กุ้งพลอย กลั้นน้ำตา ฟ้อง ศรราม แค่อยากหาจุดตรงกลางให้ลูก ไม่มีใครต้องแพ้-ชนะ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2824361

กุ้งพลอย กลั้นน้ำตา ฟ้อง ศรราม แค่อยากหาจุดตรงกลางให้ลูก ไม่มีใครต้องแพ้-ชนะ

7 พ.ย. 2567 20:03 น.

กุ้งพลอย กลั้นน้ำตา ฟ้อง ศรราม แค่อยากหาจุดตรงกลางให้ลูก ไม่มีใครต้องแพ้-ชนะ

หลังจากที่ หนุ่ม ศรราม ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังโดนอดีตภรรยา กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ฟ้องร้องเรื่องลูก พร้อมเปิด 6 ข้อตกลงที่กุ้งพลอยร้องขอต่อศาลในการดูแลลูกสาว และล่าสุด ได้เจอกุ้งพลอยที่งาน ก็ไม่พลาดที่จะสอบถามถึงเรื่องการฟ้องร้องกับอดีตสามี ซึ่งกุ้งพลอยได้เปิดใจถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า 

– เรื่องนี้ค่อนข้างพูดยาก ถ้าอันไหนตอบได้ก็จะตอบ เพราะไม่กล้าก้าวล่วงการพิจารณาของศาล ตอนนี้ขอให้เป็นกระบวนการของศาลในขั้นต้น

– ฟ้องร้องเรื่องอะไร ตนยังไม่ขอพูด และวันนี้ตนได้ไปพึ่งพาศาลเพราะไม่รู้ว่าจะต้องพึ่งพาใครแล้วจริงๆ

– ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่อดทนและไม่ใช่เป็นคนไม่ยอม ยอมและอดทนไม่ได้แข็งข้อแต่ว่าแข็งแรงขึ้น

– เป็นปัญหาสะสม ถ้าไม่สะสม ตนชอบอะไรที่ชัดเจน ทำตามที่บอกได้ ตนยอมรับได้ แต่ถ้าสิ่งที่พูดและไม่จริงและใช้วาทกรรมในการอำพรางก็อยากให้เลิก

– ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ใช้กฎหมาย มันเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยอมที่จะอดทนในสิ่งที่พยายามเข้าใจ เพราะทุกคนรู้ว่าครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกับลูก ไม่อยากฟาดฟัน

– ตนโดนบล็อกการสื่อสาร ไม่รับสายหลายๆ รอบ

– 6 ข้อหลังใบหย่า ตอนนั้นตนไม่รู้กฎหมาย และเพราะเชื่อใจ เคารพในการตัดสินใจของเขา เขาไม่อยากเขาเครียดและทุกข์ ก็เลยยอมทุกอย่างตามที่อีกฝ่ายบอกแต่พอรู้กฎหมายจริงๆ สิ่งที่เราได้รับ 9 ข้อหลังใบหย่ามันกว้างเกินไป การที่จะห้ามในทุกๆ อย่างที่ตนขอ ซึ่งสิ่งที่ตนขอเป็นสิ่งที่ลูกจะได้รับสิ่งดีๆ ทั้งนั้น แต่ตนไม่เคยได้

– เวลาไปเจอลูกต้องไปพบที่สถานที่หนึ่ง ตนขอเปลี่ยนก็ไม่ได้

– ลูกป่วยก็ไม่แจ้งตน

– บล็อกวิดีโอคอลโดยไม่มีเหตุผล ไม่ยอมแจ้งเหตุผล

– ตนไม่ได้เจอลูกมา 8 เดือนแล้ว วิดีโอคอลก็หลายเดือนแล้ว แต่ตนก็ยังโทรเรื่อยๆ

– เหตุผลที่อีกฝ่ายไม่ให้ตนวิดีโอคอลกับลูก ตนก็อยากรู้เหมือนกัน 4 ปีที่ผ่านมา ก็ได้รู้เหตุผลตามที่อีกฝ่ายให้สัมภาษณ์ก็น่าจะเป็นคำตอบได้

– ตนไม่ได้ทำคอนเทนต์อย่างที่อีกฝ่ายบอก ถ้ามีรูปที่สระว่ายน้ำ หรือที่โรงเรียน ค่อยมาว่าตน พร้อมกับบอกว่า วาทกรรมอำพรางเป็นการเบี่ยงประเด็น

– ถ้าจะไม่ให้ตนถ่ายรูปลูกลงโซเชียล อีกฝ่ายก็ควรทำเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน ใครกันแน่ที่ทำคอนเทนต์ลูกมากที่สุด เป็นตัวเองหรือเปล่า

– ไม่ได้คุยกับอีกฝ่ายนานแล้ว ไม่อยากคุยแล้ว ให้ทนายเป็นคนจัดการให้

– ข้อเรียกร้องที่มีออกมา เอามาเปิดได้อย่างไร ในเมื่อมันอยู่ในขั้นตอนของศาล

– ตอนนี้ตนไม่ได้กังวลเรื่องที่ลูกจะรู้เรื่องนี้ ตนแค่รู้สึกว่า ถ้าใครคนหนึ่งโดนใส่ร้ายป้ายสีอยู่ตลอด วันหนึ่งอาจจะไม่ยอม อาจจะลุกขึ้นมาสู้ปกป้องตัวเอง

– ถามว่ากลัวลูกลืมหน้ามั้ยไม่ได้เจอนาน ก็ต้องพยายาม เพราะกลัวลูกจะลืมหน้า แต่ที่ผ่านมาตนก็พยายามเต็มที่แล้วในทุกเรื่องราวที่ผ่านมา และมั่นใจว่าลูกคงไม่ลืม

– ทุกๆ ช่วงเวลาของลูกต้องมีแม่ ลูกต้องใกล้ชิดกับแม่ แต่เป็นเพราะใคร ลูกถึงได้ใกล้ชิดกับแม่ยากเหลือเกิน

– ตนจะบอกกับลูกตลอดเวลาวิดีโอคอล และรู้ด้วยว่าลูกอยากเจอและคิดถึงตน เวลาที่เขาได้ยินว่าจะได้เจอแม่ เขาจะบอกว่าแม่ดีใจมั้ย (จะร้องไห้)

– ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการไกล่เกลี่ย

– เรื่องนี้จะไม่จบถ้าไม่สร้างวาทกรรมอำพรางให้อีกคน

– และเรื่องนี้ไม่มีใครแพ้ใครชนะ แค่เราหาจุดตรงกลางให้ลูกได้ดีที่สุด

– ต่อไปตนจะไม่ให้ใครมาใส่ร้ายป้ายสีอีกแล้ว

Leave a comment