ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/197965
ชาวนาโวย
มาตรการสู้แล้งไร้ผล
แฉเจ้าหน้าที่มท.-กษ.
ช่วยเฉพาะพวกพ้อง
ซัดทส.ขุดบ่อเป็นแสน
สูบน้ำยังไม่พบสักหยด
สถานการณ์ภัยแล้งขั้นวิกฤติขยายไปหลายพื้นที่ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนหนักแต่ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยหลือ รวมถึงมาตรการของรัฐที่ไม่มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 17มกราคม นายประสิทธิ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทยกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือภัยแล้งของรัฐบาลที่ให้ปลูกพืชอื่น และขอความร่วมมือชาวนาหยุดทำนาปรังว่า ยังไม่มีอะไรรูปธรรม ทั้งมาตรการจ้างงานของกรมชลประทาน ก็มีคนมาร้องเรียนว่าคัดเอาแต่พวกกันไปทำงาน ส่วนชาวนาก็ยังปลูกข้าวเหมือนเดิม ซึ่งเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ จะแล้งเต็มที่บางพื้นที่ต้องเกิดปัญหาแย่งน้ำกันอีก แต่บางพื้นที่น้ำแห้งไปหมดแล้ว ก็คงไม่แย่งกัน เพราะไม่มีน้ำให้แย่ง
แฉเล่นพวกแจกพันธุ์พืช-สัตว์
“ขณะนี้ในพื้นที่ภาคกลางสับสนไปหมด เพราะหน่วยงานต่างๆทำงานไม่ชัดเจน บางพื้นที่ชาวบ้านก็ได้แจกพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ บางจังหวัดก็ไม่ได้ ก่อนหน้านี้มาสำรวจ เอารายชื่อไปหมด พอมาแจกได้เฉพาะญาติกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยังมีบางตำบลกำนัน ผู้ใหญ่เสนอโครงการขึ้นไปเอาชื่อลูกบ้าน ซึ่งเป็นคนนอกทะเบียนบ้านไปใส่ ก็มีในหลายโครงการของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งชาวบ้านมาร้องเรียนกับผม ที่ชุมชนทำโครงการขึ้นไปของบ และการแจกพันธุ์ปลาบางรายได้แจก3 พัน อีกรายได้5 พันตัว ขนาดพันธุ์เป็ด ไก่ หากเป็นพวกกันก็ได้ตัวใหญ่ ปัญหาเกิดจากให้จังหวัดจัดซื้อเอง และเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปแจก ก็แจกพวกกู ไม่แจกพวกมึงอีก ความจริงในพื้นที่เป็นอย่างนี้ ชาวบ้านเขาโวยตลอด แต่ที่กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทยไม่รู้เรื่อง”นายประสิทธิ กล่าว
ชี้คิดผิดสั่งชาวนาเลิกปลูกข้าว
และว่า การจะให้ชาวนาหยุดปลูกข้าว ไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ พูดมาหลายปีแล้ว ทุกครั้งที่เกิดภัยแล้ง ก็พูดแบบนี้ เคยไปสำรวจหรือไม่ว่า ปลูกแล้วมีตลาดรองรับหรือไม่ ถ้าได้ตามนี้ทุกคนพร้อม แต่ปลูกแล้วไม่มีที่จะขาย เศรษฐกิจก็แย่อย่างนี้
ซึ่งจะบอกให้ชาวนาเลิกทำนาไม่ได้ เพราะเขารู้ตลาดรู้ที่ขาย กลไกตลาดข้าวยังเดินอยู่ จะให้ไปปลูกถั่วเหลืองถั่วเขียว อยากให้กระทรวงเกษตรฯไปดูชาวนาที่มีนบุรี เลิกปลูกข้าวไปปลูกถั่วเขียว 30ไร่ พอต้นขึ้นมา5 นิ้ว หนอนกินหมดเลย เพราะไม่รู้วิธีป้องกันทำอย่างไร เสียเงินเสียโอกาสไป ซึ่งเรื่องข้าวชาวนามีความคุ้นเคย จะได้มากได้น้อยเขาก็รู้วิธีการปลูกรู้การขาย
อ่างทองโวยกษ.เมินช่วยแก้แล้ง
สอดคล้องกับนางมะลิ แจ่มทอง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลจำลอง อ.แสวงหา จ.อ่างทองเปิดเผยถึงปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงมากขึ้นในพื้นที่ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ลงไปชี้แจงช่วยเหลือทั้งที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย ที่บอกว่าจะแจกพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ใช้น้ำน้อยก็ยังไม่นำมาแจก ถึงเอาไปให้ก็ปลูกไม่ได้ เพราะไม่มีน้ำรด ถั่วเขียวถั่วเหลืองแม้ทนแล้งแต่ไม่รดน้ำก็ตายหมด ตอนนี้น้ำในคลองแห้งหมดมาเดือนกว่า เพราะประตูชลประทานโครงการชันสูตร จ.อ่างทอง-สิงห์บุรี ปิดประตูน้ำเดือดร้อนกันหมด บางทีปล่อยน้ำมาบ้างก็ไม่ถึง ชาวนาที่อยู่ต้นคลองดักสูบเข้านาข้าวนาปรังที่จะเก็บเกี่ยวเดือนมีนาคมนี้
