ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/196861
11 ม.ค. 59 สถานการณ์ภัยแล้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.สตึก ล่าสุดมีปริมาณลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จนมองเห็นตอม่อสะพาน และบางช่วงแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปมาได้ โดยล่าสุดที่บริเวณจุดวัดระดับน้ำบริเวณศาลเจ้าพ่อวังกรูด มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 56 เซนติเมตร จากระดับความสูงริมฝั่ง 9 เมตร หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1.10 เมตร ซึ่งปีนี้มีปริมาณลดต่ำกว่า 50 เซนติเมตร ขณะนี้ระดับน้ำทรงตัว เพราะน้ำเป็นแอ่งไม่มีการไหลเวียน ซึ่งน้ำรอการระเหยแห้งอย่างเดียว โดยระดับน้ำ 2-3 วัน จะลดลง 1-2 เซนติเมตร สาเหตุที่ปีนี้ปริมาณน้ำมูลลดต่ำเนื่องจากมีฝนตกน้อยและฝนทิ้งช่วง ประกอบกับไม่มีน้ำเหนือไหลมาสมทบ
จากปริมาณน้ำมูลที่ลดต่ำในช่วงนี้ ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของชาวประมงที่มีอาชีพหาปลา และเลี้ยงปลาในกระชัง อีกทั้งกระทบกับเกษตรกรที่มีอาชีพทำนาริมฝั่งลำน้ำมูล ไม่สามารถสูบขึ้นไปทำนาได้ ขณะที่ชาวนาริมฝั่งมูลบางรายได้เริ่มที่ไถหว่านทำนาปรังแล้ว ทั้งนี้คาดว่าหากภายใน 1 – 2 เดือน ปริมาณน้ำมูลจะลดต่ำลงจนถึงขั้นวิกฤตแห้งขอด

จากที่ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมูลมีระดับอยู่ที่ 2.10 เมตร แต่มาถึงขณะนี้น้ำมูลได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนมองเห็นตอม่อสะพานและสันดอนทรายโผล่ บางช่วงแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปมาได้ ทำให้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่มีอาชีพหาปลา และเลี้ยงปลากระชังต้องเดือดร้อนขาดรายได้
นายโอภาส ชนะดี อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่ชลประทานที่ดูแลประจำริมลำน้ำมูล ระบุว่า ปีนี้น้ำในลำน้ำมูลมีปริมาณลดต่ำที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยจุดที่ลึกที่สุดบริเวณศาลเจ้าพ่อวังกรูด มีปริมาณเหลือประมาณ 56 เซนติเมตรเท่านั้น จากระดับความสูงริมฝั่งสูงกว่า 9เมตร ขณะที่บางช่วงน้ำมูลมีสภาพแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปมาได้ โดยสาเหตุที่น้ำลดต่ำลงเนื่องจากฝนตกน้อย และคาดว่าภายใน1-2 เดือน ระดับน้ำจะถึงขั้นวิกฤต และส่งผลกระทบต่อชาวประมงและเกษตรกรที่อาศัยน้ำจากลำน้ำมูลในการประกอบอาชีพเลี้ยงในกระชังหรือชาวบ้านที่หาปลาธรรมชาติไปบริโภคและขายอีกด้วย
