ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/199074
เมื่อวันที่ 24 มกราคม นางนิตรดา อาจเส็ม ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์ตรัง พร้อมนายประทบ สุขสนาน ประธานชุมนุมสหกรณ์ยางตรัง เรียกประชุมผู้บริหารสถาบันเกษตรกร ซึ่งเป็นเครือข่ายชุมนุมสหกรณ์ตรัง เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจวิธีรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร ในโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐจำนวน 100,000 ตัน งบประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการวันแรกวันที่ 25 มกราคม- 30 มิถุนายน หรือจนครบ 100,000 ตัน เพื่อขอความร่วมมือให้สถาบันเกษตรกรที่อยู่ในจ.ตรังทั้งหมด 64 แห่ง ตั้งเป็นจุดรับซื้อ ตามนโยบายการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรครั้งนี้ ให้สถาบันเกษตรกร ซึ่งมีเกษตรกรเป็นเจ้าของ รับหน้าที่รวบรวมยางทั้งหมดโดยมีคณะกรรมการฝ่ายจัดซื้อ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ กยท. กระทรวงเกษตรฯ คสช. กำนันผู้ใหญ่บ้าน ปปช.และสตง.ในพื้นที่ร่วมเป็นกรรมการฝ่ายจัดซื้อจะลงไปประจำการ ที่จุดรับซื้อหน้าสถาบันเกษตรกรทุกจุด ทุกวัน
ทั้งนี้ สถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รวบรวมยางทุกประเภทคือ น้ำยางสด ยางแผ่นดิบ และยางก้อนถ้วยจากเกษตรกร ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับกยท. โดยในส่วนน้ำยางสดจะนำมาแปรรูปเป็นยางแผ่นดิบ และยาแผ่นรมควัน ส่งให้ชุมนุมสหกรณ์ตรัง เป็นฝ่ายรวบรวมยางเพื่ออัดก้อนหรือทำเป็นยางลูกขุน ก่อนส่งมอบให้กยท. เพื่อส่งมอบให้ 8 องค์กรที่ต้องการซื้อนำไปใช้ในงานรับผิดชอบต่อไป ส่วนยางประเภทอื่น สถาบันเกษตรกรจะส่งมอบให้ กยท.
นอกจากนั้น ที่ห้องประชุมการยางแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง นายโสภณ สุทธินนท์ หัวหน้าการยางแห่งประเทศไทย อ.เมือง เรียกประชุมผู้บริหารสถาบันเกษตรกรในอ.เมืองตรัง และอ.นาโยง ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจถึงแนวทางรับซื้อยาง 100,000 ตัน ตามนโยบายรัฐบาล และขอความร่วมมือให้สถาบันในอ.เมืองตรัง และอ.นาโยง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบร่วมเป็นจุดรับซื้อ และรวบรวมยาง
สำหรับจ.ตรังเตรียมจัดตั้งจุดรับซื้อให้ได้ 65 จุด หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับ กยท.สำนักงานตรัง ที่จะพิจารณาเพิ่มจุดรับซื้อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกร
วันเดียวกัน กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดสตูล ประชุมตัวแทนกลุ่มสหกรณ์รับซื้อน้ำยางพารา และกลุ่มย่อยรับซื้อน้ำยาง เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์ กลไกและวิธีการบริหารจัดการโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานรัฐ ก่อนเปิดรับซื้อน้ำยางพาราจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท. และมีบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเกษตรกรชาวสวนยางหรือหลักฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วมาแสดงวันเปิดรับซื้อน้ำยาง ในราคาที่รัฐบาลให้การช่วยเหลือ ซึ่งจะเริ่มวันที่ 25 มกราคม โดยกำหนดผลผลิตยางที่ชาวสวนยางนำมาขาย สถานที่รับซื้อยางที่ กยท. กำหนด พื้นที่สวนยางเปิดกรีด ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท.ไม่เกินรายละ 15 ไร่ จำนวนเศษของไร่ให้ปัดขึ้นเป็น 1 ไร่ ไร่ละ 10 กิโลกรัม รวมไม่เกิน 150 กิโลกรัม (ยางแห้ง)
นายวิโชค พรหมคงบุญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดสตูล (ผช.ผอ.สกย.)เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มสหกรณ์ต่างๆลงชื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว รวมทั้งกลุ่มรับซื้อน้ำยางย่อยที่มีอีกกว่า 110 กลุ่ม พร้อมรับซื้อยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 กิโลกรัมละ 45 บาท น้ำยางสดกิโลกรัมละ 42 บาท และยางก้อนถ้วยราคากิโลกรัมละ 41 บาท ซึ่งในส่วนจ.สตูลจะเป็นการทำน้ำยางสดมาจำหน่ายมากกว่า คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 90% เป็นเกษตรกรรายย่อย
นายวิโชคกล่าวต่อว่า ปัญหาที่ต้องเร่งหารือคือ การจ่ายเงินผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)ในเกษตรกรรายย่อย ที่อาจประสบปัญหาอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยเบื้องต้นจะจ่ายเงินให้เกษตรกร 2 วันครั้ง ซึ่งในวันเปิดรับซื้อยางวันแรกจะลงพื้นที่ตรวจสอบตามจุดต่างๆ เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรค อีกหนึ่งปัญหาคือ ขณะนี้พบเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์กว่า 3,000 ราย ที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ และที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 20,000 ราย แยกเป็นชาวสวน 17,000 รายและคนกรีดยาง 3,000 ราย