#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/664591

วันอังคาร ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นข่าวที่ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาให้ภรรยาและบุตรของอดีตผู้ว่าฯกทม.ให้ชดใช้เงินค่าเสียหายแก่รัฐ จำนวนเกือบ 700ล้านบาท
ผมอ่านข่าวแล้ว ก็สงสารภรรยาและบุตรของอดีตผู้ว่าฯกทม.มาก เพราะไม่รู้ไม่เห็น ต้องมารับกรรมแทน
แต่มานึกอีกที ก็เห็นว่า “ผู้ใช้อำนาจตุลาการแทนปวงชนชาวไทย” ตัดสินใจได้ดีในคำพิพากษานั้น เพราะเป็นการชดใช้ความเสียหายที่บังเกิดต่อรัฐ
ไม่ใช่คดีนี้คดีเดียว ยังมีคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น รัฐมนตรี, เลขานุการรัฐมนตรี ต้องถูกติดคุกติดตะรางและชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ แม้ในบัดนี้ก็ยังมีอยู่หลายคนที่ยังไม่พ้นโทษ
ส่วนคดีอาญาก็เช่นกัน นายตำรวจที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตไป 1 คนในโรงพัก ก็ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
ตุลาการ เป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการแทนปวงชนชาวไทย เป็นผู้ให้ความยุติธรรมแก่พลเมืองของประเทศ เพื่ออยู่ดี มีสุข
นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งปวงเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทย ให้ประเทศก้าวหน้าและพัฒนาเท่าเทียมอารยประเทศ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ส่วนจะบริหารดีหรือไม่ดี ข้าราชการการเมืองและข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ติดคุกติดตะรางกันไปมากมาย
สส.และสว. เป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนปวงชนชาวไทย ทำหน้าที่กำกับดูแลรัฐบาล ออกกฎหมายบังคับใช้แก่ตุลาการและเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน และออก พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินประจำปี เพื่อนำมาใช้ให้บ้านเมืองเจริญและไปสู่ความเป็นอารยะ
ตกลงท่านผู้อ่านก็ทราบดีว่า ในระบอบประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดเป็นของปวงชนในประเทศ อำนาจนั้นก็ได้แก่ อำนาจตุลาการ อำนาจบริหาร และอำนาจนิติบัญญัติ ดังได้กล่าวแล้วในตอนต้น
แต่ผู้ใช้อำนาจทั้งสามกลุ่ม จะทำให้บ้านเมืองมีความยุติธรรม ให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ให้บ้านเมืองพัฒนาโดยไม่มีโรคมะเร็งแห่งการเมือง (คอร์รัปชั่น) มาเกาะกินได้หรือไม่แค่ไหนเพียงไร ประชาชนในปัจจุบัน ก็คงจะทราบกันดีทุกคนแล้ว
ตอนนี้จึงมาถึงที่มาของผู้ใช้อำนาจทั้งสาม ว่ามาจากไหน ใครเป็นคนเลือกตั้งหรือคัดสรรมาใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชนชาวไทย ทั้งสามกลุ่ม
โดยที่หัวเรื่องวันนี้ “ตุลาการ ที่พึ่งของชาวไทย”จึงจะได้กล่าวถึงที่มาของตุลาการและผู้ใช้อำนาจสูงสุดของอำนาจตุลาการ (ก.ต.) ว่ามีที่มาอย่างไร
ก่อนอื่นขอย้ำว่า การเลือกตั้ง ไม่ใช่เป็นสิ่งเดียวในการเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นที่มาของผู้ใช้อำนาจตุลาการ จึงมิได้ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งแต่เพียงอย่างเดียว
แต่ขึ้นอยู่กับการกำหนดวุฒิอันเป็นคุณสมบัติขั้นต่ำ กำหนดประสบการณ์ ว่าต้องมีประสบการณ์อย่างไรบ้างเป็นอย่างน้อย จากนั้นจึงจะใช้วิธีสอบแข่งขัน (หรือสอบคัดเลือก) เพื่อเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา แล้วทุกท่านก่อนที่จะเข้าไปใช้อำนาจตุลาการ ก็จะต้องผ่านการอบรม การศึกษา การหล่อหลอม การพัฒนาเพื่ออยู่ในวัฒนธรรมองค์กร อีกประมาณ 1 ปี จึงจะผ่านการคัดเลือกเข้าไปทำหน้าที่ผู้พิพากษาได้
ส่วนผู้พิพากษาท่านใด จะก้าวเข้าไปสู่การใช้อำนาจสูงสุดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล หรือ ก.ต. (คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม), ก.อ.(คณะกรรมการอัยการ) หรือ ก.ป.(คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง) ฯลฯ ก็ใช้การเลือกตั้งในระหว่างผู้เป็นตุลาการหรืออัยการด้วยกัน มิใช่ให้ประชาชนชาวไทยเป็นผู้เลือก
ดังนั้น จะเห็นว่า “การกำหนดคุณสมบัติและประสบการณ์ การคัดเลือกเบื้องต้น การสอบแข่งขัน การฝึกอบรม การหล่อหลอมอันดี ก่อนจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นตุลาการ และใช้อำนาจตุลาการแทนปวงชนชาวไทย ตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย” ได้ผลดีอย่างยิ่ง เพราะสามารถสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย จนเป็นที่พึ่งสุดท้ายของชาวไทยได้เป็นอย่างดี
ในโอกาสต่อไป จะได้กล่าวถึงที่มาของอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารบ้าง ว่าได้สร้างความสุข และความอยู่ดีกินดี ให้แก่ปวงชนชาวไทยได้เพียงใด