#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/636651

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
“กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นลำดับ 3 ของประเทศ มีชุมชนห่างไกลบริบทของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่หลากหลายและค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน มีเด็กไร้สัญชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก อีกทั้งมีความแตกต่างด้านฐานะทางครอบครัว ทำให้ไม่สามารถดำเนินการรูปแบบการจัดการศึกษาของจังหวัด ดังเช่นจังหวัดอื่นๆ ได้
ขณะเดียวกัน กาญจนบุรี มีนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่หลากหลายที่ได้ริเริ่มดำเนินการไว้ในโรงเรียนนำร่องนวัตกรรมการศึกษา ปี 2562 จำนวน 41 สถานศึกษาเป็นการศึกษา ที่ดำเนินการจัดรูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทเชิงพื้นที่ของจังหวัด ในเรื่องการพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก โดยยึดเพียงแค่หลักสูตรแกนกลางเป็นพื้นฐาน ส่วนรูปแบบอื่น วิธีการจัดการศึกษา เนื้อหารายวิชาในกลุ่มสาระบางอย่างทางจังหวัด โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการศึกษาจะเป็นผู้ดำเนินการได้”
ณรงค์เดช รัตนานนท์เสถียรอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีบอกเล่าถึงบริบทการจัดการศึกษาในพื้นที่กาญจนบุรี จังหวัดทางตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมามรภ.กาญจนบุรี ทำงานร่วมกับ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เริ่มจากโครงการ “ระยะที่ 1” ตั้งเป้าหมายการสำรวจไว้ 13 อำเภอ กลุ่มเป้าหมายเด็กปฐมวัยยากจนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) จำนวน 10,565 คน สำรวจได้จริง 3,560 คน คิดเป็นร้อยละ 33
ในส่วนของเด็กที่อยู่ในเกณฑ์ยากจนและได้รับการช่วยเหลือ จำนวน 1,489 คน จากจำนวน ศพด. 90 แห่งใน 39 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัด และสนับสนุนช่วยเหลือพัฒนาสถานปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 25 ศพด. กลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั้งสิ้นจำนวน17,749 คน สำรวจได้จริง 2,386 คน คิดเป็นร้อยละ 13.44 ในส่วนของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่ได้รับการช่วยเหลือจริง 223 คน
จากนั้น “ระยะที่ 2” แบ่งการช่วยเหลือเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา การช่วยเหลือเด็กปฐมวัยยากจนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การพัฒนาสถานศึกษาปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และการช่วยเหลือเด็กเสี่ยงหลุด ซึ่งการดำเนินงานและการทำงานในระยะ 6 เดือนแรก ของโครงการระยะที่ 2 มีผลการดำเนินงานที่น่าพึงพอใจ ตัวอย่างเช่นวันที่ 22-23 ม.ค. 2565 ณ สวนไทรโยครีสอร์ท
ในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกิจกรรมพัฒนาศักยภาพครู ศพด. ให้มีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการช่วยยกระดับทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้และสามารถนำความรู้ที่ได้รับด้านการพัฒนาทักษะสมอง EF ไปพัฒนาการเรียนการสอนและพัฒนาทักษะสมองของเด็กปฐมวัย 2-6 ขวบ ของแต่ละศูนย์ได้ การสนับสนุนงบประมาณการจัดกิจกรรม การจัดหาวิทยากรเพื่อพัฒนาศักยภาพครู ให้ได้รับความรู้
สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิทยากรได้ในด้านต่างๆ ที่ทีมงานของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จัดให้ ผมคิดว่า Impact ที่สำคัญที่ช่วยสนับสนุน ส่งเสริม และสร้างโอกาส ไม่ว่าจะสร้างโอกาสให้เด็กนอกระบบการศึกษาได้กลับเข้ามาในระบบ หรือมีอาชีพในการดำรงชีวิตเพื่อช่วยเหลือครอบครัว จากที่เราจะได้ยกระดับพัฒนาเด็กปฐมวัย คิดว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญ และเป็นประโยชน์มากสำหรับการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่เพื่อความเสมอภาค
