จัด‘โซนนิ่ง’ยึดหลักวิทยาศาสตร์ พด.ย้ำช่วยลดต้นทุน-สร้างผลผลิตและรายได้ที่แน่นอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/198660

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559, 19.55 น.

นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการกำหนดเขตความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจ 13 ชนิด ปศุสัตว์ 5 ชนิดและประมง 2 ชนิด โดยร่วมมือกับหน่วยงานหลายหน่วยงาน เพื่อการบริหารจัดการการใช้ที่ดิน หรือ “โซนนิ่ง” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการลดช่องว่างผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ สำหรับโครงการการจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตรนั้น มุ่งเน้นการสร้างศักยภาพปรับเปลี่ยนการทำเกษตรของประเทศ ให้มีความเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ สนับสนุนการพัฒนาการผลิต โดยมีการนำองค์ความรู้ในระบบการผลิตด้านการเกษตรแต่ละสาขาเชื่อมโยงและบริหารจัดการผลิตและการตลาดเข้าด้วยกัน

โดยคำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้ประกาศพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืช ปศุสัตว์ และประมง เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าเกษตรที่เหมาะสมกับคุณภาพดิน น้ำ อากาศ และปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่ ไปแล้ว 13 ชนิดพืช ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรดโรงงาน ทุเรียน เงาะ ลำไย มะพร้าว มังคุด กาแฟ ปศุสัตว์ 5 ชนิด และประมง 2 ชนิด โดยสำรวจข้อมูลพื้นที่การผลิตสินค้าเกษตรแต่ละชนิด ของแต่ละจังหวัดในพื้นที่จริง

“สำหรับการกำหนดเขตที่เหมาะสมของกระทรวงเกษตรฯ ยึดหลักการทางวิทยาศาสตร์ และเป็นความร่วมมือกันของหน่วยงานที่พร้อมจะนำข้อมูลแต่ละด้านมาประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพของดินที่กรมพัฒนาที่ดินเป็นผู้ดูแล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีหน้าที่วางแผนการผลิตอุปสงค์และอุปทานในภาพรวมของทั้งประเทศว่าสินค้าชนิดไหนเกิน ชนิดไหนขาดโดยเอาข้อมูลทางเศรษฐกิจมาเป็นตัวจับเพื่อดูเรื่องของผลตอบแทนและต้นทุนการผลิต ใช้สำหรับเป็นข้อมูลพื้นฐานของการกำหนดเขตเศรษฐกิจการเกษตร

ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกร และสิ่งที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องการที่จะเห็นจากการทำโซนนิ่ง คือ เกิดการปรับเปลี่ยนในพื้นที่เหมาะสมน้อยหรือไม่เหมาะสม เนื่องจากถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สอดคล้องกับอุปสงค์และอุปทาน ก็จะเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาสินค้าตกต่ำหรือผันผวนไม่มีเสถียรภาพ ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำซากเป็นประจำทุกปี” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าว

 

Leave a comment