ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/202876
ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราชฯ เป็นประธานเปิดงาน
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ จัดกิจกรรม “ครอบครัวข้อดี Family Day” เพื่อเป็นการขอบคุณและกระชับความสัมพันธ์
อันดีระหว่างครอบครัวผู้มาใช้บริการและทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรการแพทย์ ของศูนย์ออร์โธปิดิกส์ ตอกย้ำบริการที่เป็นเลิศและการให้บริการทางการแพทย์ที่ดี มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล JCI โดยมีศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เป็นประธานเปิดงาน
ในงานยังได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจและให้ความรู้กับผู้ป่วยที่เปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพก อาทิ การให้คำปรึกษาเรื่องข้อและโภชนาการ, กิจกรรมเพ้นท์เสื้อ, และการเสวนาให้ความรู้เรื่องสถานการณ์โรคข้อเสื่อมในประเทศไทย และการดูแลข้อเข่าและข้อสะโพกหลังการผ่าตัด ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ (ข้างลานพลับพลา)
รศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิชศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเสื่อมว่าคนทั่วไปมักจะคิดว่าข้อเข่าเสื่อมจะเกิดกับผู้สูงวัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคข้อเสื่อม มักเกิดจากการใช้งานข้อที่ไม่ถูกต้อง ใช้งานหนัก หรือเป็นไปตามวัย คือ ใช้งานมานาน ย่อมมีความสึกหรอไปตามเวลา แต่หากใช้งานไม่ถูกต้อง ก็จะเร่งให้โรคข้อเสื่อมเป็นเร็วขึ้น

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สาธิตการตรวจสุขภาพหลังและข้อสะโพกหลัง
อย่างไรก็ดี ข้อเข่าเสื่อมอาจเกิดขึ้นได้ แม้ในวัยทำงาน หากผู้ป่วยมี3 พฤติกรรมทำร้ายข้อเข่า ดังนี้ 1.ชอบนั่งงอเข่า ขัดสมาธิ พับเพียบ หรือนั่งยองๆเป็นประจำ จะเพิ่มแรงอัดภายในข้อเข่า ซึ่งจะรบกวนการนำอาหารไปสู่เซลล์กระดูกอ่อนผิวข้อ 2.น้ำหนักตัวมากเกินเพราะข้อเข่าต้องรับน้ำหนักตัวตลอดเวลาที่ใช้งานข้อไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน หรือขึ้นลงบันไดก็ตาม 3.ใส่รองเท้าส้นสูง จะทำให้ข้อเข่ามีแรงกดทับ มากกว่าปกติ ทั้งยังทำร้ายข้อบริเวณโคนนิ้ว หัวแม่เท้า เพราะเป็นอวัยวะที่ต้องรับน้ำหนักก่อนจุดอื่นๆ ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักได้ง่าย และหากคนที่ข้อเข่าไม่แข็งแรง หรือมีโครงสร้างร่างกายผิดปกติจะมีผลกระทบมากกว่าคนปกติ
“โดยทั่วไป โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ในช่วงวัยตั้งแต่ 60 ขึ้นไป ซึ่งนอกจากจะมีสาเหตุมาจากการเสื่อมที่เกิดจากการใช้งานแล้ว ยังพบว่ามีโรคบางอย่างเป็น สาเหตุให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้เร็วกว่าวัยอันควร ดังนั้นเราจึงควรหมั่นสังเกต พฤติกรรม ในชีวิตประจำวันว่าทำร้ายข้อเข่าอยู่หรือไม่ และที่สำคัญควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของข้อเข่า”
ส่วนวิธีสังเกตอาการข้อเสื่อมนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ว่า ในระยะแรกจะสังเกตว่ามีเสียงดังขณะขยับข้อไปมา บ้างก็มีอาการข้อฝืด โดยเฉพาะเวลานั่งนานๆ หรือขณะเปลี่ยนอิริยาบถจะเหมือนข้อถูกล็อกไว้ ต้องขยับไปมาสัก 2-3 ครั้ง จึงเหยียดเข่าออกได้ บางรายมีข้อบวมโต หรือมีบวมแดง มีน้ำภายในข้อ ซึ่งบ่งบอกถึงการอักเสบ ที่เป็นมากขึ้นนั่นเอง ในรายที่เป็นมากอาจพบข้อติดขยับไม่ได้เต็มที่ หรืออาจพบกล้ามเนื้อ ขาลีบเล็กลงกว่าข้างปกติ เป็นต้น

บรรยากาศขณะร่วมกิจกรรม “ครอบครัวข้อดี Family Day”
“การใช้ข้ออย่างถูกวิธี จะช่วยถนอมข้อเข่าให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น ชะลอความเสื่อม ซึ่งนั่นคืองดพฤติกรรมทำร้ายข้อเข่านั่นเอง 1.ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกิน 2.เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องงอเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ หรือการนั่งยองๆ 3.เลือกการออกกำลังกายที่ไม่มีผลร้ายต่อ ข้อเข่า เช่น การเดินการปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายในน้ำ ฯลฯ 4.หมั่นบริหาร กล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ 5.ใช้สนับเข่าเท่าที่จำเป็น มักเลือกใช้ในรายที่ข้อเสีย ความมั่นคง แต่หากข้อยังมีความมั่นคงอยู่การใช้สนับเข่า อาจทำให้กล้ามเนื้อโดยรอบเข่า อ่อนแรงได้6.หากมีอาการเจ็บข้อเข่ามากอย่างเฉียบพลันอาจถือร่มหรือไม้เท้าในด้านตรงข้าม กับขาที่เจ็บ จะช่วยลดแรงกระทำต่อข้อ และลดอาการปวดได้
ส่วนการรักษาข้อเข่าเสื่อมมีได้หลายวิธี ตั้งแต่การใช้ยา ควบคู่กับการทำกายภาพบำบัด หรือในกรณีของผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม การผ่าตัดก็ไม่ใช่เรื่องที่ น่ากลัวอีกต่อไป ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ผ่าตัด มาช่วยในการผ่าตัดเปลี่ยน ข้อเข่าเทียม ซึ่งทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลงกว่าแต่เดิมมาก ขณะเดียวกันแพทย์สามารถป้อนข้อมูลผู้ป่วยต่างๆ เข้าไปในคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการคำนวณ มีความละเอียดเป็นหน่วยมิลลิเมตร ช่วยให้แพทย์แต่งกระดูกให้ได้มุมสอดรับกับผิวข้อเทียม และช่วยในการวางตำแหน่งของข้อเข่าเทียมได้แม่นยำ ลดการบอบช้ำเสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว สามารถเดินใช้เร็วภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด