#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/638995

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 18.46 น.
เปิดเส้นทางระทึก! คนไทยเล่านาทีหนีตายสงครามยูเครน หวอดัง-ระเบิดสนั่น..ไม่นึกฝันจะกลับถึงมาตุภูมิ
2 มีนาคม 2565 ความคืบหน้าหลังจากที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คนไทยในยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน ได้พากันอพยพกลับประเทศไทย ชุดแรกจำนวน 38 คน โดยได้รับการช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 923
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น.ของวันนี้ (2 มีนาคม 2565) นายนายฉัตรชัย วิริยเวชกุล อธิบดีกรมการกงสุล , พล.ท.ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันต้อนรับคนไทย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยชุดที่ 2 ของวันนี้จำนวน 58 คน ด้วยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 384 เดินทางจาก Dubai มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพเช่นเดียวกัน โดยผ่านขั้นตอนการตรวจหาเชื้อโควิด ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยได้มีการนำรถบัส 3 คันมารอรับคนไทยทั้งหมดเดินทางไปตรวจคัดกรองอีกครั้ง และรอผลตรวจจากแลปที่สถาบันบำราศนราดูร
คนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศยูเครน เล่าถึงสถานการณ์ในขณะที่อยู่ในยูเครน ว่า สถานการณ์ในยูเครนยังไม่สงบ น่ากลัวมาก ทุกคนหนีมาด้วยรถไฟ แล้วแต่ใครจะกระโดดขึ้นรถไฟได้ เพื่อที่จะมาพบท่านทูต ทุกคนต้องเอาตัวรอด และต้องตัดสินใจเอาเอง ณ เวลานั้น บางทีไปเป็นกลุ่มก็อาจจะแตกแยกกันเองในเรื่องความคิดเห็น แล้วแต่ว่าใครอยากอยู่ใครอยากไป เพราะจริงๆสถานทูตตั้งใจที่จะมีรถมารับแล้ว แต่ด้วยว่าเข้าไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องหนีขึ้นรถไฟกันมาเอง ซึ่งทุกอย่างท่านทูตซัพพอร์ตมาเป็นลำดับ ส่วนที่ดูไบก็มีคนมาดูแลตามขั้นตอน
ขณะที่พวกตนต้องพากันอพยพมาที่ศูนย์ จะมีเสียงหวอดังตลอดเวลาเพราะนั่นคือโดนโจมตีแล้ว ซึ่งคนยูเครนที่นั่นก็เริ่มทยอยออก และเราเป็นคนไทยพูดภาษายูเครนไม่ได้ เวลาเราสื่อสารหาเขา เขาจะฟังไม่รู้เรื่อง และเขาก็พาพวกเขาออกมา แต่พวกตนซึ่งเป็นคนไทย พอออกมาก็ไม่รู้จะไปทางไหน ทุกอย่างมันบีบหัวใจมากเลยในขณะนั้น และเสียงหวอที่เตือนให้ทุกคนออกจากพื้นที่ดังตลอดเวลา และเราก็ได้ยินเสียงระเบิดตลอด บางคนที่หนีออกมาแทบจะไม่ได้เอาอะไรติดตัวออกมาเลย ทุกคนต้องออกมาที่สถานีรถไฟให้ได้ เพื่อที่จะเดินทางมาเมืองลวิฟ เพราะทางการไม่สามารถเอารถเข้าไปรับได้ การที่เราหนีระเบิดไม่เหนื่อยเท่ากับการแย่งกันขึ้นรถไฟ มีบางคนตกลงไปในรางรถไฟต้องพากันดึงขึ้นมา บางคนช่วยไม่ทันก็โดนเหยียบกันเองจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบหน้า มีทั้งผลักทั้งดันคิดว่าจะไม่ได้กลับประเทศไทยแล้ว
“โดยเฉพาะตอนที่หลบในหลุมหลบภัย ข้างบนก็ปล่อยระเบิด และไม่มีน้ำกินเลย แต่ทุกคนก็ฮึดสู้กันมา ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาถึงประเทศไทย วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้านคิดถึงลูกมาก ถ้าไม่ลูกคงไม่มีแรงกลับมาวิ่งกันจนหมดแรง แต่ก็ต้องวิ่งเอาชีวิตให้รอดข้างบนก็ระเบิดข้างรถก็คนเยอะมาก ซึ่งสถานทูตได้ให้การช่วยเหลือเราอย่างมาก โดยมีการติดต่อกันทางไลน์แจ้งให้เราไปรอที่ไหนอะไรแบบนี้ ตนตัดสินใจทันทีตั้งแต่เขาบอกเก็บของ ตัดสินใจกลับบ้านเลย อยู่ไม่ได้แล้ว เสียงเตือนมันทำให้ใจสั่นมาก ต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่สามารถพาพวกตนกลับมาได้ ขอบคุณท่านทูตขอบคุณคนไทยทุกคนที่เอาใจช่วย ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ถึงเหตุการณ์ทางด้านโน้นจะสงบลงก็คงไม่ไปอีกแล้ว ทุกคนก็ลงความเห็นกันแล้วว่าไม่อยากไปกันแล้วมันอันตรายมาก” คนไทยในยูเครน ที่กลับถึงมาตุภูมิ กล่าว
ด้านนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา หัวหน้าด่านควบคุมโรคท่าอากาศย่านสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า วันนี้เรารับในกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง เราได้มีการตรวจแลปสวอบ RP-CCR ซึ่งทุกท่านจะได้รับการตรวจ และไปรอผลที่บำราศนราดูร เพื่อจะดูว่ามีผลบวกหรือไม่ ถ้าเป็นผลบวกก็จะมีการดูแล และถ้าผลเป็นลบทุกคนก็สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เลย และไปสังเกตอาการที่บ้านตัวเอง ซึ่งทุกคนจะถูกกักตัวไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพราะว่าผลแลปจะออกภายใน 4 ชั่วโมงก็รู้ผลแล้ว ซึ่งทุกคนก็เหมือนเดินทางเข้าประเทศทั่วไปเพราะไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรที่ต่างจากคนทั่วไปที่มาจากต่างประเทศ เป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเรา
ส่วนนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า เคสที่เรารับคนไทยมาจากยูเครนทั้งหมดทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงแรงงาน เรามีการประสานความร่วมมือกัน มีการวางแผนการรับคนไทยที่กลับมาด้วยความเรียบร้อย เที่ยวบินที่เห็นเป็นEK 384 เป็นรอบที่ 2 ของวันนี้ เมื่อช่วงเช้าเป็นเที่ยวบินที่มาจากการบินไทย มีผู้โดยสารทั้งหมด 38 คน ก็ผ่านการคัดกรองไปถึงโรงพยาบาลบำราศนราดูร เป็นที่เรียบร้อย และรอบนี้เป็นรอบที่สองที่มีคนไทยเดินทางมาทั้งหมด 58 คน การปฏิบัติในภาพรวม การคัดกรองทุกอย่างเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของการรับคนไทยทั้งหมดที่จะมีอีกทั้งหมด 2 วัน ที่เราประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศต้องเรียนว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีความพร้อมในการปฏิบัติ









