#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/571754

บทความพิเศษ : ‘AIประเมินความเสี่ยงโรคลมร้อน’ ผลงานนักวิจัยไทยคว้ารางวัลระดับโลก
วันจันทร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
สภาวะปัจจุบันโลกมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นส่งผลให้ความรุนแรงของ “โรคลมร้อน (Heat Stroke)” หรือ “โรคลมแดด” มีแนวโน้มรุนแรงและมีความถี่เพิ่มขึ้น จากรายงานทางระบาดวิทยาพบว่า เกิดโรคลมร้อนเพิ่มขึ้นในนานาประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น รวมทั้งไทย โรคลมร้อนเป็นการบาดเจ็บจากความร้อนที่รุนแรงมากที่สุดจากภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนร่างกายไม่สามารถปรับตัวและควบคุมได้ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลว ระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลาย ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตและอาจพิการได้
โดยมีอัตราเสียชีวิตถึงร้อยละ 10-70 ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและอายุ จึงต้องการการวินิจฉัยที่รวดเร็ว ถูกต้องและรักษาทันที ด้วยการทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงอย่างรวดเร็วและรักษาตามอาการอื่นๆ ผู้ป่วยมักมีอาการตัวร้อนจัด ความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง ตอบสนองช้าลง สับสน อาจถึงขั้นหมดสติหากแก้ไขไม่ทันเวลาอาจทำให้การทำงานของอวัยวะทุกระบบเสียหน้าที่หรือถูกทำลาย จากรายงานกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. ช่วงปี 2558-2562 พบว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคลมร้อนเฉลี่ยถึงปีละ 38 ราย

โรคลมร้อนมักเกิดในการฝึกทหารใหม่ นักกีฬา เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้มีความเสี่ยงอื่นๆ ทั้งนี้ในแต่ละปี
ประเทศไทยมีทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการกว่า 97,000 คน ดังนั้น เพื่อให้มีการพัฒนาองค์ความรู้และป้องกันการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตจากโรคลมร้อน ทีมนักวิจัยจากประเทศไทย ประกอบด้วย ผศ.ดร.นริศ หนูหอมรองหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, รศ.ดร.มนตรี มาลีวงศ์ ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, รศ.ดร.อนุชิต จิตพัฒนกุล ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ,พ.อ.ผศ.ดร.ราม รังสินธุ์ ภาควิชาเวชศาสตร์ทหารและชุมชน กองการศึกษา วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า,พ.อ.ศ.ดร.มฑิรุทธ มุ่งถิ่น ฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า และ พ.อ.(หญิง)ผศ.ปนัดดา หัตถโชติ ภาควิชาสรีรวิทยา กองการศึกษา วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
ซึ่งได้รับทุนวิจัยจากทุนพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านยุทโธปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพของกองทัพบกและการป้องกันประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก รวมทั้ง
สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย พัฒนา “ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เครื่องมือตรวจวัดสีปัสสาวะและสภาพอากาศแบบอัตโนมัติเพื่อประมวลความเสี่ยงและเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากโรคลมร้อน” โดยนำ 2 เทคโนโลยี คือ AI และอินเตอร์เนตของสรรพสิ่ง (IoT) มาประยุกต์ใช้กับงานด้านการแพทย์
เพื่อช่วยในการเก็บบันทึกข้อมูลสีปัสสาวะและสภาพอากาศแบบอัตโนมัติ เพื่อลดความผิดพลาดจากการเก็บข้อมูล สามารถเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง นำไปสู่การป้องกันโรคลมร้อนรายบุคคลได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ โดย ผศ.ดร.นริศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแต่เดิมการป้องกันโรคลมร้อนในการฝึกทหารใหม่ของกองทัพบกไทยจะใช้ระบบการให้สุขศึกษา การใช้สีสัญญาณธงที่มาจากการพิจารณาความชื้นสัมพัทธ์ ณ สถานที่ฝึก ด้วยการอ่านค่าจากเครื่องวัดอุณหภูมิเทอร์โมมิเตอร์กระเปาะเปียกและกระเปาะแห้ง
แล้วนำมาปรับตารางการฝึกทหารใหม่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพอากาศ และการใช้ค่าระดับ
สีปัสสาวะในการแสดงภาวะการขาดน้ำในร่างกาย ต่อมาในปี 2558 กองทัพบก ได้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลผ่านเว็บไซต์เพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูลและการติดตาม โดยเป็นการกรอกข้อมูลทหารรายบุคคลเข้าสู่ระบบด้วยผู้ฝึกหรือครูผู้ฝึก เก็บข้อมูลสีปัสสาวะ 2 ช่วง เช้าและเย็น จำนวนพลทหารฝึกในแต่ละผลัด 100-200 คน มีรูปแบบการทำงานซ้ำๆ กันใช้คนและใช้เวลามาก ซึ่งนอกจากจะทําให้ล่าช้าแล้ว ยังอาจเกิดข้อผิดพลาด
