#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/573507

บทความพิเศษ : วัคซีนให้ชีวิต
วันจันทร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ประโยคที่ว่านี้ ดูเหมือนจะเป็นคำกล่าวที่เกินความเป็นจริงมากเกินไป แต่ในยุคที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 19 ทำให้เกิดโรคที่เรียกกันว่า โควิด-19 ซึ่งเป็นโรคระบาดที่รวดเร็วและร้ายแรง ประโยคดังกล่าวน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่เกินความเป็นจริงในช่วงนี้อย่างแน่นอน
การระบาดของโรคโควิด-19 ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปลายปี 2562 โดยเริ่มจากมณฑลอู่ฮั่น ในประเทศจีน และ
ได้มีการระบาดกระจายไปในเกือบทุกประเทศทั่วโลก โดยถึงขณะนี้ ประชากรทั่วโลกติดเชื้อแล้วมากกว่า 160 ล้านคน
และเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 3 ล้านคน ประเทศที่มี จำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อไปแล้วมากกว่า 34 ล้านคน รวมทั้งเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดด้วย คือประมาณ 6 แสนคนแล้ว
ส่วนในประเทศไทยของเรานั้นการระบาดที่เกิดขึ้นในระยะนี้ ถือว่าเป็นการระบาดรอบที่ 3 ซึ่ง พบว่าเกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ และเป็นการระบาดที่มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้มีผู้ป่วยเกิดขึ้นมากกว่าใน 2 รอบแรก รวมทั้งมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นเป็นจำนวนพอสมควร
สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่สามารถจะยืนยันได้ว่าจะควบคุมไม่ให้มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้การสืบค้นสอบสวนหาต้นตอของจุดที่เริ่มระบาดซึ่งหากทำได้ครบถ้วนจะช่วยควบคุมการแพร่กระจายของโรคได้นั้นไม่อาจจะทำได้ดีเหมือนเดิม รวมทั้งมีการระบาดในลักษณะกลุ่มก้อนคลัสเตอร์เกิดขึ้นพร้อมๆ กันในหลายๆ จุด โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด
การควบคุมโรคระบาดนั้น เครื่องป้องกันที่ดีที่สุด นอกจากการป้องกันไม่ให้ตัวเองได้รับเชื้อโรคโดยการใส่หน้ากากอนามัยเกือบจะตลอดเวลาที่อยู่กับคนอื่น การอยู่ห่างจากผู้คน การล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบ่อยๆ ซึ่งถือว่าสำคัญมาก ยังมีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดตามมาหากมีการได้รับเชื้อโรคนั้นเข้าสู่ร่างกาย ได้มีการคิดค้นวัคซีนและเริ่มใช้ แต่ถือว่า ยังเป็นการใช้ในภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากยังไม่ครบตามขั้นตอนของกระบวนการวิจัยที่จะนำมาใช้ในมนุษย์
แต่องค์การอนามัยโลกก็ต้องยอมรับให้มีการนำมาใช้ได้ โดยมีการขึ้นทะเบียนว่าเป็นการใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยวัคซีนที่ออกมาตัวแรกคือวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์แห่งสหรัฐอเมริกาที่เรียกกันว่า ไฟเซอร์วัคซีน และที่ตามออกมาในระยะเวลาใกล้เคียงกัน คือวัคซีนของ ประเทศจีน ที่มีชื่อว่า ไซโนฟาร์ม และไซโนแวค หลังจากนั้นก็มีวัคซีนอื่นๆ ทยอยตามมา เช่นวัคซีนของแอสตราเซเนกา ของอังกฤษ วัคซีนของโมเดอร์นา วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ของอเมริกา วัคซีนสปุตนิกของรัสเซีย และเชื่อว่าจะมีวัคซีนอื่นๆ ทยอยตามออกมาอีกพอสมควร
การฉีดวัคซีนนั้น ไม่ใช่เป็นการ ป้องกันการติดเชื้อ แต่จะเป็นการป้องกัน ภยันตราย และความรุนแรงของโรค ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เมื่อได้รับเชื้อไปแล้ว ซึ่งขณะนี้มีข้อยืนยันว่า วัคซีนที่ออกมาใช้แล้วส่วนใหญ่นั้น ป้องกันการเสียชีวิตได้ เกือบจะ 100% และป้องกันการป่วยหนักได้เป็นส่วนใหญ่ด้วย จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ประเทศไทยของเรานั้น รัฐบาลได้มีการติดต่อขอนำเข้าวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชน โดยในระยะแรกเป็นของ
แอสตราเซเนกา ซึ่งจะมีโรงงานผลิตในประเทศไทย คือโรงงานของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ซึ่งเกิดขึ้นโดยพระราชดำริ
และเงินลงทุนเริ่มต้นจาก พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วย