พ้อนายกฯเน้นช่วยสวนยาง
“ข้างบนก็คิดนโยบายกันมา ไม่เคยลงมาถามเกษตรกรเลย ไม่รู้เอางบให้ใคร และเห็นแต่นายกรัฐมนตรี รมว.เกษตรฯเอาจริงเอาจังมาก เรื่องช่วยชาวสวนยาง ไม่เคยพูดถึงว่าจะช่วยเหลือชาวนาบ้างทั้งที่เจอแล้งติดกันมา3 ปี ตอนนี้ราคาข้าวหอมปทุมเหลือตันละ 7 พันบาทแล้ว ที่บ้านปลูก14 ไร่จะเกี่ยวเดือนกุมภาพันธ์นี้ ใช้น้ำจากบ่อบาดาลขุดเองราคา 5 พันกว่าบาท ซึ่งเดือนมีมีนาคมน้ำบาดาลก็ค่อยๆหมด”นางมะลิกล่าว
ปูดกรมชลจ้างงานช่วยแต่ญาติ
และว่า ในส่วนโครงการจ้างงาน 2 ปี ของกรมชลประทาน เห็นแต่คัดเกษตรกรพวกที่เป็นญาติเจ้าหน้าที่ หรือคนรู้จักกับคนในชลประทานไปทำทั้งนั้น คนจนจริงๆไม่ได้ทำ เข้าไม่ถึงโครงการนี้ ยิ่งตอนนี้มีของกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ใหญ่คัดชาวบ้านไปรับเมล็ดถั่วเขียว พร้อมอุปกรณ์ ตะแกรง ดินใช้เพาะ สามารถเพาะขายได้เลย แต่ไปคัดเลือกคนแก่ๆในหมู่บ้านไปไม่กี่คนซึ่งไม่มีใครทำไหวเพราะอายุมาก รับมากองไว้ใต้ถุนบ้าน อยากเรียกร้องรัฐบาล หากจะช่วยเหลือเกษตรกรตัวจริง ควรให้เป็นเงินสดเป็นรายครัวเรือนเข้าบัญชีธกส.จะทั่วถึงแน่นอนกว่า
บ่อน้ำบาดาลทส.ใช้สูบน้ำไม่ได้
นางมะลิกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากรมทรัพยากรน้ำ ลงมาขุดบ่อบาดาลให้หลายบ่อ ใช้งบประมาณบ่อละกว่าแสนบาทถือว่าแพงมาก เพราะถ้าชาวบ้านจ้างขุดเองประมาณ 1 หมื่นบาทสามารถสูบน้ำได้มากแล้ว แต่ของกรมทรัพยฯยังใช้สูบน้ำไม่ได้ ชาวบ้านเลยปล่อยทิ้งร้าง โดยเฉพาะพื้นที่อ.จำลอง จ.สิงห์บุรี ไปขุดไว้หลายบ่อ ตั้งแต่หน้าแล้งก็ใช้การไม่ได้ตั้งแต่ปี 2558จนถึงปัจจุบัน ก็ไปขุดเพิ่มอีก และใช้เครื่องมืออุปกรณ์เดิมของปี 2558 โดย ขุดหน้ากว้าง6 ใช้เครื่องสูบหน้า 2 ทำให้สูบน้ำไม่ขึ้น ชาวบ้านร้องให้มาแก้ไขยังไม่เคยมาแก้ให้ ปล่อยทิ้งไว้ตามเดิม
บุรีรัมย์หนี้พอกประกาศขายนาทิ้ง
เช่นเดียวกับ ชาวนาหลายหมู่บ้านในต.กลันทา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนักจากราคาข้าวที่ตกต่ำสุดในรอบหลายปี เหลือเพียงกิโลกรัมละ 7-8 บาท ซึ่งไม่คุ้มทุน ขณะที่ผู้ประกอบการโรงสีบางแห่งไม่รับซื้อข้าวของเกษตรกร โดยอ้างไม่มีสถานที่จัดเก็บเพราะระบายออกไม่ทัน อีกทั้ง บางพื้นที่ประสบปัญหาภาวะภัยแล้งซ้ำเติม ทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่ จึงต้องติดประกาศขายที่นาด่วน ในราคาถูกเฉลี่ยไร่ละ 350,000-400,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงแม้จะเป็นที่ดินที่มีโฉนด และอยู่ติดถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบล ถือว่าทำเลดีสามารถเรียกราคาได้ถึงไร่ละ 600,000-700,000 บาท แต่ชาวนาที่ติดประกาศขายบอกว่า สาเหตุที่ตั้งราคาไว้ต่ำเ พราะต้องการขายให้ได้เร็ว เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือนเศษ จะครบกำหนดส่งดอกเบี้ย และชำระหนี้ธ.ก.ส.สิ้นเดือนมีนาคมนี้ รวมถึงต้องชำระหนี้นอกระบบที่ไปกู้ยืมมาใช้จ่ายในครอบครัว และลงทุนทำนาอีกด้วย
โคราชประกาศภัยแล้ง9อำเภอ
ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยว่า ในพื้นที่รับผิดชอบ 32 อำเภอ ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้ง 9 อำเภอคือ อ.ขามสะแกแสง อ.คง อ.บัวลาย อ.แก้งสนามนาง อ.โนนไทย อ.ด่านขุนทด อ.โนนสูง อ.เทพารักษ์และอ.พระทองคำรวม 59 ตำบล 641 หมู่บ้าน 49,027 ครัวเรือน พื้นที่เสียหาย 466,528ไร่ เป็นพืชไร่ 11,373 ไร่ นาข้าว 455,129ไร่ พืชสวน 26ไร่ ซึ่งตนจะรีบดำเนินการช่วยเหลือต่อไป