ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/198380
กระชาย นิยมใช้เป็นสมุนไพรในครัวเรือน โดยส่วนที่นำมาใช้มากที่สุดคือเหง้าและรากที่อยู่ใต้ดิน ในประเทศไทยมีกระชายอยู่ 3 ชนิดได้แก่ กระชายเหลือง กระชายแดง และกระชายดำ สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู
สมุนไพรกระชาย มีสรรพคุณทางยานานับประการ เหง้าของกระชายมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีอุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 12 รวมทั้งแคลเซียม และธาตุเหล็ก นอกจากนี้ก็ยังพบสารเคอร์คูมิน ที่มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบอีกด้วย ขณะที่ในกระชายยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมายที่ช่วยป้องกันไม่ให้สารอนุมูลอิสระมาทำลายเซลล์ในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของริ้วรอยแห่งวัย และโรคมะเร็งบางชนิดอีกด้วย

โดยแต่ละส่วนของกระชายมีสรรพคุณแตกต่างกันไปดังนี้
เหง้าใต้ดิน
เหง้าใต้ดินมีรสชาติขมและเผ็ด สามารถช่วยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากมีสารซิเนโอเล ที่มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงทำให้อาการปวดท้องทุเลาลงได้ ทั้งนี้ยังเป็นยารักษาริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยชูกำลัง และบำรุงกำหนัด บำบัดโรคนกเขาไม่ขัน
เหง้าและราก
เหง้าและรากสามารถใช้เพื่อแก้โรคบิด ถ่ายเป็นมูกเลือด ช่วยขับปัสสาวะ และแก้อาการปัสสาวะพิการ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้เป็นยารักษากลากเกลื้อนได้อีกด้วย
ใบ
ใบเป็นอีกส่วนหนึ่งของกระชายที่สามารถนำมาใช้ในการบำรุงร่างกาย โดยใบกระชายสามารถรับประทานเพื่อบำรุงธาตุ รักษาโรคในปาก และในคอ แก้อาการโลหิตเป็นพิเศษ และช่วยถอนพิษต่างๆ ได้

ข้อควรระวังในการใช้กระชาย
ถึงจะเป็นสมุนไพร แต่กระชายก็ยังมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะกระชายดำ การบริโภคกระชายดำต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดอาการเหงือกร่น และอาจเกิดอาการใจสั่นได้ ทั้งนี้ยังไม่ควรใช้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคตับ และเด็กอีกด้วย ดังนั้นก่อนจะใช้ยาสมุนไพรใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีที่สุด
ชอบคุณที่มา : kapook