https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830221

10 ธ.ค. 2567 14:49 น.
- บันเทิง
- ข่าวบันเทิง
- ไทยรัฐออนไลน์
ชาล็อต น้ำตาร่วง ชี้แจงละเอียดยิบ ถูกหลอกโอนเงิน 4 ล้าน มิจฉาชีพเนียนตามไม่ทัน
หลังจากที่ ชาล็อต ออสติน ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน 4 ล้านบาทและบังคับวิดีโอคอล 24 ชั่วโมงตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ในวันนี้ ชาล็อต และ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ก็ได้มาแถลงข่าวถึงประเด็นดังกล่าวเพื่อให้ทุกคนได้ระวังภัยไม่โดนหลอกแบบละเอียดยิบว่า
– มีเบอร์แปลกโทรมา เขาแจ้งชื่อและยศ และบอกว่าชาล็อตมีส่วนเกี่ยวข้องการฟอกเงินในคดีของนายศรัทธา ตนเลยแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการคุยต่อ
– มิจฉาชีพบอกว่า นายศรัทธาบอกว่าชาล็อตขายบัญชีให้ และโอนเงินให้ชาล็อตเดือนละ 8 แสนบาท
– มิจฉาชีพโอนสายให้ชาล็อตคุยกับอีกคน และทำการขอไลน์เพื่อจะวิดีโอคอลเก็บหลักฐานเอาไปขึ้นศาลเพื่อฟ้องนายศรัทธา
– มิจฉาชีพบอกให้ชาล็อตกดโค้ดเพื่อเป็นการโอนสายไปคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคน

– แต่พอกดโค้ดแล้วทำให้ใช้โทรศัพท์ของชาล็อตติดต่อใครไม่ได้ เป็นเทคโนโลยีของมิจฉาชีพ และยังบอกว่า โค้ดนี้จะเป็นการตาม GPRS อยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น
– มิจฉาชีพบอกชาล็อตว่าห้ามบอกใคร เพราะเป็นความลับของทางราชการ ถ้าบอกใครคนอื่นจะโดนปรับและเดือดร้อนตามไปด้วย เพราะกลัวคนอื่นจะเดือดร้อน ชาล็อตจึงยอมคุยต่อเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ จึงไม่บอกใครต่อ
– มิจฉาชีพบอกชาล็อตว่าตอน 1 ทุ่มจะออกหมายจับ ถ้าไม่ให้การยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ชาล็อตไม่อยากเสื่อมเสียชื่อเสียงเลยยอมคุยต่อและเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง
– มิจฉาชีพบอกว่าถ้าไม่ยอมจะแจ้งจับ แต่ถ้ายอมจะทำการคืนเงินใน 15-30 นาทีหลังจากที่ตรวจสอบแล้ว ชาล็อตจึงโอนเงินไป
– เงินก่อนแรกโอนไป 2 ล้าน เวลาประมาณ 5 โมงครึ่ง มิจฉาชีพบอกว่ายังประชุมอยู่ ต้องเอาเรื่องนี้ไปให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ ซึ่งที่โทรมาแจ้งว่าเป็น DSI ก็เลยเชื่อว่าเป็นความลับของทางราชการจริงๆ เลยไม่สามารถบอกใครได้

– ณวัฒน์เสริมว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนเย็น อยู่ในรถ ประมาณ 5 โมง และก็วิดีโอคอล เห็นหน้ากันก็คุยกันไปเรื่อยๆ
– ชาล็อตยังวิดีโอคอลกับมิจฉาชีพต่อ ซึ่งมิจฉาชีพข่มขู่ต่อว่าถ้าชาล็อตวางสายมิจฉาชีพจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับฝากขังทันที เพราะทราบพิกัดที่อยู่ของชาล็อตแล้ว ชาล็อตยอมรับว่ากลัวและแพนิกมาก จึงต้องยอมทำตามที่มิจฉาชีพบอกเพราะคิดว่าเป็นเรื่องจริง ก็บอกข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เชื่อว่าชาล็อตนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ
– ไม่คิดว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะเคยเจอมิจฉาชีพแต่ไม่ได้มาในรูปแบบนี้
– อีก 2 ล้านโอนไปอีกตอนเที่ยงคืน เพราะมิจฉาชีพแจ้งว่าผู้การจะพักประชุมตอนเที่ยงคืน พอพักเสร็จก็มาเปิดกล้องกับชาล็อตอีกครั้ง บอกว่าตรวจสอบยอดแล้ว สามารถโอนยอดต่อไปให้ตรวจสอบได้เลย ซึ่งชาล็อตก็โอนไป ครั้งที่ 2 โอนไป 5 แสน และครั้งที่ 3 โอนไป 1.5 ล้าน เพื่อให้เอาไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน

– จริงๆ มิจฉาชีพจะเอาเงินให้หมดบัญชี แต่บัญชีของชาล็อตนั้นโอนได้ครั้งละ 2 ล้าน มิจฉาชีพเลยพยายามจะยื้อเพื่อจะหาทางเอาเงินเพิ่มอีก
– เมื่อชาล็อตรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็พยายามให้อีกฝ่ายเปิดกล้อง เพื่อที่จะเก็บหลักฐาน แต่มิจฉาชีพก็ข่มขู่ต่ออีก โดยการเปลี่ยนคนอื่นให้มาคุยเรื่อยๆ
– ตอนที่วิดีโอคอลคุยกับมิจฉาชีพชาล็อตอยู่คนเดียวตลอด
– พอรู้ว่าโดนมิจฉาชีพหลอก ก็พยายามหลอกให้อีกฝ่ายเปิดกล้องเพื่อจะถ่ายคลิป โดยแจ้งว่าขอความสบายใจ ซึ่งอีกฝ่ายก็ข่มขู่ว่าพูดแบบนี้สามารถโดนอีกคดีได้เลย พยายามข่มขู่ให้กลัว ซึ่งชาล็อตก็กลัวจริงๆ
– ที่ชาล็อตไม่เอะใจ เพราะมิจฉาชีพส่งเอกสารมาให้ทางไลน์ ที่เป็นหมายจับ และหมายยุติจากผู้ต้องหา ตอนนี้เป็นผู้เสียหายก็เลยเชื่อ เพราะเอกสารดูถูกต้องตามหลักราชการ ชื่อ นามสกุล บัตรประชาชนถูก และสมุดบัญชีธนาคารหนึ่ง จึงทำให้ชาล็อตเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
– หลังจากนั้นชาล็อตก็รีบโทรหาธนาคารเพื่ออายัดระงับเงินชั่วคราว แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่เมื่อเช็กเงินที่ธนาคารปลายทางก็พบว่าเงินไม่อยู่แล้ว

– ชื่อบัญชีที่ชาล็อตโอนไปคือ น.ส.ปาริฉัตร แซ่เอี้ยว มิจฉาชีพบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ถูกถอดยศแต่ยังอยู่ในสำนักงาน เพื่อให้คนโอนเงินมาตรวจสอบ
– ณวัฒน์แจ้งว่าเพราะชาล็อตเป็นแพนิกเลยมีความกลัวและเชื่อมิจฉาชีพง่ายขึ้น และชาล็อตยังต้องกินยารักษาอยู่
– ณวัฒน์อยากให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนกับคนอื่น มิจฉาชีพทำงานทุกวัน การจะได้เงินคืนเท่ากับศูนย์
– ในวันนี้ชาล็อตพลาดไปแล้ว ณวัฒน์อยากจะบอกว่า ข้าราชการและตำรวจไม่มีการทำคดีออนไลน์ ตำรวจทุกแผนกในประเทศไทยไม่มีใครทำงานด้วยระบบนี้เด็ดขาด ถ้าใครได้ฟังและดูเคสของชาล็อต ถ้ามีมันคือการหลอกลวงล้านเปอร์เซ็นต์ อย่าหลงเชื่อ ต้องยับยั้งชั่งใจ ถ้าผิดจริงให้บอกไปว่ายินดีจะไปศาล
– หลังจากที่เกิดเรื่อง ชาล็อตยังช็อกที่เงินหายไปจำนวนมาก ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อน พยายามใจเย็นและตั้งสติ พยายามมูฟออน และทำงานต่อ และอยู่กับเลขาของตัวเอง

– ณวัฒน์อยากให้มีกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับพวกแก๊งคอลเซนเตอร์ เพื่อไม่ให้คนไทยไปรับจ้างทำงานอะไรแบบนี้ อยากให้เพิ่มโทษ
– ฝากถึงคนที่รับจ้างเปิดบัญชี คดีจะมาถึงตัวแบบง่ายๆ เช่นกัน
– ณวัฒน์ปลอบชาล็อต ดีแล้วที่เงิน 50 ล้านยังเหลืออยู่
– ถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์ เพราะวันที่ 20 ธันวานี้จะอายุครบ 26 ปี ถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์เบญจเพส


