ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/204072
กว่า 8 ปีมาแล้วที่ สถาบันกระดูกสันหลังบำรุงราษฎร์ภายใต้ความร่วมมือกับศูนย์ศัลยกรรมกระดูกสันหลังและการบำบัดความปวดโรงพยาบาลเซนต์แอนนา ประเทศเยอรมนี รับหน้าที่เป็นศูนย์กลางจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคปในภูมิภาคเอเชีย การจัดอบรมครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมามีศัลยแพทย์ในเอเชียเข้าร่วมรับการอบรม อาทิ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินเดีย ฮ่องกง สิงคโปร์ รวมถึงศัลยแพทย์จากไทย
นายแพทย์วีระพันธ์ ควรทรงธรรมผู้อำนวยการสถาบันกระดูกสันหลังบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลว่า เทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคป ส่วนใหญ่ใช้กับอาการที่มีคนเจ็บป่วยกันเยอะ หรือโรคที่มีการป่วยชุกชุม เช่น หมอนรองกระดูกปลิ้น หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ฯลฯ ซึ่งมีสาเหตุทั้งจากการยกของหนัก เล่นกีฬาที่มีการกระแทกอย่างหนัก ทั้งนี้ ผู้ป่วยจะมีอาการ 3 รูปแบบ คือ อาการปวด อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ หรืออาการชา ส่วนใหญ่เมื่อเป็นแล้วจะหายเอง 80-90% ยังมีอีกประมาณ 10% ที่ต้องรับการผ่าตัด

“แม้สัดส่วนผู้ที่ต้องรับการผ่าตัดจะมีน้อย แต่เมื่อนับเป็นจำนวนคนแล้วก็ยังถือว่ามาก เฉพาะที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีผู้เข้ามาขอคำปรึกษาจากอาการปวดหลังประมาณวันละ 20-30 ราย และต้องเข้ารับการผ่าตัดปีละ 600-700 ราย ซึ่งแนวทางการรักษา แพทย์จะเน้นการรับประทานยาและการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง หากอาการยังไม่ทุเลา ก็อาจฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาทเพื่อลดการอักเสบ แต่หากยังไม่ได้ผล มีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ เจ็บปวดเรื้อรังเกิน 3 เดือน แพทย์จะแนะนำให้ทำการผ่าตัดขั้นตอนการรักษาขั้นสุดท้าย”
ผู้อำนวยการสถาบันกระดูกสันหลังบำรุงราษฎร์ เผยอีกว่า ในอดีตมีเพียงวิธีการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ที่กลางหลัง ต้องเลาะกล้ามเนื้อออกจากกระดูกเป็นบริเวณกว้างเพื่อให้ทำการผ่าตัดได้สะดวก เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวดทำให้ฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้ช้า แต่ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา นายแพทย์เซบาสเตียน รุทเทน แห่งศูนย์ศัลยกรรมกระดูกสันหลังและการบำบัดความปวดรพ.เซนต์แอนนา ประเทศเยอรมนี ได้บุกเบิกเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคปขึ้นมา เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษา
“วิธีการนี้ แพทย์จะเปิดเล็กๆ ที่หลัง แล้วสอดกล้องเอ็นโดสโคปเข้าไปถึงจุดที่ทำการรักษา เช่น กรณีผ่าตัดหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท หลังจากที่ผู้ป่วยดมยาสลบแล้ว แพทย์จะสอดกล้องเอ็นโดสโคปขนาด 7.9 มิลลิเมตร เข้าไปยังเส้นประสาทส่วนที่ถูกกดทับอยู่โดยตรง ไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อส่วนที่ดีออก กล้องเอ็นโดสโคปจะช่วยให้แพทย์มองเห็นเส้นประสาทอย่างชัดเจน สามารถเลือกตัดเฉพาะส่วนที่มีการกดทับเส้นประสาทออกได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดทับจากหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือการบีบรัดจากกระดูกข้อต่อและเส้นเอ็นก็ตาม

ข้อดีของเทคนิคนี้คือ ผู้ป่วยสามารถใช้เวลาฟื้นตัวภายหลังการผ่าตัดได้เร็ว แต่อย่างไรก็ดีเทคนิคไม่สามารถใช้รักษาโรคกระดูกสันหลังได้ทุกประเภท เป็นเทคนิคที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนที่ค่อนข้างมาก เพื่อให้มีความชำนาญ และได้ผลการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย”
สำหรับเทคนิคการผ่าตัดด้วยกล้องเอ็นโดสโคปในปัจจุบัน ยังถือว่าเป็นวิธีการทางเลือก แต่ นพ.วีระพันธ์ ตั้งความหวังว่าอีกประมาณ 10-20 ปี จะกลายเป็นเทคนิคมาตรฐาน (Gold Standard) ในการรักษา
ทั้งนี้ ในทางการแพทย์ การจะพิสูจน์ว่าเป็นเทคนิคมาตรฐานต้องผ่านเวลา 20-30 ปี แพทย์ส่วนใหญ่ต้องสามารถใช้เทคนิคนี้ในการรักษา และเมื่อรักษาแล้วต้องได้ผลใกล้เคียงกัน ซึ่งปัจจุบันยังไปไม่ถึงจุดนั้นที่สำคัญที่สุด การจะเป็น Gold Standard ได้ คงไม่ใช่เพราะเกิดจากการผลักดันของรพ.บำรุงราษฎร์ เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากการร่วมมือกันของทุกๆ ฝ่าย
“เราจะจัดอบรมในลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ ก้าวต่อไปที่หวังก็คือมีคนทำได้เยอะๆ และพัฒนาไปสู่ Gold Standard ในอนาคต มันอาจจะเป็นเทคนิคมาตรฐานในอีก 10-20 ปีซึ่งหาก 70-80% ของโรงพยาบาลใหญ่ๆ สามารถทำได้ คนที่ได้ประโยชน์ก็คือ คนไข้นั่นเอง” นพ.วีระพันธ์ กล่าวในที่สุด