ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/198379
20 ม.ค. 59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ แถลงข่าวภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่าในส่วนมาตรการแทรกแซงราคายางพารา ได้กำหนดเข้ารับซื้อจากเกษตรกรสวนยาง ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)ตามพ.ร.บ.การยางฯปี58 จะสามารถใช้งบของ กยท.วงเงิน 4,500 ล้านบาท เป็นค่ารับซื้อจากเกษตรกร และยังมีงบ ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ค่าแปรรูป ค่าข่นส่ง และค่าการเก็บระยะสั้นๆก่อนนำไปแปรรูป รวมทั้งค่าเบี้ยเลี้ยง ของเจ้าหน้าที่ประจุดรับซื้อ 1,500 จุดทั่วประเทศ รวมวงเงิน 5,479 ล้านบาท โดยทุกจุดรับซื้อประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ กยท.อคส. คสช. และเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ซึ่งตนจะทำหนังสือเชิญมารวมเป็นกรรมการประจำทุกหน่วย โดยมีเจ้าหน้าที่ ปปช. สตง.ในพื้นที่ร่วมสัวเกตการณ์ทุกจุดด้วย เพื่อให้การจัดซื้อครั้งมีโปร่งใสมากที่สุด
มาตรการรับซื้อจากเกษตรกรรายย่อยที่จำกัดรายละ150 กก.ที่มีบัญชีกับธกส.จะได้สิทธิ์ไร่ละ10กก.รายละไม่เกิน15ไร่ ขั้นตอนปฎิบัติเกษตรกรนำยางน้ำยาง ยางก้อนถ้วย ยางแผ่นดิบ มายังจุดยังรับซื้อ และแสดงบัตรขึ้นทะเบียนเพื่อลงทะเบียน แล้วจึงส่งมอบยางให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพชั่งน้ำหนัก เจ้าหน้าที่จึงบันทึกข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งปริมาณยาง ประเภทยาง จำนวนเงิน และออกเอกสารหลักฐานการรับเงินจากธกส.1ฉบับ ซึ่งข้อมูลการรับซื้อ ปริมาณประเภทยางในแต่ละวันในทุก1,500 จุดและปลายทางที่รับยาง จะจัดทำเป็นแอฟฟิเคชั่น ให้ทุกคนได้ดาวน์โลด ได้ตลอดเวลาเพื่อร่วมกันติดตาม
สำหรับเงินที่เข้าไปแทรกแซง 4.5 พันล้านบาท ขณะนี้สามารถเงินเซสซึ่งใช้ได้ตามพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศ ประมาณ 320 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจะหารือกับสำนักงบประมาณว่าสามารถใช้เงินเซสทั้งหมดได้หรือไม่ ถ้ามีปัญหาจะกู้เงินจากธกส.เข้าดำเนินการทันที ซึ่งหลังจากที่เกษตรกรนำยางมาจำหน่ายในที่จุดรับซื้อ ลงรายละเอียดในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร และส่งจำนวนรับซื้อยางในแต่ละวันเข้าไปยังระบบบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของธกส.เพื่อดำเนินการจ่ายเงินให้เกษตรกรภายใน2 วัน
รมว.เกษตรฯกล่าวว่าเกษตรกรสวนยางที่มาขึ้นทะเบียนไว้แล้วมีจำนวน2.9 แสนราย ผ่านคุณสมบัติแล้ว 2.53 แสนราย ส่วนที่เหลือเข้ามาขึ้นทะเบียนให้หมดตามบัญชีที่ขึ้นไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร ประมาณ8 แสนรายที่มีเอกสารสิทธิ ก็มาขอใช้สิทธิที่กยท.เพื่อเข้าสู่กระบวนการรับซื้อยาง
อย่างไรก็ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตอาจมีขบวนการนำยางในโครงการมูลภัฑณ์กันชน และยางในโครงการรัฐบาลเดิม เข้ามาเวียนเทียนขายในโครงการนี้ ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้กยท.เร่งรัดตรวจสอบสต็อกในโกดังของกยท.ทั้งหมดทั่วประเทศ รวมทั้งสต็อกยางเอกชน และมารายงานปริมาณยางในสต็อกให้ตนทราบโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะเปิดซื้อยางในวันที่25 ม.ค.เพื่อป้องกันการลักลอบนำยางมาขายโดยสวมสิทธิเกษตรกรสวนยาง
“กยท.ต้องเร่งรัดดำเนินการตรวจปริมาณสต็อกยางทั้งหมดโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการนำยางประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิด้วย เพราะไม่ต้องการเกิดปัญหาเหมือนโครงการรับจำนำข้าว ตนยืนยันว่าโครงการแทรกแซงราคายาง แม้ว่าจะซื้อราคาสูงกว่าตลาด แต่ไม่เหมือนโครงการของรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะโครงการนี้มีการกำหนดกรอบที่ขัดเจน รัดกุม สร้างเสถียรภาพราคายาง และช่วยเกษตรกรได้มากที่สุด และยังนำยางมาใช้ประโยชน์ในประเทศ ขณะที่โครงการรับจำนำข้าว มีการอ้างจีทูจี แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีปัญหาจึงมีการเตือน แต่ยังเดินหน้าต่อทำให้เกิดปัญหามากมาย “รมว.เกษตรฯ กล่าว
รมว.เกษตรฯกล่าวว่าหลังจากรับซื้อแล้ว จะนำไปใช้ใน8 กระทรวง เท่าที่สำรวจล่าสุดใข้ได้ทันทีที่ใช้งบประมาณปี59 จำนวน 2 หมื่นตัน ในโครงการต่างๆในงบปกติ วงเงินโดยรวม 2 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทะยอยใช้ยางในงบปี60 ให้หมดอีก8 หมื่นตันโดยเร็วที่สุด
พล.อ.ฉัตรชัย ยังกล่าวถึง ความคืบหน้าการจ่ายเงินไร่ละ1,500 บาทเพื่อความสร้างความเข้มแข็งให้ชาวสวนยางและคนกรีดยาง ว่ามีจำนวนเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนกับกยท.แล้ว798,919 ครัวเรือนแบ่งเป็นเจ้าของสวน และคนกรีดยางเอง253,026 คน คนกรีด 7,049 คน ชาวสวนที่จ้างแรงงานต่างด้าว 30,453 คน ทั้งนี้จะสามารถโอนเงินได้ทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้