กรมชลลุยโครงการผันน้ำสาละวิน ยัน4เขื่อนหลักมีน้ำพอใช้ถึงก.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197753

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559, 15.20 น.
16 ม.ค. 59 นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการผันน้ำจากแม่น้ำสาละวิน ไปลงเขื่อนภูมิพล และผันน้ำจากแม่น้ำโขง มาลงเขื่อนอุบลรัตน์ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้เร่งศึกษาทั้งสองโครงการเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ว่าพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯได้เรียกประชุมทั้งกรมทรัพยากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าทั้งสองโครงการ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการผันน้ำจากลำน้ำยวง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาจากแม่น้ำสาละวิน ที่กำลังทำรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม(EIA)จะใช้เวลาอย่างน้อย1 ปี หลังจากนั้นมาดูว่ามีความเหมาะสมของโครงการ เมื่อได้ข้อสรุปแน่นอนก็ไปทำความตกลง กับประเทศเมียนมา ต่อจากนั้นก็เริ่มดำเนินการโครงการ ส่วนการผันน้ำโขงในช่วงแรกได้ศึกษาไว้แล้ว สามารถตั้งสถานีสูบน้ำจากห้วยหลวง จ.หนองคาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำของไทยได้ทันทีในปี60 ไม่ต้องขอจากสมาชิกกลุ่มแม่น้ำโขง(MRC)

นายสุเทพ กล่าวว่าสำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลัก 4 แห่งเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันล่าสุด 3,643 ล้านลบ.ม. ซึ่งยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้เพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้ถึงเดือน ก.ค. โดยขณะนี้การใช้น้ำทุกกิจกรรมยังอยู่เป้าหมายที่ควบคุมได้ โดยมีบางพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนเช่น จ.เชียงใหม่ ซึ่งทางสำนักงานชลประทาน ได้ร่วมกับผู้ว่าจ.เชียงใหม่ แก้ไขแล้วในเรื่องน้ำอุปโภค บริโภค

“ยืนยันว่าปริมาณน้ำมีเพียงพอในการอุปโภคบริโภคแต่ต้องใช้วิธีบริหารจัดการควบคุมดูแลอย่างข้มข้น ที่ไม่ให้เอาไปใช้นอกเป้าหมาย ซึ่งได้กำชับทุกพื้นที่ต้องใช้น้ำตามที่จัดสรรไว้เท่านั้น ทั้งนี้รมว.เกษตรฯได้สั่งการให้เตรียมมาตรการรับมือปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่489 อำเภอทั่วประเทศ ซึ่งสั่งให้กรมชล และกรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการแก้ไขหาแหล่งน้ำใกล้เคียง ขุดบ่อบาดาล มาช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยโดยให้เสร็จสิ้นทุกพื้นที่ภายในในสิ้นเดือนนี้ “นายสุเทพ กล่าว

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในส่วนมาตรการหาแหล่งน้ำต่างๆเช่นแก้มลิง หรือแหล่งน้ำมีอยู่ ไปเชื่อมต่อ ให้กับชุมชนที่สุ่มเสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ตอนนี้เฝ้าระวังพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา  พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เช่น พื้นที่จ.ปทุมธานี คลองระพีพัฒน์  ที่ต้องเฝ้าระวังให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเคยเกิดปัญหาขาดแคลนในปีที่58 และจะให้เกิดในปีนี้ไม่ได้อีกแล้วถ้าเกิดอีกเป็นเรื่องแน่ ตนได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ให้เฝ้าระวังตลอด24 ชม.พยายามตรวจสอบไม่ให้นำน้ำไปใช้นอกแผน หากมีดังกล่าวกรณีเกิดขึ้น จะต้องออกไปพบปะกับชาวบ้านเพื่อ พูดคุยเจรจา ทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ที่มีจำกัด

นอกจากนี้จากการสำรวจล่าสุดพบว่า มีชาวนาปลูกข้าวนาปรังไปแล้วกว่า1.75 ล้านไร่ เพิ่มจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ปลูกอยู่ที่ 1.66 ล้านไร่ จะเห็นว่าเพิ่มขึ้นมาในอัตรา น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ในช่วงเวลา เดียวปลูกถึง  2.8 ล้านไร่ น้อยกว่า 1 ล้านไร่ ถือว่ามาตรการชี้แจงขอความร่วมมือ ได้รับความร่วมมือเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง ซึ่งชาวนาที่ปลูกข้าวมีแหล่งน้ำตนเองด้วย

ทั้งนี้จากรายงานของกรมชลประทาน ในโครงการผันน้ำจากลำน้ำยวง  ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำสาละวินไปยังเขื่อนภูมิพล เพื่อเติมน้ำในเขื่อนให้ได้อีกปีละ 2,000 ล้าน ลบ.ม. จากที่สามารถรับน้ำประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. โดยได้มีการศึกษาแล้วคาดว่าต้องใช้งบประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ส่วนโครงการผันน้ำจากห้วยหลวง จ.หนองคาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่เชื่อมต่อจากแม่น้ำโขง เพื่อดึงน้ำไปเก็บไว้ในเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เพื่อเพิ่มน้ำในพื้นที่ภาคอีกสานประมาณ 3 แสนไร่ โครงการนี้จะใช้งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท โดยขั้นแรกจะใช้งบ 3 พันล้านบาท สร้างสถานีสูบน้ำ ผนังกั้นน้ำในห้วยหลวง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำของไทยไม่ต้องขอจากสมาชิกกลุ่มแม่น้ำโขง(MRC)

Leave a comment