กลไกโครงสร้างการทำงานของระยะที่ 1 มีการทำงานร่วมกันเชื่อมโยงกับส่วนราชการหลายส่วน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่ปรึกษาโครงการ ทั้งนี้ การทำงานเชิงพื้นที่ในระยะที่ 1 ต้องมีการเชื่อมโยงผู้บริหารท้องถิ่น หากในพื้นที่ไม่รับนโยบายการเชื่อมต่อการทำงานกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา กลุ่มเป้าหมายเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และการพัฒนาสถานปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จะทำให้การทำงานไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือตามเป้าหมายได้
โครงการระยะที่ 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีมุ่งเป้าหมายการจัดการศึกษาไปที่ศึกษาธิการจังหวัด เนื่องจากการดำเนินงานด้านข้อมูลการช่วยเหลือเด็ก และข้อมูลการดำเนินงานด้านการศึกษา ศึกษาธิการจังหวัดน่าจะเป็นผู้ดูแลโครงการและงบประมาณ ประสานงานร่วมกับผู้นำชุมชน ระดับนายอำเภอ ซึ่งมีบทบาทสำคัญมาก ส่วนระยะที่ 2 การทำงานจะดำเนินการขับเคลื่อน โดย มรภ.กาญจนบุรี เป็นองค์กรผู้เสนอโครงการ
โดยมีคณะกรรมการดำเนินงาน (Core Team) เป็นอาจารย์ เจ้าหน้าที่ มรภ.กาญจนบุรี และคณะกรรมการสมาคมสภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี เป็นภาคีเครือข่ายหลักพร้อมทั้งมีหน่วยงานภาครัฐต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหน่วยงานภาคเอกชน สถานศึกษา และหน่วยงานประชาสังคม(NGO) ใน จ.กาญจนบุรี ซึ่งทั้งหมดเป็นภาคีเครือข่ายการทำงานจากระยะที่ 1 ที่เข้าร่วมเป็นคณะทำงานในระยะที่ 2 ต่อเนื่อง
“การทำงานการช่วยเหลือเด็กจะอยู่ในกลไกและวัตถุประสงค์ของโครงการ การทำงานการเชื่อมโยงจะดำเนินงานโดยทำหนังสือแจ้งผู้บริหารท้องถิ่น ในระดับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศมนตรีเทศบาล หรือมีการประสานงานกับผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อสม. อพม.ร่วมถึงนักศึกษา และกลุ่มคณะทำงาน U2T ของ มรภ.กาญจนบุรีดำเนินงานอยู่ในพื้นที่ 5 อำเภอ ที่โครงการได้ดำเนินงานในระยะที่ 2 ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง” ณรงค์เดช ระบุ
อธิการบดี มรภ.กาญจนบุรี กล่าวในตอนท้ายว่า การที่กสศ. เสนอให้ กาญจนบุรี เป็นหนึ่งใน 20 จังหวัดนำร่อง และได้อนุมัติโครงการปีที่ 2 ในการทำงานนั้นเป็นการสร้างโอกาส กำลังใจ ทำให้มุมมองของคนในพื้นที่เห็นความสำคัญ ซึ่งแม้จะดึงเด็กนอกระบบกลับมาได้ไม่ทั้งหมด แต่ก็จะทำให้เกิดความตระหนัก และหากระบวนการ มาตรการสนับสนุนส่งเสริมเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา
ทั้งนี้ สมาคมสภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี หนึ่งเครือข่ายที่เป็นผลผลิตในการดำเนินงานจากการทำงานโครงการระยะที่ 1 จะสามารถเชื่อมต่อการช่วยเหลือและ
เชื่อมต่อหน่วยงานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐภาคเอกชน ในการจัดตั้งงบประมาณช่วยเหลือต่อไปได้หรือไม่แต่ทุกคนตระหนักว่าในพื้นที่มีเด็กที่ด้อยโอกาสและอยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่ง กสศ. ทำให้เห็นแล้วว่ามีกลไกที่สามารถเชื่อมโยงการช่วยเหลือแบบนี้
แม้งบประมาณช่วยเหลือเด็กแต่ละรายจะไม่มากมาย แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการให้โอกาสทางการศึกษา!!!
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
SCOOP@NAEWNA.COM