รวมถึงการอ่านค่าระดับสีปัสสาวะโดยการมองด้วยสายตาของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่าง อาจทำให้ผลประเมินความเสี่ยงคลาดเคลื่อนได้ ทีมวิจัยจึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาเครื่องมือตรวจวัดสีปัสสาวะและตรวจสภาพอากาศอัตโนมัติ ซึ่งเป็น 2 ปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้ความเสี่ยงของการเกิดโรคลมร้อนในแต่ละคน โดยบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อมการฝึกประจำวัน ที่ประกอบด้วย ค่าความชื้นสัมพัทธ์ ค่าอุณหภูมิ ค่าดัชนีรังสียูวี และค่าความเร็วลม แบบเรียลไทม์ เข้าสู่ระบบ Cloud
ขณะเดียวกันระบบจะเก็บบันทึกข้อมูลสีปัสสาวะรายบุคคล ส่งเข้าสู่ระบบ Cloud ซึ่งจะมีแบบจำลองเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคลมร้อนบุคคลด้วย AI ผลการประเมินการเกิดโรคลมร้อนของทหารรายบุคคลตามช่วงเวลาที่ได้ จะมีการเรียงลำดับความเสี่ยงเป็น 5 ระดับ ส่งผลให้ผู้ฝึกสามารถติดตามและแนะนำแนวทางการฝึกการปฏิบัติที่เหมาะสมกับกลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากข้อมูลจำนวนมากได้ถูกจัดเก็บและประเมินโดยตรงผ่านระบบโดยอัตโนมัติในแต่ละวัน และใช้งานง่าย
ผศ.ดร.นริศ กล่าวต่อไปว่า ระบบ AI เครื่องมือตรวจวัดสีปัสสาวะและสภาพอากาศอัตโนมัติเพื่อเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากความร้อน จะทำงานเชื่อมโยงกัน 3 ระบบ คือ 1.เครื่องตรวจสีปัสสาวะ ซึ่งพัฒนาโดยใช้เซ็นเซอร์ ร่วมกับ AI ในการตรวจระดับความเข้มสีปัสสาวะอัตโนมัติ สียิ่งเข้มแสดงถึงภาวะขาดน้ำและมีความเสี่ยง ขั้นตอนการใช้งานเริ่มจากสแกนบาร์โค้ดตรวจหาชื่อ-นามสกุล หมายเลขประจำตัวที่ตรงกับทหารรายนั้น นำแก้วเก็บปัสสาวะวางเข้าเครื่องตรวจสีปัสสาวะเป็นรายบุคคล โดยจะเชื่อมต่อกับอินเตอร์เนต ผ่านสัญญาณ Wi-Fi
“เครื่องจะอ่านค่าระดับสีปัสสาวะ (Level) และอ่านค่าอุณหภูมิของสีปัสสาวะ (Temperature) แล้วบันทึกข้อมูลนั้นลงในหน่วยความจำเพื่อจัดเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ หน้าจอจะแสดงผลการตรวจสีปัสสาวะ แล้วส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบคลาวด์ (Cloud) เพื่อประมวลผลความเสี่ยงการเกิดโรคลมร้อนผ่านแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ต่อไป ทั้งนี้จากการทดสอบใช้งานจริงที่หน่วยฝึกทหารใหม่ เวลา 2 เดือนพบว่าเครื่องตรวจวัดปัสสาวะให้ค่าความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 93 และมีความรวดเร็วในการวัดระดับค่าสีเพียง 5 วินาทีต่อคน” ผศ.ดร.นริศ อธิบาย
2. เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศตามเวลาจริง (Real Time) ออกแบบให้มีล้อเคลื่อนที่สะดวก แหล่งพลังงานใช้ได้ 2 แบบ คือ แบตเตอรี่และแผงโซลาร์เซลล์เก็บประจุพลังแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในพื้นที่ฝึกภาคสนาม ระบบทำการเก็บข้อมูลสภาพอากาศเข้าสู่ระบบ Cloud ทุกๆ 3 วินาที โดยอัตโนมัติ แสดงสีสัญญาณธงที่สัมพันธ์กับสภาพอากาศบนจอขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันจะส่งสีสัญญาณธงไปที่โมบายแอปพลิเคชั่น(Mobile Application) ของผู้ฝึกว่าให้จัดการฝึกและหยุดพักเป็นเวลานานเท่าใด ผู้ฝึกจะกดเริ่มและหยุดฝึกรายชั่วโมงตามเวลาที่กำหนด ข้อมูลการฝึกจะถูกบันทึกบนโมบายล์แอปพลิเคชั่นโดยอัตโนมัติ
และ 3.ระบบ AI ประเมินความเสี่ยงโดยใช้ข้อมูลสีปัสสาวะ อุณหภูมิร่างกาย และน้ำหนัก ซึ่งทีมผู้วิจัยได้พัฒนาระบบประมวลผล เพื่อให้แสดงผลโดยสรุปในรูปแบบที่เข้าใจง่าย แต่มีประสิทธิภาพ ผ่านโมบายแอปพลิเคชั่นสำหรับประเมินค่าความเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมร้อนรายบุคคลผ่านระบบออนไลน์ในแต่ละวันระบบตรวจวัดสภาพอากาศสามารถทำได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ และดูข้อมูลสภาพอากาศได้ในโมบายแอปพลิเคชั่น ระบบจะทำการประเมินรายบุคคลทั้งก่อนฝึกขณะฝึก และก่อนนอน มีความรวดเร็วในการประเมินความเสี่ยงโดยใช้เวลาเพียง 5 วินาที
เป็นที่น่ายินดีว่า ระบบ AI เครื่องมือตรวจวัดสีปัสสาวะและสภาพอากาศอัตโนมัติเพื่อประมวลผลความเสี่ยงและเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากโรคลมร้อน (Automatic Urine Color and Weather Measurement Tool for Risk Assessment and Prevention of Heat Stroke) สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองระดับโลกจากงานสิ่งประดิษฐ์นานาชาติแห่งเจนีวา (The 48th International Exhibition of Inventions Geneva) เมื่อเร็วๆ นี้
ซึ่งจัดโดย องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization-WIPO) ณ นครเจนีวาสมาพันธรัฐสวิส โดยการประกวดและจัดแสดงผลงานในปี 2564 นี้ ถูกจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Event) จำนวนกว่า 900 ผลงานจาก 40 ประเทศทั่วโลก!!!
คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล