ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/197544
เคาะซือยาง45บ.
ดีเดย์เริ่มเปิดโต๊ะ25มค.
ย้ำรับจากเกษตรกรเท่านั้น
บิ๊กฉัตรปัดน้อยใจทิ้งเก้าอี้
ฟุ้งจ่ายชดเชยแล้ว7พันคน
เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคายางพารา เพื่อหารือเรื่องการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรในราคานำตลาดและนำยางพาราไปใช้ภายในประเทศ เพื่อผลักดันให้ราคาที่ตกต่ำเพิ่มสูงขึ้น
เคาะรับซื้อยางกก.ละ45บาท
โดย พล.อ.ประวิตร เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติรับซื้อยางแผ่นดิบไม่รมควัน ในราคากิโลกรัมละ 45 บาท เบื้องต้นจำนวน 1 แสนตัน โดยใช้เงินงบประมาณจากกองทุนการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ซึ่งตัวเลขนี้ยืนยันว่าทุกฝ่ายพอใจ และเมื่อซื้อไปแล้วจะไม่นำยางไปเก็บ แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องไปนำดำเนินการ โดยการจัดซื้อจะให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) บูรณาการร่วมกัน โดยตนจะนำเรื่องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติต่อไป
ย้ำรับซื้อจากเกษตรกรทั้งหมด
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวเสริมว่า เงื่อนไขการรับซื้อจะซื้อจากเกษตรกรทั้งหมด ซึ่งจะเริ่มใช้มาตรการดังกล่าวกับเกษตรกรในภาคใต้ก่อน โดยไม่ต้องตรวจสอบเงื่อนไข หากเกษตรกรเดือดร้อนก็ต้องซื้อ แต่มีกี่รายยังไม่ทราบ แต่เอาจำนวนปริมาณที่จะซื้อ 1 แสนตันเป็นตัวตั้ง จะซื้อยางทุกชนิดจากเกษตรกร เพื่อนำไปใช้ภายในประเทศให้หมด เชื่อว่าราคายางพาราจะขยับขึ้น
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะใช้งบประมาณในปี 2559เพื่อซื้อยางพารา ประมาณ 1 พันตัน เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมในการสร้างถนน ลานกีฬา และในปีงบประมาณ 2560 จะเพิ่มการสนับสนุนยางพาราจากเกษตรกรไม่น้อยกว่า 6 พันตัน
“บิ๊กฉัตร”ยันไม่ลาออก
วันเดียวกัน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาปฎิเสธกระแสข่าวเตรียมลาออจากตำแหน่ง เพราะน้อยใจที่นายกฯมอบหมายให้หน่วยงานอื่นๆ มาช่วยแก้ปัญหาราคายางว่า ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ คนเป็นทหาร ท้อไม่ได้ เมื่อได้รับภารกิจก็ต้องดูแลให้สำเร็จ ที่ผ่านมาก็เคยบอกข้าราชการในกระทรวงเกษตรฯว่า จะน้อยใจไม่ได้ ท้อไม่ได้ และทำงานแบบเดิมไม่ได้ วันนี้ต้องทำงานเต็มที่ เพราะหากมีปัญหาอะไร กระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ดีเดย์เปิดโต๊ะรับซื้อ25มค.
รมว.เกษตรฯ ยังระบุว่า ในส่วนการรับซื้อยางจำนวน 1 แสนตัน ที่นายกฯได้มอบหมายให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้รับซื้อยางแผ่นรมควันชั้น 3 ในราคากิโลกรัมละ 45 บาท และไล่ราคาลงไปทั้งน้ำยางดิบ ยางก้อนถ้วย จะมีสูตรราคารับซื้อตามที่ทางกยท.กำหนด ซึ่งสามารถดำเนินการตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมนี้เป็นต้นไป โดยที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแก้ปัญหาราคายางพาราที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้กยท.เข้าไปรับซื้อร่วมกันกับอคส.โดยใช้เงินของ กยท.
ไม่รู้อคส.มาเอี่ยวรับซื้อได้ยังไง
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ อคส.เข้ามารับซื้อยางแทน กยท. เข้าใจว่าทาง อคส. คงเสนอตัวเข้ามาเอง โดยเสนอตัวเข้ามาสำรวจความต้องการของเกษตรกร แต่เมื่อดูแล้วกระบวรการทำงานน่าจะมีปัญหาในเรื่องบุคคลากร ก็เลยขอความร่วมมือมาทางกระทรวงเกษตรฯ เพราะดูแลมาตั้งแต่ต้น
“ก็อคส.เสนอตัวเข้ามาเอง โดยบอกว่าจะมาช่วยเหลือ แต่เมื่อดูแล้วน่าจะทำไม่ได้ และอาจมีปัญหา นายกฯจึงบอกว่าหากทำไม่ได้ให้กระทรวงเกษตรฯดำเนินการ โดยให้กยท.เข้าร่วม ซึ่งผมไม่ทราบว่าการที่อยู่ดีๆนายกฯให้อคส.รับซื้อมีที่มาที่ไปอย่างไร คงต้องไปถามอคส.เอง” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเรื่องที่ อคส.เข้ามามีเอี่ยวในการรับซื้อยางนี้ เป็นข้อเสนอของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ แต่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่า อคส. อาจโดนนักการเมืองนักการเมืองฝ่ายตรงคอยจ้อง ที่จะเข้าไปตรวจสอบการรับซื้อยางครั้งนี้หากเกิดความไม่โปร่งใสขึ้นนำมาโจมตีได้ อาจกระทบกระเทือนรัฐบาล จึงให้ คสช. และกยท. เข้ามาร่วมตรวจสอบและรับซื้อด้วย
เริ่มจ่ายชดเชยแล้ว7,000คน
ทั้งนี้การเร่งรัดจ่ายเงิน1.5 พันบาทให้เกษตรกรสวนยาง ได้จ่ายไปแล้ว 7 พันราย จากที่มีการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนไปแล้ว4 แสนราย จากเกษตรกรสวนยาง 8 แสนราย ซี่งจะเร่งรัดดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ รวมทั้งเร่งมาตรแก้ไขปัญหายางครบวงจร 15 มาตรการให้ในการให้สินเขื่อเพื่อสนับสนุนความเข็มแข็งตลอดห่วงโซ่ทุกกลุ่มทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทางภายในเดือนนี้เช่นกัน นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ให้กระทรวงเกษตรฯเป็นผู้รวบรวมปริมาณการใช้ยางใน10 กระทรวง ซึ่งเมื่อรับซื้อแล้วจะนำไปแปรรูปตามความต้องการของแต่ละหน่วยงาน
สวนยางผวาพ่อค้ารับอานิสสงค์
นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเห็นชอบเรื่องรับซื้อยางพารา กก.ละ 45 บาท และเตรียมรับซื้อ 1 แสนตันว่า รัฐบาลต้องยืนยันให้ชัดว่า จะรับซื้อจากชาวสวนที่แท้จริง หรือซื้อจากพ่อค้าคนกลาง ที่ต้องออกมาทักท้วงเพราะกลัวมีพ่อค้าได้รับอานิสสงค์ จนเกษตรกรต้องยอมขายให้กับพ่อค้า แล้วถูกกดราคาเหมือนเดิม
นายกิตติศักดิ์ วิโรจน์ นายกสมาคมเกษตรกรสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี พร้อมคณะทำงาน ยืนยันในข้อเสนอแนะให้รัฐบาลซื้อ กำหนดราคารับซื้อ ยางแผ่นดิบกิโลกรัมละ 60 บาท
ราคาน้ำยางสดที่กิโลกรัมละ 55 บาท เศษยางกิโลกรัมละ 30-32 บาท และจะทำหนังสือไปยังรัฐบาลอีกหน
สงสัยยางรถยนต์ไม่ลดราคา
เช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณสถานที่รับซื้อน้ำยางสดของกลุ่มน้ำยางสดคลองทรายใน หมู่ 5 บ.คลองทรายใน ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ว่ามีเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่บ้านคลองทรายในเดินทางนำน้ำยางสดมาขายให้กับทางกลุ่มกันตามปกติ โดยราคาน้ำยางสดในวันนี้ อยู่ที่ราคา 32 บาท ต่อกิโลกรัม
นายจรัญ สินสงวน ตัวแทนกลุ่มน้ำยางสดคลองทรายในเปิดเผยว่า วิธีการของรัฐบาลเป็นการช่วยชาวสวนยางให้ลืมตาอ้าปากได้ แม้จะเป็นราคาที่ต่ำ หากเป็นไปได้ ตนอยากเห็น ราคาน้ำยางสด ขอที่ 60 บาท ต่อกิโลกรัม เป็นราคาขั้นต่ำตลอดไปตนอยากให้สังเกตราคายางรถยนต์ซึ่งผลิตจากยางพารา ทำไมราคาไม่ถูกลงบ้างในขณะที่ต้นทุนราคายางพาราถูกมากในห้วงที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ส่วนกรณีท่านนายก แนะนำให้มีการปลูกพืชเสริมนั้นขณะนี้เกษตรกรบางรายในพื้นที่ ก็เริ่มปลูกกันบ้างแล้ว แต่ก็อยากให้ช่วยส่งเสริมในเรื่องของพันธุ์พืชที่จะใช้ปลูกให้ด้วย
สั่งปล่อยสินเชื่อ0%ช่วยรับซื้อ
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะออก 3 มาตรการ แก้ปัญหาราคายาพาราตกต่ำ ทั้งให้ธนาคารออมสิน และ ธกส.ปล่อยสินเชื่อไม่คิดดอกเบี้ยให้กับ อคส.นำไปซื้อยางพาราโดยตรงจากเกษตรกรผู้ปลูกตามนโยบายช่วยเหลือของรัฐบาล, ให้ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการสัญญาว่าจ้างผลิต โดยใช้ยางพาราจากหน่วยงานราชการที่รับซื้อจากผู้ปลูก โดยสามารถดำเนินการได้ทันทีไม่ต้องขอ ครม. เพราะเป็นการดำเนินตามปกติของธนาคารอยู่แล้ว
และให้กับธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง ที่ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยให้กับผู้กับผู้ประกอบการซื้อยางพาราเก็บไว้เพิ่ม โดยเพิ่มประเภทการซื้อยางจากเดิมแค่น้ำยางข้น มาเป็นยางแผ่นและยางแท่ง ทำให้ช่วยดึงราคายางพาราในตลาดขึ้นได้ ซึ่งมาตรการนี้จะเสนอให้ ครม. เห็นชอบในสัปดาห์หน้าเช่นกัน โดยมาตรการทั้ง 3 มาตรการ มีผล 1 ปี