มท.แถลง4ภาพรวมการแก้ภัยแล้ง ชี้กระตุ้นศก.สร้างอาชีพช่วยปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/199802

วันศุกร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559, 13.25 น.
29 ม.ค. 59 เวลา 10.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมแถลงข่าว เรื่อง “การบริหารจัดการน้ำ และ การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ในภาพรวมของรัฐบาล” โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมในการแถลงข่าวฯ

โดยนายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมีมาตรการต่างๆ ภายใต้การทำงานในรูปแบบ  “ประชารัฐ”คือ การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส คุ้มค่า และตรวจสอบได้ ดังต่อไปนี้ 1. มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) 2. มาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน 3. โครงการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับกลุ่มสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และ 4. มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ ขณะนี้ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในทุกโครงการเพื่อให้เม็ดเงินได้ลงไปถึงมือของพี่น้องประชาชนในห้วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งเป็นช่วงที่คาดการณ์ว่าจะเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงมากที่สุด โดยมีรายละเอียดของแต่ละมาตรการ ดังต่อไปนี้

1. มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) ดำเนินการในพื้นที่ 7,255 ตำบล งบประมาณ 36,275 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน หรือ ก่อให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการในจังหวัด มีโครงการในลักษณะการซ่อมแซมหรือบูรณะทรัพย์สินที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การซ่อมแซมแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำ ตลาดกลาง การปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งขยะ การส่งเสริมการพัฒนาชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การปลูกพืชใหม่ที่มีตลาด การเปลี่ยนแปลงอาชีพ การสร้างฝาย ปลูกต้นไม้หรือป่าชุมชน เป็นต้น และโครงการด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น การเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน ส่งเสริมการประกอบอาชีพ เป็นต้นขณะนี้สำนักงบประมาณได้อนุมัติโครงการแล้วจำนวน 114,397 โครงการ จำนวนเงินที่อนุมัติแล้ว 35,890 ล้านบาท ก่อหนี้ผูกพันแล้ว 5,586 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1,843 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการและเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2559

2.มาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน จำนวน 3,827 โครงการ งบประมาณ 3,200 ล้านบาท เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรและคนยากจนให้มีความเข้มแข็ง โดยดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้เพิ่มตลอดฤดูกาลผลิตในปี พัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ มีกลุ่มบุคคลเป้าหมาย คือ กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน, สหกรณ์การเกษตร ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อหนี้ผูกพันแล้ว1,748 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1,011 ล้านบาทมีระยะเวลาการดำเนินโครงการและเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2559

3.โครงการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับกลุ่มสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ในพื้นที่ 21 จังหวัดโดยจัดสรรงบจำนวน 421 รายการ เป็นเงิน 254 ล้านเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร รวมถึงสหกรณ์การเกษตรให้สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้นำเครื่องจักรกลการเกษตรที่ได้รับการสนับสนุนมาช่วยแก้ไขปัญหาหมอกควันที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือด้วย เช่น การนำไปใช้ฝังกลบตอซัง เป็นต้น ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อหนี้ผูกพันแล้ว 96 ล้านบาท มีผลการเบิกจ่ายแล้ว 55 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการและเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2559

4.มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและส่งเสริมให้มีการลงทุนทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจจัดทำแผนการดำเนินการในวงเงินจัดซื้อ/จัดจ้าง รายการละไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับการจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการในสังกัด 6หน่วยงาน จำนวน 4,490 รายการ วงเงิน 2,638 ล้านบาท ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อหนี้ผูกพันแล้ว2,286 ล้านบาท มีผลการเบิกจ่ายเงินแล้ว 1,268 ล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดให้จังหวัดนำความต้องการของประชาชน เสนอเป็นโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้งปี 2558/59โดยนำแนวทาง “ประชารัฐ” ให้ทีมประเทศไทยในพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย ประชาชน ราชการ และภาคธุรกิจ เอกชน ร่วมกันคิด ตัดสินใจ และดำเนินการด้วยตนเอง โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 กรณีพืชน้ำน้อย ซึ่งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2558 ได้อนุมัติงบประมาณให้กับ 20 จังหวัด และกรมส่งเสริมการเกษตร ได้โอนเงินให้จังหวัดแล้ว 155 โครงการ งบประมาณ 151,936,060 บาท ได้เริ่มดำเนินการแล้ว

ระยะที่ 2 ครั้งที่ 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอโครงการอีก จำนวน 3,135 โครงการ งบประมาณ 1,614 ล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป

สำหรับการดำเนินงานมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น กระทรวงมหาดไทยได้กำชับส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอกำกับดูแลการดำเนินการทุกโครงการในพื้นที่ให้ประสบความสำเร็จ เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน สามารถเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อเม็ดเงินลงไปถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว  โปร่งใส คุ้มค่า ช่วยแก้ไขความเดือดร้อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นตามนโยบายรัฐบาล

และเพื่อเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน และเครื่องจักรสำหรับแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เมื่อวันอังคารที่ 26 มกราคม 2559 คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก โดยอนุมัติงบประมาณดำเนินการในกรอบวงเงิน 35,000 ล้านบาท ให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 79,556 กองทุน ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านชุมชนเมือง (สทบ.) จัดทำแผนการดำเนินโครงการนำเสนอเพื่อขอรับการจัดสรรเงินต่อไป

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งขณะนี้ ได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง)  แล้ว จำนวน 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงรายเชียงใหม่ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ พะเยานครราชสีมา นครพนม มหาสารคามขอนแก่น ร้อยเอ็ด สุรินทร์ กาญจนบุรีสระแก้ว 71 อำเภอ 371 ตำบล 3,380 หมู่บ้านซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ระดมสรรพกำลังทุกหน่วยงานเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1. สนับสนุนรถบรรทุกน้ำ รถผลิตน้ำดื่ม รถสูบส่งน้ำระยะไกล ฯลฯ เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่ประสบปัญหาและจังหวัดที่ขอรับการสนับสนุนทั้งที่มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและไม่มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย 2. สูบน้ำไปยังแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร จำนวน 1,602,572 ลูกบาศก์เมตร พื้นที่ได้รับประโยชน์ 77,905 ไร่ ประชาชน 3,895 ครัวเรือน 3. แจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จำนวน 4,512 ล้านลูกบาศก์เมตร ประชาชนได้รับประโยชน์ 626,751 ครัวเรือน 2,570,006 คน  4. เป่าล้างบ่อบาดาล จำนวน 17 จังหวัด จำนวน 3,137 บ่อ

Leave a comment