ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/596785
- วันที่ 04 ส.ค. 2562 เวลา 19:09 น.

แม้แต่ไมเคิล รูบินในตอนเด็กๆ ก็คงไม่เชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดอันดับแถวหน้าของโลก
แต่ปัจจุบัน ไมเคิล รูบิน ในวัย 46 ปี เป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทคินเนติก (Kynetic) ธุรกิจอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ที่มีบริษัทในเครืออีก 3 แห่ง คือแฟนาติกส์ (Fanatics) รูลาลา (Rue Lala) และช็อปรันเนอร์ (ShopRunner) โดยทั้ง 3 บริษัทนี้ทำรายได้รวมกันหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ
ทว่า กว่าจะเป็นรูบินที่ทุกคนรู้จักเช่นทุกวันนี้ เขาต้องกัดฟันต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคและเคยผ่านประสบการณ์การเป็นหนี้ก้อนโตจากการทำธุรกิจตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จนเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขากลายเป็นนักธุรกิจที่กระหายอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับสตีฟ จ็อบส์ เคยบอกไว้ว่า Stay hungry
รูบิน เกิดในครอบครัวชาวยิวซึ่งพ่อแม่ย้ายมาตั้งรกรากในรัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐ เริ่มฉายแววการเป็นนักธุรกิจตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ ด้วยการนำเมล็ดพันธุ์ผักไปเคาะประตูขายให้กับเพื่อนบ้านในฟิลาเดลเฟีย เพื่อหาเงินเป็นค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ
พออายุ 12 ขวบ เริ่มจำหน่ายอุปกรณ์การเล่นสกีโดยใช้บ้านเป็นร้านค้า จากนั้นอีก 2 ปีต่อมา ก็เปิดร้านค้าปลีกเป็นของตัวเองในชื่อ ไมค์สกีช็อป (Mike’s Ski Shop) โดยในระหว่างนี้เขาต้องอาศัยช่วงพักกลางวันกลับมาดูแลร้านเป็นประจำทุกวัน แล้วจึงกลับไปเข้าห้องเรียนต่อ
เมื่ออายุ 16 ปี จึงตัดสินใจสร้างเนินจำลองสูง 142 ฟุต ซึ่งทำจากน้ำแข็งหนัก 45,000 ปอนด์เป็นลานสกีสำหรับอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ทดลองอุปกรณ์สกีก่อนตัดสินใจซื้อ แต่แล้วจากกิจการที่ทำรายได้มาตลอดก็เริ่มมีลูกค้าน้อยลง เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูการเล่นสกี ทำให้รูบินต้องเป็นหนี้ตัวแทนจำหน่ายสินค้าถึง 120,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเจ้าตัวเปรียบว่าเป็นประสบการณ์เฉียดตายสำหรับเด็กในวัยนั้น แต่นั่นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่กำลังจะตามมา
หลังจากเป็นหนี้เขาจึงคิดว่าหากร้านตัวเองขายไม่ได้ ร้านอื่นก็ต้องขายไม่ได้เหมือนกัน จึงไปประมูลซื้ออุปกรณ์สกีจากร้านเหล่านั้นในราคาขายเลหลังเพื่อนำมาจำหน่ายต่อ โดยต้องไปขอยืมเงินจากพ่อและกู้เงินจากเพื่อนบ้านเพื่อนำมาลงทุน จนเกิดเป็นโมเดลธุรกิจใหม่คือ การซื้อของในราคาถูกแล้วนำไปขายต่อ
แม้จะวุ่นวายกับการจัดการหนี้และสร้างธุรกิจ เขายังพยายยามเจียดเวลาเรียนมหาวิทยาลัยเพราะมันคือข้อตกลงกับพ่อที่ช่วยชีวิตเขาจากหนี้โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องเรียนมหาวิทยาลัย แต่เรียนไปได้แค่เทอมเดียวก็ลาออกไป เพราะหลังจากนั้นไม่นานเขาไปเจอสต็อกอุปกรณ์สกีราคาจริง 200,000 เหรียญสหรัฐ แต่เขาต่อรองซื้อมาได้แค่ 17,000 เหรียญโดยเงินนั้นก็ยืมมาจากเพื่อนด้วย แต่เขาสามารถขายได้เงินมาถึง 75,000 เหรียญด้วยเงินจำนวนนี้ เขาสามารถจ่ายหนี้ได้คืนทั้งของพ่อและของเพื่อน
ความสำเร็จจากการซื้อของถูกมาขายต่อ นำไปสู่การก่อตั้งบริษัท GSI Commerce ในปี 1995 ในอีก 3 ปีนับจากก่อตั้ง GSI Commerce มียอดขายกว่า 130 ล้านเหรียญต่อปี และเริ่มขยายช่องทางการขายในอินเทอร์เน็ตเมื่อปี 1999 จากนั้นทางเว็บไซต์อีเบย์ได้ขอซื้อกิจการต่อเป็นเงิน 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2011
ในปี 2011 ไมเคิล รูบินรวบขนาดลงทุนในทีมบาสเกตบอล Philadelphia 76ers และทีมฮ็อกกกี้ New Jersey Devils ในปี 2013 เพราะเขาคือแฟนกีฬาตัวยงมาตั้งแต่ยังเด็กๆ และทำความฝันในวัยเยาว์ให้กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้ ด้วยการแปลงหนี้ให้เป็นโอกาสในชีวิต
ปัจจุบันเขามีทรัพย์สินมากถึง 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ
อ้างอิง
Michael Neil “Sneaker Stud”. (October 02, 1995). People.
“Michael Rubin”. Forbes. Retrieved July 20, 2019.