#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/607496

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.24 น.
วัดใหญ่นครชุมน์ เป็นวัดเก่าแก่นับมาแต่ปี พ.ศ.2081 – 2084 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนมอญที่อพยพมาจากเมืองหงสาวดี ประเทศพม่า ได้สร้างวัดขึ้นบนพื้นที่วัดร้างเดิมตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
สำหรับวัดแห่งนี้ค้นพบมีบางสิ่งเชื่อว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่ในยุคทวารวดี เป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้านซึ่งเป็นคนมอญ พอถึงช่วงเทศกาลงานประเพณีสำคัญทุกปี อาทิ ประเพณีออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ช่วงเช้าจะมีพิธีตักบาตรเทโว ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ตักบาตรพระร้อย ซึ่งภาษามอญเรียกว่า ล่งฮาเปียงซางกลอม ส่วนช่วงบ่ายมีการจัดแข่งขันเรือยาวขึ้นในลำน้ำแม่กลองบริเวณหน้าวัด และยังมีประเพณีที่สำคัญอีก เช่น ประเพณีงานบวชมอญ ประเพณีเปิงสงกรานต์ มอญ-ข้าวแช่
สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ นายคมสรร จับจุ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีมอญนครชุมน์ ร่วมกับ ผศ.ดร.สัจจา ไกรสรรัตน์ ผู้ประสานงานโครงการ U2T ตำบลนครชุมน์ อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และนายเสรี มุ่งเมือง เกษตรอำเภอบ้านโป่ง ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเปิดงานการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีมอญนครชุมน์ขึ้นเพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีให้อยู่คู่กับท้องถิ่นต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชุมชนในช่วงเทศกาลงานประเพณีสำคัญ

นายคมสรร จับจุ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีมอญนครชุมน์ เปิดเผยว่า วันนี้มีการทำอาหารจากครูภูมิปัญญาเป็นอาหารพื้นบ้าน เช่น แกงกล้วยดิบไก่บ้าน ใบมะขามอ่อนใส่หมูย่าง แกงมะตาด มีขนมตาล ข้าวต้มลูกโยน ซึ่งเป็นพืชอยู่ในท้องถิ่น ถือว่าได้มีแม่ครัวมาฝึกการทำอาหาและขนมพื้นบ้านเพื่อเข้าสู่การเรียนรู้วิถีชีวิตแห่งการท่องเที่ยว สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเรื่องชุมชนมาสนุกกับการทำอาหาร ผู้ที่เป็นครูภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งเป็นอาหารวิถีมอญด้วย
โครงการนี้ยังมีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงกับโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย U2T ต.นครชุมน์ มาส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมชุมชนถือเป็นโอกาสดีที่ได้มีการจดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวชุมชนวิถีมอญนครชุมน์ด้วย ส่วนอาหารที่ทำมีการฝึกทำไว้เตรียมในงานเทศกาลออกพรรษา มีขนมที่ทำด้วยมืออย่างข้าวต้มลูกโยน ใช้เวลาการต้ม 3 – 4 ชั่วโมงจะต้องทำล่วงหน้าก่อน 1 วัน พอรุ่งเช้าตักบาตรเทโวจะนำขนมมาทำบุญร่วมกัน

อยากเชิญชวนผู้สนใจเข้ามาเที่ยวแบบวิถีใหม่มาเที่ยว 5 – 10 คนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จะมีครูภูมิปัญญาคอยต้อนรับ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งโบราณสถานที่สำคัญ ทั้งเรื่องวิถีชุมชน ใกล้ๆ บ้านยังมีวัดขนอนหนังใหญ่ มีระยะทางการเดินทางประมาณ 10 นาทีสามารถเที่ยวชมหนังใหญ่ที่วัดขนอนได้ หรือจะเรียนรู้เที่ยววันเดียวเที่ยวชมสักการะหลวงพ่อพระยาแลเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือมาเรียนรู้งานหัตถศิลป์ทำจากมือในการตัดพวงมะโหตร เป็นเครื่องแขวนโบราณที่ทำจากกระดาษสีต่าง ๆ นำมาพับและตัดเป็นรูปต่างๆ ที่สวยงามแต่ต้องนัดล่วงหน้าเป็นกลุ่ม เพื่อให้ครูภูมิปัญญาได้เตรียมตัวต้อนรับ
ผศ.ดร.สัจจา ไกรสรรัตน์ อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง กล่าวว่า โครงการ U2T ของมหาวิทยาลัยฯที่ชุมชนภูมิปัญญามีความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม สามารถนำมาเป็นต้นทุนยกระดับต่อยอดสู่การท่องเที่ยวได้ ก่อนหน้านี้เคยทำภูมิปัญญาด้านอาหาร แต่วันนี้มาสืบค้นแบบดั้งเดิมก่อน หลังจากนั้นจะนำความคิดสร้างสรรค์ ความร่วมสมัยเข้ามาเติมเต็มเพื่อยกระดับเชิงพาณิชย์ต่อไปได้

ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวต้องมีการรวมกลุ่ม โดยวันนี้มีเกษตรอำเภอบ้านโป่งมาให้คำเสนอแนะจัดตั้งกลุ่มฯขึ้น ชุมชนนี้มีกิจกรรมหลากหลายโดยเฉพาะงานประเพณีและวัฒนธรรม มีความโดดเด่นและเข้มแข็ง อย่างงานประเพณีสงกรานต์วิถีมอญมีความเป็นพระพุทธศาสนา เช่น งานวันออกพรรษา หรือเรียกว่า ตักบาตรพระร้อย พระจะเดินเข้าโบสถ์ มาตักบาตรข้าวต้มลูกโยนถวายดอกไม้ก่อนที่พระจะเข้าไปทำพิธีกรรม เป็นงานประเพณีที่สวยงามจะมีพระมากันจำนวนมากจึงเรียกว่าตักบาตรพระร้อย และยังมีการทำข้าวต้มลูกโยน ซึ่งมีมาแต่สมัยพระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาจากการไปโปรดพระมารดา มีคนรอใส่บาตรเยอะบางคนเข้าไปไม่ถึงก็จะโยนของใส่บาตร เหมือนเป็นความมหัศจรรย์ที่ทุกอันที่โยนลงไปในบาตรพอดี ทำให้ข้าวต้มลูกโยนก็จะเป็นลักษณะแบบนั้น มีลักษณะเป็นข้าวต้มข้าวเหนียว เว้นปลายหางเล็กน้อยไว้สำหรับโยน จึงฝึกทำข้าวต้มลูกโยนเพื่อต่อยอดภูมิปัญญาไว้
สำหรับวัตถุดิบการทำข้าวต้มลูกโยนจะมีข้าวเหนียว กล้วยสุก เกลือ มะพร้าวทึมทึก ถั่วลิสงหรือถั่วดำจะแตกต่างกับข้าวต้มมัดตรงที่ไม่ใส่กะทินำไปห่อด้วยใบมะพร้าวให้เหลือใบยาวออกมาเล็กน้อย เพราะไว้สำหรับจับถือได้โดยจะต้องต้มอย่างน้อยเกือบ 3 ชั่วโมงเพื่อให้แกะออกมาเนื้อจะเกิดความเหนียวแดง ส่วนการห่อและมัดให้แน่นไม่ให้น้ำเข้าไปด้านใน ส่วนใบที่เหลือไว้เล็กน้อยนั้นในอดีตกาลเพื่อใช้โยนเวลาทำบุญตักบาตรในวันออกพรรษาที่วัดใหญ่นครชุมน์ ซึ่งเป็นวัดกลางที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 3 ตำบล ระหว่าง “ตำบลนครชุมน์ ตำบลบ้านม่วง และตำบลคุ้งพยอม” จะมารวมกันเพื่อสืบทอดประเพณีมายาวนานตั้งแต่รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย
.jpg)
ข้าวต้มลูกโยน เมื่อต้มสุกแล้วสามารถเก็บไว้ได้ 4-5 วันและยังมีขนมตาลที่ใช้ใบทองกวาวในสมัยโบราณมาทำเป็นกรวยทรงยาวใส่ขนมตาล แต่ปัจจุบันมีการใช้ใบตองและเบ้าขนมมาทำทดแทน และยังมีขนมโบราณที่ขึ้นชื่อในท้องถิ่นชาวมอญนิยมทำกินในท้องถิ่นอย่างข้าวแดกงา ที่หนุ่มสาวจะร่วมกันใช้ครกและสากตำ โดยชาวมอญจะเตรียมทำอาหารคาว หวาน ไว้เตรียมทำบุญวันออกพรรษาซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคมที่กำลังจะมาถึงนี้
นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเดินทางไปเที่ยวงานประเพณีทำบุญชาวมอญ พร้อมร่วมทำบุญตักบาตรพระร้อยหรือตักบาตรข้าวต้มลูกโยนได้เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น.เป็นต้นไป – 003










