เร่งรณรงค์ปชช.ใช้น้ำประหยัด เตือนปท.ไทยฝนล่าช้าไปถึงมิ.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/200464

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 18.01 น.
2 ก.พ. 59 ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ แสดงปาฐกถาเปิดสัมมนา”เกษตรศาสตร์นำไทย สู้ภัยแล้ง “ในงาน”วันเกษตรศาสตร์ เขียวขจี ทำดีทั่วแผ่นดิน” โดยกล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ว่ากระทรวงเกษตรฯได้เสนอของบจากครม.1,700 ล้านบาท ตามแผนของทุกชุมชนทั่วประเทศที่เสนอโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มรายได้ช่วงฤดูแล้ง โดยผ่านการเห็นชอบโครงการระดับจังหวัดมาแล้ว ทั้งนี้จากนี้ไปจนถึงเดือนเม.ย.เข้าสู่ช่วงแล้งรุนแรง ได้พร้อมหากเกิดกรณีขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ เตรียมทำแผนที่รถส่งน้ำไปช่วยทุกตำบล ทุกอำเภอ รวมทั้งในช่วง3 เดือนนี้เริ่มอบรมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ผ่านศูนย์เรียนรู้ 882 ศูนย์ในทุกอำเภอประเทศ เป้าหมาย 2.5 แสนคน นำเทคโนโลยีปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตร รวมถึงรับรู้ปัญหาหากวิฤกติภัยแล้งในอนาคต  ปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก หาช่องทางการตลาด นำภาคเอกชนมาช่วย รัฐบาลนี้ได้คิดรอบด้านตามแนวประชารัฐช่วงนี้เข้าสู่ภัยแล้งจริง เร่งนำมาตราการต่างๆช่วยเหลือ ทั้งนี้ขอให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำด้วย

ขณะที่นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าขณะนี้มีปริมาณน้ำใช้การได้เท่ากับปี 37 ในปี59 มีน้ำใช้การได้ 3.8 พันล้านลบ.ม. จากภัยแล้งต่อเนื่องมาปี57-59 ปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนอุบลรัตน์ ต่ำกว่าเส้นต่ำสุด 3 ปีติดต่อกัน โดยเฉพาะ ภาคเหนือตอนบนย่ำแย่มาก เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีน้ำน้อยที่สุดตั้วแต่สร้างเขื่อนมา น้ำในอ่างมี 64 ล้าน ทำให้พื้นที่จ.เชียงใหม่ มีความเสี่ยงมาก

“ผมได้สั่งการไปทุกเขื่อนเดือนพ.ค.นี้มีโอกาสที่ฤดูฝนเข้ามาจะไม่ปล่อยจากอ่างเลย โดยเป้าหมายปลายปีเก็บน้ำให้ได้เต็มอ่าง  จะเห็นว่าปรากฎทางธรรมชาติดีขึ้น ทั้งสภาวะเอลนิโญ่ ลานินญ่าเริ่มคลายปลายเดือนเม.ย. มั่นใจสถานการณ์น้ำกลับมาให้ทางที่ดี ตอนนี้เหลือเวลาแค่100 วันจะพ้นฤดูแล้งนี้ หากไม่นำน้ำจากลุ่มเจ้าพระยา ไปใช้เพาะปลูกมาก จะไม่ขาดแคลนน้ำเลยในพื้นที่22 จ.รวมถึงกรุงเทพด้วย”อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

นายบัญชา ขวัญยืน รักษาการอธิการบดีม.เกษตรฯกล่าวว่าภาคการใช้น้ำทั้งการประปา การอุตสาหกรรม ใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นในกรุงเทพ วันละ6 ล้านลบ.ม.เพราะฉะนั้นปริมาณน้ำเท่าเดิมการบริหารจัดการทำอย่างเดิมไม่ได้  มองว่ามีปัญหาการขาดแคลนน้ำปัจจุบัน สภาพอากาศแปรปรวนประเทศไทยได้รับการเตือนมา10 กว่าปีแล้วเรื่องฝนมาก ฝนน้อย เกิดบ่อยขึ้น ลักษณะอุหภูมิโลกเปลี่ยนชัดเจนเดือนที่แล้ว ประเทศไทยอุณหภูมิตกฮวบเหลือต่ำกว่า10 องศา ดังนั้นการวิเคาระห์เรื่องน้ำ จะเกณฑ์ค่าเฉลี่ยน้ำวงรอบ 30 ปีมาเฉลี่ยไม่ได้ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปหมด  การปรับเปลี่ยนพืช ประมง ปศุสัตว์เป็นทางออกแก่เกษตรกร ปัญหาผลิตผลการเกษตร ข้าว มัน ยาง ราคาตกต่ำ เป็นโจทย์ที่รัฐบาลทำอย่างไรให้นโยบายไปสู่การปฎิบัติจริงของประเทศให้ได้

นายสุดเขตต์ นาคะเสถียร คณบดีคณะเกษตร กล่าวว่าสถานการณ์น้ำน้อยผลกระทบระดับประเทศมูลค่าเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 6 หมื่นล้านบาท เฉพาะพื้นที่ลุมเจ้าพระยาแห่งเดียว  คำแนะนำให้ปลูกพืชอายุสั้น พืชใช้น้ำน้อย เกษตรกรปฎิบัติได้จริงหรือไม่ เพราะรัฐมองเป็นจุดๆไม่ครบมุม สำคัญที่สุดคือการตรึงเกษตรกรให้อยู่พื้นที่ ให้เกิดเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตเกษตร นำไปสู่ปฎิรูปภาคเกษตรครั้งใหญ่ เป็นระบบเกษตรดิจิตอล มีข้อมูลไปปฎิบัติได้จริง พัฒนาเป็นดิจิฟาร์มมิ่ง เศรษฐกิจดิติตัล บูรณาการศาสตร์ การมองประเทศไทยเป้าหมายเดียวกันนี่คือความสำเร็จ

นายวิษณุ อรรถวานิช ผอ.ศูนย์เศรษฐศาสตร์ประยุกต์ ม.เกษตรฯ กล่าวว่าปัญหาภัยแล้งเกิดปี48 เป็นต้นมา จากการประเมินการผลิตในภาคเกษตรขาดแคลนน้ำเสียหาย  2.4 ล้านๆบาท เฉพาะปีนี้6.2 หมื่นล้านบาทในกรณีเกิดฝนล่าไปถึงเดือนมิ.ย.จากกรมอุตุนิยมของสหรัฐฯคาดการณ์ ไปกระทบข้าวนาปีจะเสียหาย 6.2 หมื่นล้านบาท หรือหากภัยแล้งลดลงอาจเสียหายแค่1.4 หมื่นล้านบาท ภาครัฐอย่ามองว่าเกษตรใช้น้ำมากอย่างเดียว ควรรณรงค์ให้มากในภาคอื่นรู้ต้นทุนการใช้น้ำแท้จริง อย่ามองว่าเป็นของสาธารณะสุดท้ายน้ำหมดเร็ว ควรส่งเสริมเอกชนลงทุนจัดหาน้ำ มีระบบชลประทานกระจายได้มาก  ในอนาคตประเทศไทยควรนำเทคโนโลยีเปลี่ยนน้ำทะเลมาเป็นน้ำจีด เพราะราคาไม่แพงแล้ว ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพและปริมนฑล มีศักยภาพทำได้ จะได้มีน้ำสำหรับภาคเกษตรได้มีน้ำใช้มากขึ้น

Leave a comment