#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
อย่าติดหล่มนานเกินไป

บทบรรณาธิการ นสพ.คมชัดลึก ฉบับวัน
สถานการณ์การเมืองยังฝุ่นตลบพลิกไปพลิกมาและการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่สามารถหาข้อยุติได้เนื่องจากเกมการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีและพรรคขนาดกลางยังไม่มีข้อสรุปเข้าร่วมเพราะภายในพรรคเสียงยังแตกกันอยู่ไม่เป็นเอกฉันท์ ประกอบกับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะขอตรวจสอบคัดกรองรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของพรรคผสมโดยรอให้เสนอขึ้นมานั้นยิ่งสร้างแรงกระเพื่อมในเกมจัดตั้งรัฐบาลเพราะบางพรรคมองว่าเป็นการกดหัวไม่ให้เกียรติพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลและมองว่าเป็นการที่เข้าล้วงลูกในขณะที่เป็นแค่เพียงการเริ่มต้นยังไม่ทันทำงานร่วมกันด้วยซ้ำ และบางส่วนก็มองไปถึงข้างหน้าว่าถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนท่าทีและคิดว่าคนอื่นเป็นลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาน่าจะเป็นอุปสรรคในการทำงานบริหารร่วมกันแน่ ซึ่งทำให้สถานการณ์การเมืองยากลำบากและอ่อนไหวมากขึ้น
แกนนำพรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าการเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาในรายละเอียด เพราะพล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำในการสร้างผลงานของทุกพรรคการเมืองที่ได้หาเสียงกับประชาชนไว้และเชื่อว่าพรรคร่วมจะเข้าใจในการทำงานในรูปแบบที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำ และยังมั่นใจว่าระยะเวลาที่เหลือก่อนเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่น่าจะตกลงกันได้ ขณะเดียวกันแกนนำพลังประชารัฐก็ได้ทิ้งไพ่ว่าถ้าประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมก็จะยืนยันการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ที่มีเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. 250 เสียง พร้อมทั้งกดดันว่าหากมีความจำเป็นในการยุบสภาก็เป็นอำนาจการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งการยุบสภาเป็นทางเลือกหนึ่งและเป็นทางเลือกสุดท้าย อย่างไรก็ตามมองโอกาสแล้วยังเชื่อว่าไม่น่าไปถึงจุดนั้น น่าจะเดินหน้าไปได้
มุมมองจากซีกนักวิชาการชี้ว่าการเจรจาในการจัดตั้งรัฐบาลหนทางร่วมมือกันดูริบหรี่ลงเรื่อยๆ และถึงแม้จะจัดตั้งรัฐบาลผสมได้ก็จะเป็นรัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ เนื่องจากเสียงในสภาที่สนับสนุนอยู่ในสภาพปริ่มน้ำ อีกทั้งพรรคร่วมนับสิบพรรคจะยิ่งมีแรงเสียดทานในการต่อรองผลประโยชน์ไม่จบสิ้น สุดท้ายโอกาสอยู่ครบเทอมยากมาก อย่าว่าแต่อยู่ครบเทอมแค่บริหารได้สัก 2 ปีก็ถือว่าเก่งแล้ว ที่สำคัญห่วงว่าปัญหาหลักของประเทศและปัญหาเศรษฐกิจที่ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและสงครามการค้าสหรัฐและจีนที่กำลังรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขจะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์สิ่งใดได้ แต่แค่ตั้งไข่รัฐบาลผสมก็เห็นถึงเกมต่อรองผลประโยชน์และลีลางูเห่าในสภาที่ย้อนกลับสู่วังวนการเมืองแบบเดิมๆ จึงต้องระวังว่าจะมาฉุดรั้งความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน
กระแสข่าวลือข่าวปล่อยยังมีออกมาตลอดจากทุกฝ่ายที่หวังประโยชน์ให้เกิดแก่ฝ่ายตนเองท่ามกลางการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ชัดว่า “จะไปต่อได้หรือไปต่อไม่ได้” มีการปล่อยข่าว “รถถังจะออกจากกรม” ถ้าเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าบางฝ่ายก็ตระเตรียมไว้แล้วถ้ารถถังมาจริงมีหวังได้เจอพลังมวลชนแน่เพราะสถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน จนดูเสมือนว่าตอนนี้เป็นช่วงอันตราย “ไปต่อได้-ไม่ได้” อีกทั้งยังส่งผลต่อภาพรวมและเศรษฐกิจรวมทั้งนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศแม้จะมีรัฐบาลคสช.อยู่ก็ตาม ดังนั้นสถานการณ์อึมครึมติดหล่มไม่ควรอยู่นานไปจนเกิดความสับสน ยิ่งข่าวไม่จริงท่วมท้นยิ่งซ้ำเติมโดยทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมืองเป็นหลักมากกว่าผลประโยชน์ฝ่ายตน ใช้กลไกขั้นตอนประชาธิปไตยเข้ามากำกับแก้ไขเพื่อให้ประเทศเดินหน้าโดยมุ่งประโยชน์ส่วนรวม