ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/570372
โดย บวร โทศรีแก้ว 31 ม.ค. 2559 05:01

ศักราชใหม่–อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน (ขวา) และประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี แห่งอิหร่าน (ซ้าย) พบปะเจรจากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ในกรุงเตหะราน และประกาศว่าความสัมพันธ์จีน–อิหร่าน เข้าสู่ศักราชใหม่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การเมือง ความมั่นคง (เอพี)
“อิหร่าน” กำลังเนื้อหอมฟุ้ง หลังบรรลุข้อตกลงควบคุมโครงการนิวเคลียร์กับมหาอำนาจ 6 ชาติ (พี 5+1) แลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ ซึ่งเริ่มมีผลบังคับแล้วเมื่อต้นเดือน ม.ค.นี้
พักหลังๆ มีข่าวเกี่ยวกับการ “เปิดประเทศ” ของอิหร่านเยอะมาก ควบคู่กับข่าวงัดข้อกับ “ซาอุดีอาระเบีย” ศัตรูต่างนิกาย ที่แย่งชิงอำนาจอิทธิพลในตะวันออกกลางกันมายาวนาน
สัปดาห์ก่อน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็เป็นผู้นำจีนคนแรกในรอบ 14 ปี ที่ไปเยือนอิหร่าน มีการลงนามข้อตกลงถึง 17 ฉบับ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง นิวเคลียร์ ฯลฯ ทั้ง 2 ฝ่ายยังตั้งเป้าขยายมูลค่าเศรษฐกิจการค้า ทวิภาคีให้ถึง 600,000 ล้านดอลลาร์ใน 10 ปี โดยจีนเห็นว่าภูมิภาคตะวันออกกลางรวมทั้งอิหร่านสำคัญยิ่งต่ออภิมหาโครงการ “One Belt, One Road” (เส้นทางสายไหม เส้นทางสายไหมทางทะเล) ซึ่งจีนผลักดันอยู่
ส่วนอิหร่านเองก็เดินเกมรุกเข้มข้น ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี เดินสายเยือนยุโรป 5 วัน ประเดิมด้วยอิตาลี นครรัฐวาติกัน และฝรั่งเศส มีการลงนามข้อตกลงด้านเศรษฐกิจการค้ากันเพียบ รวมทั้งอิหร่านสั่งซื้อเครื่องบินโดยสาร “แอร์บัส” ของยุโรป 118 ลำ มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ ข้อตกลงให้บริษัทน้ำมัน “โทเทล” (Total) ของฝรั่งเศสเข้าไปลงทุนในอิหร่านมูลค่า 15,000 ล้านยูโร และให้บริษัท “พีเอสเอ เปอโยต์ ซีตรอง” ไปร่วมทุนผลิตรถยนต์กับ บ.โคโดร ของอิหร่านมูลค่า 436 ล้านดอลลาร์
อิหร่านยังมีแผนซื้อเครื่องบิน “โบอิ้ง” ของสหรัฐฯ อีกอย่างน้อย 100 ลำไปฟื้นฟูพัฒนาภาคการบินพานิชย์ที่ย่ำแย่ตั้งแต่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งคาดว่าอิหร่านต้องการเครื่องบินใหม่อย่างน้อย 600 ลำ
แม้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) และสหภาพยุโรป (อียู) จะยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านแล้ว แต่มาตรการคว่ำบาตรบางส่วนของสหรัฐอเมริกา ศัตรูคู่อาฆาตของอิหร่านยังไม่ยกเลิก ทำให้บริษัทสหรัฐฯเสียเปรียบ ยังไม่สามารถเข้าไปลงทุนทำธุรกิจกับอิหร่านได้ ต่างจากบริษัทจากอียูและเอเชีย ที่รีบรุกเจาะตลาดอิหร่านได้ก่อน
ตลาดอิหร่านเวลานี้อนาคตสดใสมาก เพราะมีประชากรเกือบ 80 ล้านคน โดย 60% เป็นคนหนุ่มสาวอายุต่ำกว่า 30 ปี อีกทั้งประชากรมีการศึกษาดีเรื่องแรงงานจึงไม่ต้องห่วง อิหร่านยังมีทรัพยากรธรรมชาติและภูมิทัศน์สวยงามมากมายรอการลงทุน ทั้งในภาคพลังงาน การท่องเที่ยว การบิน ยานยนต์
ในภาคพลังงาน อิหร่านซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม “โอเปก” มีน้ำมันดิบสำรองมากเป็นอันดับ 4 ของโลก บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ รวมทั้ง “Total” ของฝรั่งเศส “Eni” ของอิตาลี “Statoil” ของนอร์เวย์ และ “Shell” สัญชาติอังกฤษกับเนเธอร์แลนด์ เตรียมกลับ เข้าไปลงทุนในอิหร่าน แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกกำลังตกต่ำก็ตาม

