ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/198977
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT โดย อัมพวันพิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. โดย ศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดศักราชใหม่ในปีมหามงคลในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ด้วยการเนรมิตนิทรรศการ “ประตูสู่องค์ความรู้แห่งหัตถศิลป์ไทย” ณ บริเวณ ชั้น 4 อาคารเทียบเครื่องบิน D สำหรับผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศฝั่งตะวันตก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในการสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและคนไทยได้ชื่นชมภูมิปัญญาแห่งหัตถศิลป์ไทยผ่าน 5 ผลงานอันงดงามร่วมสมัยของเหล่าดีไซเนอร์รุ่นใหม่ อาทิ เพลินจันทร์ วิญญรัตน์,รัฐ เปลี่ยนสุข, พรประเสริฐ ยามาซากิ, นวธันย์รุ่งดิลกโรจน์ และ อวิกา สมัครสมาน โดยมีผศ.เอกรัตน์ วงษ์จริต กูรูคนดังแห่งแวดวงการออกแบบร่วมให้เกียรติในพิธีเปิดนิทรรศการเมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม 2558
นิทรรศการ “ประตูสู่องค์ความรู้แห่งหัตถศิลป์ไทย” จัดแสดงบนพื้นต่อเนื่องกับร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกของ SACICT โดยใช้การออกแบบร่วมสมัยด้วยรูปทรงซุ้มประตูของไทย ตกแต่งให้อลังการด้วยสีดำและสีทองสร้างความโดดเด่นให้ผลงานหัตถศิลป์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็น 5 ผลงานมาสเตอร์พีซร่วมสมัยที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาและได้รับแรงบันดาลใจจากหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทยจากทั่วประเทศ “นับหนึ่ง” ผลงานโมบายทองเหลืองขนาดใหญ่ที่ใช้ตกแต่งอาคาร ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแขวนดอกไม้สดเครื่องหอมของบ้านไทยโบราณผลงานของ นวธันย์ รุ่งดิลกโรจน์นักออกแบบจาก Innovative Craft Award 2015 “CHROMATIC DANCE URN” ชุดโถเซรามิกที่ เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามขององค์ประกอบต่างๆ ในศิลปะการแสดงและการละเล่นของไทย มาถ่ายทอดผ่านรูปทรง สีสัน และลายเส้นบนชิ้นงานหัตถศิลป์ที่โดดเด่นสะดุดตาผู้เข้าชมงาน Maison & Objet 2014 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส “กระเบื้องถิ่น” วอลล์อาร์ตที่ถ่ายทอดการผสมผสานความหลากหลายของเครื่องกระเบื้องโบราณในแต่ละชุมชนลงบนผืนผ้า โดย อวิกา สมัครสมานนักออกแบบจาก Innovative Craft Award 2015 “โสนน้อย” ชุดกระจกที่สะท้อนถึงความวิจิตรของลายรดน้ำแบบดั้งเดิมจากวังสวนผักกาด ด้วยเทคนิคลงรักปิดทองบนรูปฟอร์มเรขาคณิตที่เรียบง่าย ผลงานของ รัฐเปลี่ยนสุข นักออกแบบจาก Innovative Craft 2015 ที่ปัจจุบันไปโด่งดังไกลถึงประเทศฝรั่งเศส “ประกาย” ประติมากรรมโคมไฟรูปทรงเมล็ดพันธุ์จากเศษไม้สัก โดย พรประเสริฐ ยามาซากิ นักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น จาก Innovative Craft Award 2015
โอกาสนี้ SACICT ถือโอกาสเปิดใจทั้งตัวแทนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ผู้ออกแบบผลงานรวมทั้งมุมมองจากนักออกแบบมือฉมังของวงการหัตถศิลป์ไทย พร้อมพูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมนิทรรศการฯ ถึงความประทับใจในภูมิปัญญาแห่งหัตถศิลป์ไทยเริ่มที่ รัฐ เปลี่ยนสุข เจ้าของผลงาน“โสนน้อย” ดีไซเนอร์ไทยที่ไปดังไกลถึงฝรั่งเศส “นิทรรศการครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เห็นความวิจิตรของหัตถศิลป์ไทยที่ส่งต่อจากโบราณมาสู่ปัจจุบันได้มากขึ้น ตอนนี้ประตูแห่งหัตถศิลป์
โลกได้กว้างเปิดต้อนรับผลงานของนักออกแบบไทย เพราะเทรนด์ของผู้บริโภคทั่วโลกกำลังมองหาสินค้าที่มีคุณค่าในตัวเองที่สามารถเก็บและส่งต่อได้ หากนักออกแบบรู้จักหยิบแรงบันดาลใจและเทคนิคพิเศษของงานหัตถศิลป์ไทยมาปรับใช้อย่างเหมาะสมก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ชิ้นงานมีเรื่องราวจากรากเหง้าวัฒนธรรมไทย” ส่วน ผศ.เอกรัตน์ วงษ์จริต กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายความคิดสร้างสรรค์ของบริษัท คราฟท์ แฟคเตอร์ จำกัด กูรูคนดังแห่งแวดวงออกแบบ กล่าวว่า “จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ได้เห็นการเดินทางที่ชัดเจนของงานหัตถศิลป์ไทยสู่ตลาดโลก จากเดิมที่โอกาสของไทยจำกัดอยู่เพียงการเป็น OEM หรือรับผลิตตามคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ เมื่อ SACICT ได้เข้ามามีบทบาทส่งเสริมและต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทยโดยดึงเอาเอกลักษณ์ทางภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นมาเป็นจุดขาย ปัจจุบันงานหัตถศิลป์ไทยจึงได้เดินทางแบบก้าวกระโดดขึ้นมาโดดเด่นในระดับสากล แต่การที่จะขึ้นไปสู่ระดับแนวหน้า จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างแบรนด์ อย่างอิตาลีและฝรั่งเศสก็สร้างจุดนี้มาหลายสิบปี เชื่อว่าไทยทำได้ นิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูให้งานหัตถศิลป์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากขึ้น ด้าน มร.เดวิดโจเซฟ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ กล่าวระหว่างหยุดถ่ายภาพผลงานในนิทรรศการฯ ว่า “เวลามาทำธุระที่ประเทศไทย จะแวะซื้อของที่ระลึกจากร้าน SACICT ไปฝากครอบครัวทุกครั้ง โดยเฉพาะงานผ้าและภาชนะใบเล็กที่เห็นแล้วมีเอกลักษณ์ นำไปใช้แล้วไม่เหมือนใคร ตื่นตาตื่นใจมากในนิทรรศการครั้งนี้เพราะปกติจะเห็นแต่สินค้าชิ้นเล็กๆ ในร้าน พอได้เห็นความวิจิตรของเทคนิคเชิงช่างในรูปแบบงานหัตถศิลป์ที่อลังการ จึงประทับใจในรายละเอียดของภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ไทยที่นักออกแบบรุ่นใหม่สามารถประยุกต์ให้ดูร่วมสมัยอย่างลงตัว”
นิทรรศการฯ ในครั้งนี้ยังได้รับการออกแบบให้มี QR Code ให้ข้อมูลความรู้ ณ จุดจัดแสดงรวมถึงออกแบบให้สามารถเป็นจุดถ่ายภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยว เนื่องจากผลสำรวจในปีที่แล้วระบุว่า ทสภ. เป็นสถานที่ที่คนแชร์ภาพบน Instagram มากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 9 และยังเป็นแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมของนักเดินทาง นิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นอีกมุมสำคัญที่ถ่ายทอดทั้งภาพและเรื่องราวที่ดีของประเทศไทยไปทั่วโลกผ่านสื่อโซเชียล และยังจะช่วยขยายโอกาสให้สินค้าหัตถศิลป์ไทยได้ไปสู่สายตาคนทั่วโลกและสร้างรายได้กลับสู่ประเทศอีกช่องทางหนึ่ง ร่วมภาคภูมิใจและเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทย เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจชุมชนได้ที่นิทรรศการ “ประตูสู่องค์ความรู้แห่งหัตถศิลป์ไทย”ถึง 19 มีนาคม 2559 ณ บริเวณ ชั้น 4 อาคารเทียบเครื่องบิน D สำหรับผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ฝั่งตะวันตกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยอนาคต SACICTจะต่อยอดนำนิทรรศการนี้ไปจัดแสดงณ สนามบินอื่นๆ ผู้สนใจยังสามารถเรียนรู้และสัมผัสความงดงามของหัตถศิลป์ไทยได้ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ(องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา สายด่วน 1289 หรือ www.sacict.or.th และแอพลิเคชั่น SACICT’s Craft Map และ SACICT AR+