ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/199547
การส่งสัญญาณปัญหาภัยแล้งมีมาตั้งแต่ปี 2558 ยาวต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน จะเห็นได้จากพี่น้องเกษตรกรเริ่มมีการกักเก็บ และแย่งชิงน้ำตามลำธารธรรมชาติมากขึ้น นั้นหมายถึงการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ จะส่งผลตามมา หากถ้าไม่มีน้ำเศรษฐกิจก็ไม่ขับเคลื่อน สังคมก็ไม่เคลื่อนไหวหรือเคลื่อนไหวน้อย ส่งผลให้เกิดอาการหวาดกลัวว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ
จากการติดตามตัวชี้วัดทำให้ทราบว่าปริมาณฝนตั้งแต่ปี 2558 มีน้อย ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญของประเทศในปัจจุบัน มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำมาสู่พื้นที่เกษตรกรรมได้ อีกทั้งน้ำในลำน้ำแห้งเร็วตามธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ขอความร่วมมือเกษตรกรลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง และจัดทำโครงการบูรณาการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2558/59

จากการสำรวจสถานการณ์ภัยแล้ง พบว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบภาวะภัยแล้งจำนวน 32 จังหวัด หรือประมาณ 400 อำเภอทั่วประเทศ ทั้งที่อยู่ในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งในปี 2559 นี้ โดยพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน โดยเฉพาะนครสวรรค์ กำแพงเพชร และอุทัยธานี ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงกลาโหม เตรียมแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในเรื่องน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และสร้างแหล่งน้ำ พร้อมกับให้เกษตรอำเภอ และเกษตรจังหวัด ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของเกษตรกร และสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำที่มีจำกัด โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณขุดเจาะบ่อบาดาล 6,000 บ่อ ซึ่งได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม และให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

และจากการลงพื้นที่สำรวจของกรมชลประทานในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ข้อมูล ณ วันที่ 20 มกราคม 2559 ภายหลังจากที่กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอความร่วมมือในการงดทำนาปรัง พบว่า เกษตรกรเกิดการรับรู้ว่าจะมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการทำนา จึงให้ความร่วมมือในการงดทำนาปรังมากขึ้น โดยเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 ทำนาปรัง 2.90 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันทำนาปรัง 1.77 ล้านไร่ ลดลง 1.13 ล้านไร่
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสถานการณ์น้ำวันที่ 26 มกราคม 2559 พบว่า ปริมาณน้ำจากเขื่อนหลักทั้ง 4 เขื่อนลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักฯ มีปริมาณอยู่ในเกณฑ์น้ำพอใช้ (น้อยกว่า 50%) ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงปัจจุบัน มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างรวม 116.18 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 2.62 ปริมาณน้ำระบายรวม 444.77 ล้าน ลบ.ม. โดยมีปริมาตรน้ำใช้การได้รวม 3,501 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 19 กระทรวงเกษตรฯ จึงได้วางแผนระบายน้ำรวมกันวันละ 17.90 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้ผู้อุปโภคบริโภคมีปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และรักษาระบบนิเวศน์ไปจนถึงเดือน ก.ค. นี้
“จึงขอความร่วมมือผู้ใช้น้ำทุกกลุ่ม ทั้งเกษตรกร รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ใช้น้ำในการอุปโภค บริโภค ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและมีคุณค่ามากที่สุด เพราะวิกฤติภัยแล้งในครั้งนี้ ไม่ใช่ปัญหาของภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่คนไทยทั้งประเทศจะต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน เพื่อให้ข้ามผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปได้”