สุดยอดบาร์เทนเดอร์ระดับโลก โชว์ศิลปะผสมค็อกเทลไฮบอลสไตล์ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203331

วันอาทิตย์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วงการนักดื่มในกรุงเทพฯ มีทีท่าว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมนำเสนอความแปลกใหม่ชวนให้หลงใหล เมื่อบาร์เทนเดอร์ที่โด่งดังระดับสากลจากหลายประเทศ มีคิวแวะเวียนมาสร้างสีสันให้กับวัฒนธรรมค็อกเทลในประเทศ โดยบริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ริเริ่มเปิดศักราชใหม่ด้วยการเชิญบาร์เทนเดอร์ระดับโลก มานาบุ โอฮตาเคะ ผู้ชนะ Global World Class ปี 2011 และมิชิโตะ คาเนโคะ เคะ ผู้ชนะ Global World Class ปี 2015 บินข้ามฟ้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อมาแสดงศาสตร์และศิลป์แห่งการชงเครื่องดื่มชั้นสูงและวัฒนธรรมค็อกเทลญี่ปุ่นที่บาร์ชั้นนำสามแห่งในกรุงเทพฯ คือ Smith, Vogue Lounge และ St Regis Bar เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ภายใต้โปรแกรม Diageo Reserve World Class ที่เน้นการยกระดับศิลปะขั้นสูงแห่งการผสมค็อกเทลทั่วโลก

มานาบุ โอฮตาเคะ เป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ชนะการแข่งขัน Diageo Reserve World Class Bartender of the Year เมื่อปี 2011 ขณะนี้เขาเป็นหัวหน้าทีมบาร์เทนเดอร์ที่ Bar BelloVisto แห่ง Cerulean Tower Tokyu Hotelบาร์เทนเดอร์เลื่องชื่อผู้นี้เดินทางมายังกรุงเทพฯ เพื่อแนะนำให้นักดื่มรู้จักกับไฮบอล ซึ่งก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใช้เพียงวิสกี้และน้ำอัด แก๊สเป็นส่วนผสม และเสิร์ฟในแก้วทรงสูง “ในญี่ปุ่น เครื่องดื่มนี้มักใช้วิสกี้ผสมกับน้ำผลไม้เช่นมะนาวหรือเกรปฟรุต และน้ำซ่า เป้าหมายของการทำไฮบอลคือการทำให้วิสกี้ที่มีรสชาติแรงดื่มง่ายขึ้นสำหรับคนทั่วไปโดยการใส่น้ำอัดแก๊สหรือน้ำผลไม้” มานาบุ โอฮตาเคะ กล่าว เขายังเล่าอีกว่าไฮบอลแพร่หลายในญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวญี่ปุ่นนั้นเดิมทีนิยมดื่มวิสกี้ผสมน้ำอยู่แล้ว และไฮบอลก็เคยได้รับความนิยมในกลุ่มนักดื่มที่มีอายุระหว่าง 40-50 ปี แต่ในปัจจุบันมันได้กลายเป็นเทรนด์ในหมู่นักดื่มรุ่นใหม่ โดยมาสาธิตวิธีการทำไฮบอลผสมวิสกี้สามสูตร ได้แก่ “Johnnie Collins” ที่มีส่วนผสมคือ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล เลมอน วาซาบิ น้ำซ่าและมะนาว “Walking Black Highball” ใช้ จอห์นนี่วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล แอปเปิ้ล เลมอนและจินเจอร์เบียร์ และสุดท้ายคือ “Andreas Mule” ด้วย จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล มะนาว น้ำผึ้ง ขิง จินเจอร์เบียร์และมินต์

ส่วน ไฮบอลสามสูตรที่ มิชิโตะ คาเนโคะ นำเสนอแสดงถึงความเป็นญี่ปุ่น “Marmalade Highball” ใช้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล มาร์มาเลดส้ม บิทเท่อส้มส้มและโซดา ซึ่งบาร์เทนเดอร์อธิบายว่า ส้มจะดึงเอาเอกลักษณ์ของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล ออกมาและเพิ่มรสชาติให้กับค็อกเทล ส่วน “Johnnie Walker CafeHighball” ใช้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล ที่เอาไปอินฟิวส์กับกาแฟ โซดาและเกรปฟรุต “ซิงเกิ้ลมอลต์กลิ่นสโม้คกี้จากคาร์ดูนี่ ไปกันได้ดีกับกาแฟคั่ว และเกรปฟรุตที่เข้ากับกลิ่นของไม้จากวิสกี้” บาร์เทนเดอร์กล่าว แก้วสุดท้าย “Apple Highball” มีส่วนผสมของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล เกรนาดีน ไซเดอร์ แอปเปิ้ลและก้านซินนามอน “ผมใส่ซินนามอนเพื่อสร้างสมดุลระหว่างไซเดอร์แอปเปิ้ลและวิสกี้” เขาอธิบาย

นอกประเทศญี่ปุ่น ไฮบอลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศเอเชีย เช่น เกาหลีไต้ จีน และไต้หวัน สำหรับในประเทศไทยนั้น ไฮบอลคือความแปลกใหม่ และจะเป็นเครื่องดื่มที่จะชนะใจผู้ที่ชื่นชอบค็อกเทลชาวไทย

 

Leave a comment