ในปี 2553 อิหร่านผลิตน้ำมันดิบได้ถึง 3.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่เพราะถูกคว่ำบาตรและขาดการลงทุน ในปี 2558 ที่ผ่านมาจึงผลิตได้เพียง 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปีนี้อิหร่านจึงตั้งเป้าจะผลิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 5 แสนบาร์เรลต่อวัน แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอิหร่านจะผงาดเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ได้อีกครั้ง ต้องการเงินลงทุนถึง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 4-5 ปีข้างหน้า และต้องแก้ไขกฎหมายเอื้อนักลงทุนต่างชาติให้ดีด้วย
นอกจากน้ำมัน อิหร่านยังมีก๊าซธรรมชาติเยอะ โดยพื้นที่ “เซาท์ พาร์ส” บ่อก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลกส่วนใหญ่ก็อยู่ในอิหร่าน ก่อนถูกคว่ำบาตรอิหร่านเคยทำสัญญากับ บ. Shell, Total และ Repsol ของสเปนเพื่อสร้างโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาดยักษ์ 3 แห่ง และมีแผนสร้าง ท่อส่งก๊าซไปยุโรป อินเดีย ตุรกี ซีเรีย แต่ถูกล้มเลิกไป แต่ขณะนี้ อิหร่านกับบริษัทยุโรปและเอเชียกำลังหาทางรื้อฟื้นโครงการขึ้นมาอีกครั้ง
อิหร่านยังมีแร่สังกะสี ทองแดง เหล็ก เงิน แมงกานีส เหลือเฟือ แม้ตอนนี้ราคาตกต่ำแต่ก็ยังมีลู่ทางทำกำไรได้เยอะ ซึ่งบริษัทนานาชาติก็สนใจเช่นกัน โดย บ. Nalco ของอินเดีย กำลังเตรียมเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานหลอมอลูมิเนียมมูลค่าถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ในอิหร่าน ส่วนภาคอื่นๆ ที่นักลงทุนต่างชาติจ้องอิหร่านตาเขม็งก็มีอุต– สาหกรรมรถยนต์ รถบรรทุก รถบัส ไปจนถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ยังรอการพัฒนาอีกมาก
เรื่องแหล่งท่องเที่ยว อิหร่านก็มีดีไม่แพ้ใคร อาทิ เมืองเปอร์เซโพลิส, ชิราซ, อิสฟาฮาน ฯลฯ ในปี 2557 มีนักท่องเที่ยวเข้าอิหร่านถึง 5 ล้านคน สร้างรายได้ราว 7,500 ล้านดอลลาร์ฯ รองประธานาธิบดีมาซูด โซลตานิฟาห์ แห่งอิหร่าน คุยว่าหลังการคว่ำบาตรถูกยกเลิก จะมีนักท่องเที่ยวไหลทะลักเข้าอิหร่านปาน “สึนามิ” อิหร่านจึงตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวให้ได้ถึงปีละ 20 ล้านคนต่อปีภายใน 10 ปี ซึ่งจะทำรายได้ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
โทนี วีลเลอร์ ผู้ก่อตั้งนิตยสาร “โลนลี่ แพลนเน็ต” ชี้ว่ายอดนักท่องเที่ยว 20 ล้านคนต่อปีไม่ใช่น้อยๆ เท่าๆ กับ “ไทยแลนด์” ของเราที่ได้ชื่อว่ามีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวล้ำหน้า แต่อิหร่านก็อาจทำได้ตามเป้า คล้าย “เมียนมา” ซึ่งหลังเปิดประเทศรับการลงทุนจากต่างชาติ ยอดนักท่องเที่ยวพุ่งกระฉูดขึ้นหลายเท่า
แต่อิหร่านก็มีจุดอ่อนด้านการท่องเที่ยวคล้ายชาติตะวันออกกลางอื่นๆ ที่มักถูกมองว่าไม่ปลอดภัย อีกทั้งเป็นชาติอิสลามเคร่งศาสนา ห้ามสุราเมรัยและแหล่งโลกีย์ ซึ่งนักท่องเที่ยวจากโลกทุนนิยมเสรีอาจไม่ชอบ
ส่วนการเข้าไปลงทุนในอิหร่านก็มีความท้าทายไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่อง “คอร์รัปชัน” ที่เป็นปัญหาใหญ่ เรื่องความล่าช้าของระบบศาลยุติธรรม เรื่องกฎหมายแรงงานและพานิชย์ที่ล้าสมัยต้องแก้ไขอีกมาก
อิหร่านขณะนี้จึงอยู่ในยุค “หัวเลี้ยวหัวต่อ” มีทั้งโอกาสและความท้าทายใหญ่หลวงรออยู่!
บวร โทศรีแก้ว