#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/652031
วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 19:12 น.
ความคืบหน้าของวงการวัคซีนจากทั่วโลก สามารถเช็ค “ข่าวจริง” ของวัคซีนจากทั่วโลกได้ที่นี่
ข้อมูลเบื้องต้นของวัคซีน Sinovac
• วัคซีนต้านโควิด-19 ที่ผลิตโดยบรืษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) ในชื่อ “โคโรนาแวค” เป็นวัคซีนเชื้อตายกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันร่างกายสร้างแอนติบอดีต้านโควิด-19 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมเช่นเดียวกับที่เคยใช้ในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ แตกต่างจากวัคซีนของแอสตราเซเนกาซึ่งในเทคโนโลยีไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) และไฟเซอร์ซึ่งใช้เทคโนโลยี (mRNA)
ประสิทธิภาพของวัคซีน
• จากผลการทดลองในบราซิลซึ่งเผยตัวเลขประสิทธิภาพออกมาเพียง 50.4% ทำให้หลายคนแสดงความกังวลต่อวัคซีนดังกล่าว แต่ล่าสุด (5 พ.ค.) องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้สรุปผลการทดลองวัคซีนไว้ดังนี้
- การทดลองในตุรกี (กลุ่มตัวอย่าง 13,000 คน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 84% และป้องกันการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคโควิด-19 ได้ 100%
- การทดลองในชิลี (กลุ่มตัวอย่าง 10.5 ล้านคน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 67% และป้องกันการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคโควิด-19 ได้ 85%
- การทดลองในอินโดนีเซีย (กลุ่มตัวอย่าง 1,620 คน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 65% และไม่มีรายงานกลุ่มตัวอย่างเข้าโรงพยาบาล
- การทดลองในบราซิล (กลุ่มตัวอย่าง 12,688 คน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 51% และป้องกันการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคโควิด-19 ได้ 100%
- การทดลองในบราซิล (กลุ่มตัวอย่าง 393 คน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 50% และไม่มีรายงานกลุ่มตัวอย่างเข้าโรงพยาบาล *กลุ่มตัวอย่างได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส*
• กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ขององค์การอนามัยโลก (SAGE) ประเมินความมั่นใจจากการรวบรวมผลการทดลองวัคซีนได้ดังนี้
- ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ (อายุ 18-59 ปี) : ความมั่นใจสูง
- ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจากการฉีดวัคซีน (อายุ 18-59 ปี) : ความมั่นใจปานกลาง
- ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ (อายุ 60 ขึ้นไป) : ความมั่นใจปานกลาง
- ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจากการฉีดวัคซีน (อายุ 60 ปีขึ้นไป) : ความมั่นใจต่ำ
- ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ (กลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง อาทิ โรคประจำตัวและปัญหาสุขภาพ) : ความมั่นใจปานกลาง
- ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจากการฉีดวัคซีน (กลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง อาทิ โรคประจำตัวและปัญหาสุขภาพ) : ความมั่นใจต่ำ
เสียงตอบรับจากต่างประเทศ
• ข้อมูลเมื่อเดือนเม.ย. พบว่าซิโนแวคส่งออกวัคซีนไปแล้วกว่า 200 ล้านโดสให้แก่ต่างประเทศ อาทิ บราซิล ฟิลิปปินส์ ตุรกี ชิลี อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน รวมถึงไทย
• โดยโฆษกกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียซึ่งได้รับวัคซีนจากซิโนแวคอีก 6 ล้านโดสเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมาเคยกล่าวก่อนหน้านี้โดยแสดงความมั่นใจว่าวัคซีนปลอดภัย มีประโยชน์ และสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ แม้ว่าหลายฝ่ายจะเกิดข้อกังขาเนื่องจากวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพน้อยกว่าเมื่อเทียบกับวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ โดยเธอยืนยันว่าวัคซีนที่มีอยู่คือวัคซีนที่ดีที่สุดแล้ว
• ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมาเลเซียกล่าวเมื่อเดือนเม.ย. ว่าคณะกรรมการพิเศษด้านวัคซีนโควิด-19 ได้ตัดสินใจฉีดวัคซีนดังกล่าวให้แก่ประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปหลังพิจารณาข้อมูลแล้วว่าวัคซีนของซิโนแวคมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพต่อผู้สูงอายุ
• รวมถึงตุรกี บราซิล และชิลีเริ่มแจกจ่ายวัคซีนซิโนแวคแก่ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปเช่นกัน
ภูมิต้านทานในประเทศไทย
• เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิกคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเผยผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุถึงภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนของซิโนแวค 2 เข็มห่างกัน 3 สัปดาห์พบว่าภูมิต้านทานขึ้นได้ดีมากเป็นที่น่าพอใจ
• โดยผู้ที่ฉีดวัคซีนตรวจพบภูมิต้านทานต่อสไปรท์โปรตีนหรือหนามแหลมถึงร้อยละ 99.4 ในขณะผู้ที่ติดเชื้อตรวจพบภูมิต้านทานร้อยละ 92.4
ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน
• ซิโนแวคเผยว่าผลข้างเคียงทั่วไปคืออาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ นอกจากนี้มีรายงานถึงผลข้างเคียงอื่นๆ ที่พบ อาทิ ความดันโลหิตสูง ผื่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนดังกล่าว
สำหรับบุคลากรทางการแพทย์
• เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมาเอริก โดมิงโก ผู้อำนวยการองค์การอาหารและยาของฟิลิปปินส์เผยว่าวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 และสามารถใช้ได้กับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงอายุ 18 ถึง 59 ปี
• แต่ไม่แนะนำให้ใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสกับเชื้อไวรัสจำนวนมาก เนื่องจากตัวเลขประสิทธิภาพของวัคซีนในการทดลองในบราซิลอยู่ที่ 50.4% เท่านั้นเช่นเดียวกับคำแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA)
• ขณะที่เฮเลน หยาง ผู้จัดการบริษัทซิโนแวค ไบโอเทคเผยว่าเคารพในการตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาลแต่ยืนยันว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพต่อทั้งประชาชนทั่วไป บุคลากรทางการแพทย์ และผู้สูงอายุ และประโยชน์ของมันมีมากกว่าความเสี่ยง
ข้อมูลเบื้องต้นของวัคซีน Sinopharm
วัคซีนต้านโควิด-19 “BBIBP-CorV” เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายที่ผลิตโดยพัฒนาขึ้นโดยสถาบันผลิตภัณฑ์ชีวภาพแห่งปักกิ่ง และสถาบันผลิตภัณฑ์ชีวภาพแห่งอู่ฮั่น ซึ่งทั้งสองเป็นส่วนของบริษัทซิโนฟาร์ม (Sinopharm)
ประสิทธิภาพของ Sinopharm
• สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าแม้จะยังไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลประสิทธืภาพของวัคซีนโดยละเอียดสู่สาธารณะแต่ผู้พัฒนาวัคซีนประกาศเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ว่าการทดลองวัคซีนระยะที่สามแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการป้องกันโรคอยู่ที่ 79.34% และได้รับการรับรองในหลายประเทศ อาทิ จีน ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น
• อย่างไรก็ตามวันที่ 9 ธ.ค. กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่าวัคซีนดังกล่าวได้ผล 86% ตามผลการทดลองระยะที่สามในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีอัตราสร้างสารภูมิต้านทานกำจัดฤทธิ์ที่ร้อยละ 99 และมีประสิทธิภาพเต็มร้อยในการป้องกันการเป็นโรคในระดับรุนแรงและปานกลาง
องค์การอนามัยโลก (WHO)
• มารีแองเจล่า ซีเมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลกกล่าวในงานแถลงข่าวขององค์การอนามัยโลกเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่าองค์การอนามัยโลกกำลังสรุปการประเมินวัคซีนของซิโนฟาร์ม แต่ยังขาดข้อมูลบางอย่างที่ต้องการเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะสามารถสรุปข้อมูลวัคซีนของซิโนฟาร์มภายในสิ้นสัปดาห์นี้
• แต่ข้อมูลเบื้องต้นที่เปิดเผยต่อสาธารณะพบว่ามีประสิทธิภาพตรงตามข้อกำหนดของอนามัยโลกซึ่งกำหนดไว้ที่ประสิทธิภาพ 50% ขึ้นไป และมีข้อมูลความปลอดภัยที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้
• ซึ่งหากอนามัยโลกไฟเขียวจีนอาจเป็นผู้จัดหาวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลกเนื่องจากซิโนฟาร์มและซิโนแวคมุ่งมั่นว่าจะผลิตวัคซีนให้ได้ 2,000 ล้านโดสภายในปีนี้
ประเทศไหนใช้แล้วบ้าง
• ซิโนฟาร์มไปส่งออกวัคซีนไปแล้วกว่า 50 ประเทศโดยเฉพาะในละตินอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา อาทิ อียิปต์ อินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโมร็อกโก เป็นต้น รวมถึงฟิลิปปินส์ซึ่งได้อนุมัติวัคซีนของซิโนฟาร์ไปเมื่อเดือนก.พ. ล่าสุดประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต เพิ่งเข้ารับการฉีดวัคซีนดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 3 พ.ค.
ราคาแรง?
• ตามข้อมูลจาก BD News 24 ระบุว่าเมื่อเดือนก่อนฮังการีตกลงจัดซื้อวัคซีนดังกล่าวในราคาประมาณ 36 เหรียญสหรัฐต่อวัคซีน 1 โดสส่งผลให้วัคซีนดังกล่าวถูกจัดเป็นหนึ่งในวัคซีนที่แพงที่สุดตามรายงานของ New York Times
• โดยผู้ที่เคยได้รับวัคซีนในประเทศจีนเผยว่าวัคซีน 2 เข็มมีราคาประมาณ 60 ถึง 150 เหรียญสหรัฐ ขณะที่บริษัทซิโนฟาร์มระบุว่าค่าใช้จ่ายของวัคซีนรวม 2 เข็มนั้นจะไม่เกิน 150 เหรียญสหรัฐ
Photo by Ted ALJIBE / AFP