ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/198070
18 ม.ค. 59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เรียกประชุมด่วนคณะทำงานในการแก้ปัญหายางพารา ซึ่งมีระดับอธิบดี รองอธีบดีทุกกรมเข้าร่วม ภายหลังการประชุมใช้เวลานานกว่า2 ชม. รมว.เกษตรฯปฎิเสธให้ข่าวแก่สื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวจำนวนมาก
แหล่งข่าวกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า รมว.เกษตรฯได้เน้นย้ำให้ทุกกรมส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมดำเนินในโครงการแทรกแซงยางพารา 1 แสนตัน และไม่ให้เกิดกรณีปัญหาร้องเรียนจากเกษตรกรอย่างเด็ดขาด เงินทุกบาทจะต้องถึงมือเกษตรกรโดยตรงรวมถึงคนที่มาขายกับโครงการต้องเป็นเกษตรกรเท่านั้นซึ่งต้องกำหนดกรอบทำงานอย่างรัดกุมเพื่อปิดช่องโหว่งป้องกันพ่อค้านำยางในสต๊อกตนเอง มาขายที่จุดรับซื้อโดยสวมสิทธิเกษตรกร ที่อาจทำให้เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสขึ้นได้
“เริ่มรับซื้อวันที่25 ม.ค. นี้ซึ่งกยท.จะเป็นหน่วยงานหลักในการเข้าไปรับซื้อทั่วประเทศ และเจ้าหน้าที่ของกยท.จะเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพยาง ประจำจุดรับซื้อทุกแห่ง โดยมีการรับซื้อทั้งหมด ตั้งแต่ยางก้อนถ้วย น้ำยาง และยางแผ่นดิบ เพราะกยท.เป็นหน่วยงานเดียวที่มีความเขี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่รายละเอียดการขึ้นทะเบียนเกษตรสวนยาง จะมีเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร เข้าไปดูแลตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรสวนยางทุกจุด ส่วนกรมอื่นๆจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเป็นหน่วยงานเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตกรและช่วยให้กระบวนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล หลังจากนั้นจะนำยาง ที่รับซื้อไปแปรูปเพื่อส่งมอบให้8 กระทรวงไปใช้ความต้องการที่เสนอมา”แหล่งข่าว กล่าว
ด้านนายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงรายละเอียดการขึ้นทะเบียนเกษตรกรสวนยางที่นำยางมาขายให้กับโครงการแทรกแซงว่า อยู่ระหว่างการทำประชาคม เพื่อตรวจสอบสิทธิ ขณะนี้มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนแสดงความจำนงค์ที่จะขายยางแล้ว2.6 แสนราย และจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตกรสวนยางรายอื่นต่อไปเพื่อนำไปประชาคมให้เสร็จสิ้นภายใน19 ม.ค.นี้และสามารถนำยางมาขายได้ทันวันที่25 ม.ค.