เพิ่มโควตายาง กษ.โปรยยาหอมชาวสวน รับซื้อมากกว่า150กก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/199935

วันเสาร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เพิ่มโควตายาง

กษ.โปรยยาหอมชาวสวน

รับซื้อมากกว่า150กก.

ปูจี้ยุติฟ้องค่าจำนำข้าว

เค้นดร.ล่าแก๊งอ้างคสช.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์(กษ.) ลงพื้นที่ตรวจจุดรับซื้อยางพารา ตามโครงการของรัฐบาลที่กิโลกรัม(กก.)ละ 45 บาทรายละไม่เกิน 150 กก.ที่สำนักงานสหกรณ์กองทุนสวนยางนาแต้ จำกัด อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เมื่อเช้าวันที่ 29 มกราคาที่ผ่านมาและให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าปริมาณการรับซื้อยางแม้ยังไม่มากนักแต่ได้ทำให้ทิศทางราคายางปรับตัวดีขึ้นแล้วซึ่งเป็นหมายหลักในการช่วยเหลือชาวสวนยาง ทั้งนี้จะพิจารณาขยายจุดรับซื้อยางพาราเพิ่มเติมเพื่อความสะดวกของเกษตรกรเอง โดยให้การยางแห่งชาติ(กยท.)ไปพิจารณาตามความเหมาะสม และต้อง ต้องดำเนินการรับซื้อตามยางตามกำหนด 1 แสนตัน เพื่อนำไปผลิตภัฑณ์ยางตามความต้องการใช้ของหน่วยงานราชการ

รมว.เกษตร ระบุว่า ที่พี่น้องชาวสวนยางเรียกร้องมาอยากได้โควต้าการขายมากกว่าเดิม ตนก็จะนำไปพิจารณา เพื่อใช้กับการรับซื้อยางในช่วงเปิดฤดูกรีดยางใหม่ในเดือนพฤษภาคม และเรื่องนี้ต้องนำเข้าครม.เพื่อเปิดรับซื้อยางจากเกษตรกรมากกว่า 150กก.ต่อราย

ไร้คุณสมบัติชิงผู้ว่าฯกยท.

รมว.เกษตรฯ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวปรับเปลี่ยนรักษาการผู้ว่า กยท.ที่ไม่สามารถทำให้โครงการแทรกแซงยางไปถึงจุดหมาย โดยเลี่ยงว่า เกี่ยวกับผู้บริหารการยางฯและตัวผู้ว่าฯเองจำเป็นจะต้องมีการสรรหาจากการสมัครและในขณะนี้มีการเปิดรับสมัครมา 3 รอบแล้วจาการตรวจสอบผู้ที่มาสมัครทั้ง 3 รอบก็ตกคุณสมบัติทั้ง 3 รอบนี้ คราวนี้ก็เป็นการเปิดครั้งที่ 4 แล้ว ซึ่งก็คงมีการเข้าใจว่าจะต้องมีการปรับลดข้อกำหนดต่างๆลงบ้าง และงานต่างๆอาจล่าช้างบ้าง เพราะ กยท.เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่กี่เดือน เป็นการ 3 รวมหน่วยงานมาอยู่รวมกัน ย่อมติดขัดเป็นธรรมดา แต่ขอให้มั่นใจว่า กยท.จะดูแลชาวสวนยางตามอำนาจหน้าที่และอยากให้ชาวสวนยางปลูกพืชอื่นเสริมบ้าง

ผู้ตรวจฯลงภาคใต้ให้กำลังใจ

ในขณะที่ นายสุรพล จารุพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตร ฯลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมดูการรับซื้อน้ำยางสดทางสหกรณ์สหกรณ์กองทุนสวนยางอุใดเจริญ1 ในเขตพื้นที่ตำบลอุใดเจริญ เลขที่ 14/1 ม.8 ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล

นายสุรพล ให้สัมภาษณ์ว่า มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ในการช่วยเหลือชาวสวนยาง

สำหรับเกษตรกรจุดนี้ทำการรับซื้อยางในรูปของน้ำยางสดเป็นหลัก สำหรับปริมาณน้ำยางสดที่เปิดรับซื้อมีอยู่ประมาณ 300 กว่ากิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีปริมาณที่ไม่มากนักเพราะยังมีพี่น้องเกษตรกรที่ยังไม่เข้าใจถึงกระบวนการการทำงาน ซึ่งจะต้องประชาสัมพันธ์กันต่อไป

โดยในส่วนกระบวนการการรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรนั้นก็ต้องนำบัตรประชาชน พร้อมหลักฐานและบัตรสีเขียวที่ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนการยาง จาก กยท.เรียบร้อยแล้ว แล้วเข้าสู่กระบวนการซื้อขายน้ำยางสด ที่กก.ละ42 บาท

ภาคียางยื่นจม.ถึง”บิ๊กตู่”

บ่ายวันเดียวกัน ที่ศูนย์ดำรงธรรมจ.นครศรีธรรมราช ภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย นำโดยนายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีฯ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ถึงการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ

โดยจดหมายดังกล่าวระบุโครงการรับซื้อยางพาราของรัฐจากเกษตรกรรายละ 150 กก.ที่กก.ละ45 บาทนั้น ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่ง แต่ไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรนำยางมาขายกับโดยตรงรัฐ เพราะจุดรับซื้อไม่ทั่วถึง จ่ายเงินช้า จำกัดปริมาณการรับซื้อ จำกัดเฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน

จึงขอเรียกร้องให้ปรับกลไกใหม่ ให้เกิดประโยชน์สู่สุดต่อประชาชน โดยเพิ่มจุดรับซื้อเกษตรกรตัวจริง ซื้อขายจ่ายเงินสดให้เกษตรกร และเปิดทางให้เกษตรกรที่ไม่ได้ลงทะเบียนขายได้ด้วย

แกนนำยางแนะต้องปรับปรุง

เช่นเดียวกับ นายบุญส่ง นับทอง นายสมาคมชาวสวนยางพาราจังหวัดกระบี่ ที่ให้สัมภาษณ์ว่า โครงการเปิดจุดรับซื้อยางพาราจากเกษตรโดยตรงของภาครัฐยังไม่เข้าถึงเกษตรกรอย่างแท้จริง เกษตรกรบางรายยังไม่ทราบว่ามีการเปิดจุดรับซื้อที่ไหนบ้าง เนื่องจาก เปิดจุดรับซื้อยังไม่ทั่วถึงโดยในจังหวัดกระบี่มีเพียง13 จุด

เกษตรกรส่วนใหญ่จะนำยางไปขายตามร้านรับซื้อเอกชน เพราะไม่มีการจำกัดจำนวนการรับซื้อแม้ว่าราคารับซื้อจะต่ำกว่า และอยู่ใกล้กว่า ทั้งนี้เห็นว่า กยท.ควรปรับปรุงงานใหม่ ให้ตัวแทนภาคเกษตรกรเข้าไปมีส่วนร่วม เพื่อลดปัญหาข้อบกพร่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นและให้โครงการของรัฐเข้าถึงเกษตรกรอย่างแท้จริง แต่ที่ผ่านมาภาครัฐไม่ให้ความสำคัญ

“ปู”ชักดาบขอพ้นอุปสรรค

เมื่อเวลา 11.45 น. นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีแนวร่วมให้กำลังตะโกน”ยิ่งลักษณ์สู้ๆ”ประมาณ 300 คน

มีทหารจากกองทัพภาคที่ 2 รวมกว่า 30 นาย มายืนสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยคณะของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ประกอบพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ด้วยเครื่องสักการะทั้งอาหารคาว หวาน และยังได้มีการนำดาบปลอกสีแดง ขึ้นมาบวงสรวง ซึ่งนส.ยิ่งลักษณ์ได้ชักดาบชูขึ้นขึ้นขณะบวงสรวง และทาง กองเชียร์ ตะโกนคำว่า สู้ๆ เพื่อแสดงออกถึงการต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ก่อนที่จะนำพวงมาลัย มาคล้องคอรูปหล่อจำลองท้าวสุรนารี เพื่อทำการสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครราชสีมา

จี้นายกฯยุติฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ขณะเดียวกัน นส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้เฟสบุ๊กโต้แย้งกระบวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด กรณีจำนำข้าวจนรัฐเสียหายหลายแสนล้าน โดยระบุเหตุผลถึง6ข้อคือ 1. ผู้ออกคำสั่งและผู้แต่งตั้งว่าดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ. 2539 มาตรา 8 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2559 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฎิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2559

2. คดีความทางอาญายังไม่สิ้นสุด จึงย่อมได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ ในกระบวนการยุติธรรม 3. การฟ้องเอาผิดให้ชดใช้ค่าเสียหายโดยกระทรวงการคลังนั้นไม่ถูกต้องเพราะกระทรวงการคลังไม่ใช่ผู้เสียหาย 4. ยังไม่มีการประเมินค่าความเสียหายที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมายและเป็นธรรมแก่ดิฉันที่กำลังจะถูกชดใช้ค่าเสียหายแต่ผู้เดียวทั้งที่คดีความยังไม่สิ้นสุด

ในตอนท้าย นส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า “อย่าได้พิจารณาคดีนี้เพราะ มี มาตรา 44 คุ้มครองหรือกฎหมายอื่นที่จะออกมาคุ้มครองภายหลังค่ะ”

ให้ประกันตัวดร.อ้างชื่อหากิน

ส่วนความคืบหน้ากรณีมีการคุมตัว ดร.เดชจรัส ชาญรัตน์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พร้อมแจ้งข้อหาพยายามฉ้อโกง หลังร่วมกับพวกอีก 3 รายหลอกลวงผู้เสียหายว่ามีข้าวเสื่อมคุณภาพจำนวน 3 แสนตันมาขายให้ในราคาถูก โดยได้มีการอ้างชื่อถึงบุคคลสำคัญในคณะรัฐมนตรีนั้น

พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขังเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันไปแล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 คน

ขยายผล2เสธ.ร่วมขบวนการ

ส่วนพ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รองผบก.ป. กล่าวว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น ดร.เดชจรัสปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การใดๆ ในชั้นพนักงานสอบสวน ขอให้การแค่ในชั้นศาล ซึ่งจะมีการเชิญ ดร.เดชจรัสมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

ข่าวแจ้งว่า สำหรับ ดร.เดชจรัส นั้น ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีพยายามฉ้อโกง หลังร่วมกับพวกอีก 3 ราย เป็นนายทหารและพลเรือน (เสธ.หนึ่งและเสธ.เปี๊ยก) หลอกผู้เสียหายว่ารู้จักบุคคลสำคัญในรัฐบาล รวมทั้งกล่าวอ้างว่าสามารถวิ่งเต้นให้ดำเนินการโครงการต่างๆ ได้ อาทิ โครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวี โครงการตามงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งมีข้าวเสื่อมคุณภาพมาขายในราคาถูกเป็นต้น ทั้งนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

Leave a comment