ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/200481
แม้ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา พื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศอันหนาวเหน็บอันเกิดจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงรุนแรงจากประเทศจีน ที่แผ่ลึกลงมาถึงประเทศไทย ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าว แม้จะช่วยให้คนไทยในหลายพื้นที่ คลายความตึงเครียดจากสภาพอากาศอันร้อนระอุและแห้งแล้งลงไปได้
แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงแค่เสี้ยวเวลาหนึ่งเท่านั้น
เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว “ภัยแล้ง” ยังคงอยู่กับเราต่อไปอีกนานและมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งเวลานี้ยังคงลุกลามในหลายพื้นที่ของประเทศ ปริมาณน้ำต้นทุนที่เหลืออยู่ในแต่ละพื้นที่เวลานี้ มีความหมิ่นเหม่อย่างยิ่งที่อาจไม่เพียงพอใช้จนสามารถผ่านฤดูแล้งไปได้ ขณะที่แนวโน้มการเกิดภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ ก็ยังคงมีแนวโน้มจะขยายวงออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลรับทราบดีถึงสถานการณ์ดังกล่าว จึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม รวมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนในทุกพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
โดยที่ผ่านมารัฐบาลโดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งภายใต้แผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรนำ ปี 2558-2559 ผ่าน 12 กิจกรรมหลัก อาทิ การพัฒนาแหล่งน้ำทั้งในและนอกเขตชลประทาน ซึ่งทำได้ 897 ล้าน ลบ.ม. การพัฒนาน้ำบาดาลมาใช้ประโยชน์ 99.36 ล้าน ลบ.ม. การฟื้นฟูป่าต้นน้า 48,072 ไร่ และการวางระบบประปาหมู่บ้าน 4,520 หมู่บ้าน เป็นต้น
ขณะที่หน่วยงานในสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็น 2 หน่วยงานหลักในการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งผ่านกิจกรรมที่สำคัญ ดังนี้
กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1-11 ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำไปเติมแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อการอุปโภคบริโภค 76 เครื่อง ช่วยเหลือ 66 พื้นที่ใน16 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 14 มกราคม 2559 รวมปริมาณสูบน้ำ 11,921,730 ลบ.ม. มีประชาชนได้รับประโยชน์ 52,135 ครัวเรือน 188,583 คน และบริการแจกน้ำ 153,620 ลิตร รวมทั้งมีการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ 14,091 แห่ง ความจุรวม 1,161.07 ล้าน ลบม. ปริมาตรน้ำ 631.54 ล้าน ลบ.ม.
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 1-12 ได้แจกจ่ายน้ำและน้ำดื่มบรรจุขวดรวม 1,020,300 ลิตร และให้บริการเป่าล้างบ่อบาดาล ซ่อมเครื่องสูบและซ่อมระบบประปาให้ประชาชน โดยได้ดำเนินการแล้ว 40 แห่ง รวมทั้งดำเนินโครงการเจาะบ่อบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อการเกษตร และเพื่อน้ำดื่มโรงเรียน ตามแผนงานเพิ่มเติมปี 2558 และแผนงานปี 2559 โดยดำเนินการไปแล้ว 1,284 บ่อ ปริมาณน้ำ 132,400 ลบ.ม./วัน
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากนี้ไป กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเพิ่มระดับความเข้มข้นในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งด้านการป้องกันและให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้งในทุกพื้นที่ โดยมีกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติงานในการจัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัย ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ ก็จะเป็นหน่วยงานสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบจากวิกฤติที่เกิดขึ้นน้อยที่สุด
นางสาวภาวิณี ปุณณกันต์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะทำงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า นอกจากการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้งแล้ว ยังมีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกรและผู้ประชาชนทุกคน คือ การใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า และใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ โดยผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การปิดก๊อกน้ำขณะแปรงฟัน เมื่อแปรงฟันเสร็จควรบ้วนปากโดยใช้แก้วน้ำแทนการปล่อยน้ำไหลจากก๊อก การปิดฝักบัวขณะใช้สบู่ถูตัว การนำจานชามใช้แล้วมาล้างพร้อมกันในอ่างหรือกาละมังใบเล็ก ไม่เทน้ำล้างจานทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ แต่ควรนำไปรดน้ำต้นไม้ต่อ และการตรวจสอบท่อน้ำรั่วรอบบ้านและปั๊มน้ำว่าไม่มีรอยรั่วซึม เป็นต้น
แนวโน้มสถานการณ์น้ำในเวลานี้ ทำให้ประชาชนทุกคนทั้งประเทศไม่ว่าในกรุงเทพมหานครหรือต่างจังหวัด จะต้องร่วมมือกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวในการใช้น้ำทุกหยดอย่างคุ้มค่า ต้องร่วมกันประหยัดน้ำ รวมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งนี่จะเป็นตัวแปรสำคัญเพื่อให้เราทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งในปีนี้ไปได้พร้อมๆ กัน