผู้ปลูก เนื่องจากบางร้านต้องพึ่งพาธนาคารในสหรัฐในการทำธุรกรรมข้ามประเทศ ข้อจำกัดนี้ทำให้มีร้านขายยาลงทะเบียนจำหน่ายกัญชาเพียง 17 ร้านจาก 1,000 ร้านทั่วประเทศ ขณะที่ประชากรอุรุกวัยมีถึง 3.5 ล้านคน นำมาสู่ปัญหาสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ผู้ซื้อต้องต่อแถวรอนานนับชั่วโมง หนำซ้ำบางครั้งก็ต้องกลับบ้านมือเปล่า
ปัญหาจากภายในรัฐบาลเองก็ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รัฐบาลปัจจุบันของประธานาธิบดีวาซเควซซึ่งเคยเป็นแพทย์ด้านเนื้องอก ยังมองว่ากัญชาเป็นเรื่องอันตราย ผิดกับอดีตประธานาธิบดีมูฮีกาที่ยกให้การใช้กัญชาอย่างถูกกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก การพัฒนาวงการกัญชาจึงยังไม่ค่อยเติบโตเท่าที่ควร เนื่องจากขาดกรอบกฎหมายรองรับ
เอดูอาร์โด บลาซินา นักธุรกิจที่คร่ำหวอดในวงการการเกษตรและผู้ถือหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่งที่เคยได้รับใอนุญาตปลูกกัญชา เผยว่า “อุรุกวัยคือผู้นำเกม แต่ถ้าในอีก 2 ปีข้างหน้าเรายังย่ำอยู่กับที่ เราจะแพ้บริษัทที่มาจากแคนาดา ซิมบับเว เลโซโท โปรตุเกส โคลอมเบีย หรือแม้แต่เม็กซิโก” นักธุรกิจรายนี้ยังบอกอีกว่าการจำหน่ายกัญชาในประเทศอื่น เช่น เยอรมนี ง่ายกว่าในกรุงมอนเตวิเดโอ เมืองหลวงของอุรุกวัยเสียอีก
อีกทั้งการขาดความรู้ความเข้าใจของหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายก็เป็นอุปสรรคต่อผู้ปลูก แม้จะมีกฎหมายออกมาตั้งแต่ปี 2013 แต่เจ้าหน้าที่กลับยึดกัญชาของผู้ปลูกที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กว่าผู้ปลูกจะได้ของที่เจ้าหน้าที่ยึดไปก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ทำให้ผู้ปลูกสูญเสียโอกาส
หากไทยจะเปิดให้มีการปลูกกัญชาอย่างเสรี คงต้องศึกษาผลกระทบและกำหนดกฎหมายให้รอบด้าน เพราะกว่าอุรุกวัยจะใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการอย่างถูกต้องตามกฎหมายเต็มรูปแบบก็ต้องใช้เวลากว่า 3 ปี และยังมีปัญหาให้ต้องแก้ไขตามมาอย่างต่อเนื่องหลังการบังคับใช้