และอีกตัวหนึ่งที่ถูกนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยแล้วคือไซโนแวค จากประเทศจีน การนำเสนอของสื่อต่างๆ ทำให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างกว้างขวาง ทั้งในเชิงบวกและในเชิงลบในเรื่องคุณภาพของวัคซีนแต่ละชนิด ปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากในบางครั้งสิ่งที่รายงานออกมานั้นไม่เป็นข้อเท็จจริงครบถ้วน และมีการนำเสนอในรูปแบบของการใส่ความเห็นส่วนตัวไปไว้ในการนำเสนอด้วย ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยมีความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างไม่ถูกต้องแท้จริง อันส่งผลกระทบมาถึงโครงการฉีดวัคซีนฟรีให้กับประชาชนโดยรัฐบาลเป็นผู้จัดหาวัคซีนเข้ามาเพื่อฉีดให้กับประชาชน อย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ส่วนที่เหลือนั้นเป็นกลุ่มประชากรซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งการฉีดวัคซีนในกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัย แต่ในอนาคตน่าจะมีการขยายช่วงอายุของการฉีดลงมาถึงอายุ 12 ปีหรือต่ำกว่านี้ได้หากมีข้อมูลเชิงประจักษ์พอเพียง และถ้ามีการฉีดวัคซีนเกินกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากร ก็หมายความว่า ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งตามทฤษฎีเชื่อกันว่าจะทำให้เกิดสภาพที่เรียกว่าภูมิคุ้มกันกลุ่มได้อีกด้วย ทำให้การระบาดของโรคจะลดน้อยลงตามลำดับ และเป็นโรคที่สามารถจะควบคุมป้องกันได้ดีขึ้นในอนาคต ตลอดจนจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้จะลดลงเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งหมายความว่าวัคซีนสามารถช่วยชีวิตของประชาชนชาวไทยได้อย่างแน่นอน และหากประเทศต่างๆทั่วทั้งโลกสามารถฉีดวัคซีนได้ในระดับดังกล่าว ก็จะทำให้โรคโควิด-19 เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายอีกต่อไป
จากข้อมูลล่าสุด รัฐบาลมีความพยายามอย่างมากที่จะจัดหาวัคซีน ทั้งที่จะนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ รวมทั้งที่ผลิตในประเทศด้วย ให้ได้จำนวนมากกว่า 150 ล้านโดส เพื่อฉีดให้ครอบคลุมประชาชนตามจำนวนเป้าหมายที่ตั้งไว้ในระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป รวมทั้งอนุญาตให้ภาคเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีน โดยเลือกชนิดของวัคซีนแต่รับภาระค่าใช้จ่ายด้วยตนเองได้ ซึ่งอาจจะแบ่งเบาภาระของรัฐบาลได้บ้าง แม้จะไม่มากนัก
ปัญหาก็คือ ทำอย่างไรให้การฉีดวัคซีนนั้นเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว มีจำนวนผู้ได้รับการฉีดมากที่สุดในระยะเวลาอันสั้นที่สุด กระแสสังคม ในขณะนี้จากสื่อต่างๆ นั้นทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเกิดความวิตกกังวลต่อผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ที่อาจจะได้รับจากการ ฉีดวัคซีน จึงเป็นหน้าที่ของสถาบันวิชาการด้านการแพทย์ และผู้ที่มีความรู้เรื่องวัคซีนอย่างแท้จริง ต้องให้ข้อมูลในเชิงที่เป็นประโยชน์ในการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนให้มากที่สุด เพื่อลบล้างความรู้สึกด้านลบจากการยกตัวอย่างเพียงไม่กี่ตัวอย่าง และใช้กระบวนการสื่อที่ทำให้ประชาชนคิดว่าการฉีดวัคซีนนั้นเป็นอันตรายซึ่งอาจจะรุนแรงถึงแก่ชีวิต
ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทุกคน จะต้องเลือกว่าจะยอมรับความเสี่ยง จากการเสียชีวิตโดยไม่ฉีดวัคซีน หรือยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากอาการไม่พึงประสงค์บ้างจากการฉีดวัคซีน ซึ่งเมื่อร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นแล้วจะสามารถป้องกันอันตรายจากการเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ ประชาชนทุกคนมีอำนาจในการตัดสินใจ แต่เมื่อมาถึงทางสองแพร่ง ก็ต้องเลือกเอาเองว่าจะเดินไปทางไหน จะเดินไปทางหนึ่งที่อาจจะมีการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย หรือเดินไปในอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นเส้นทางสายมรณะ
ผมขอฝากประโยคนี้ไว้เพื่อเป็นข้อคิด
“วัคซีนให้ชีวิต ฉีดก่อนรอดก่อน”
นายแพทย์ปิยะ เนตรวิเชียร
ผอ.รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น