ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/205580
คณะอนุกรรมการด้านสิทธิเด็กและการศึกษา
เปิดเวทีสาธารณะให้ความรู้ ‘การศึกษากับตาบอดสี’
คัดกรองหาเด็กนักเรียนตาพร่องสีพร้อมแนะแนวทางศึกษาต่อ
วัส ติงสมิตร
คณะอนุกรรมการด้านสิทธิเด็กและการศึกษา เปิดเวทีสาธารณะให้ความรู้เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน “การศึกษากับตาบอดสี” ให้ครูเป็นผู้ตรวจคัดกรองหาเด็กนักเรียนที่มีอาการตาพร่องสีตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา โดยแบบทดสอบ ISHIHARA’s Test เพื่อให้เด็กที่มีอาการตาพร่องสีได้รับการแนะนำแนวทางในการศึกษาต่อที่เหมาะสม ณ ห้องประชุมชั้น 5 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยมี นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดเวทีสาธารณะ ต่อด้วยการอภิปรายเรื่อง “การศึกษากับตาบอดสี” ในหลากหลายประเด็น โดยผู้ทรงคุณวุฒิในหลากสาขาอาชีพ
นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงอาการตาบอดสีว่าเป็นอาการบกพร่องของความสามารถในการแยกสีทำให้การมองเห็นผิดไปจากปกติ บุคคลที่มีอาการตาบอดสีสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ แต่จะประสบปัญหาจากการกำหนดให้อาการตาบอดสีเป็นคุณสมบัติต้องห้ามสำหรับการเข้าศึกษาต่อในบางสาขาวิชา จึงทำให้พบกรณีปัญหาที่เด็กไม่สามารถเข้าสู่การศึกษาในบางสาขาวิชาที่ต้องการอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้ง ไม่มีการตรวจอาการตาบอดสีในเด็กทำให้เด็กไม่ทราบว่าตนเองมีอาการตาบอดสีและจะทราบว่าตนเองมีอาการตาบอดสีก็ต่อเมื่อสมัครเข้าศึกษาในสาขาวิชาดังกล่าวแล้ว ส่งผลกระทบกระเทือนจิตใจของเด็กเป็นอย่างมากดังนั้น การตรวจอาการตาบอดสีในเด็กจะทำให้เด็กสามารถทราบและวางแผนการศึกษาของตนในอนาคตได้
สำหรับการอภิปรายให้ความรู้เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เรื่อง “การศึกษากับตาบอดสี”ในหลากหลายประเด็น เริ่มที่ นายสรรพสิทธิ์คุมพ์ประพันธ์ ผู้ชำนาญการประจำสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงตาบอดสีกับสิทธิมนุษยชนว่า สิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนพึงมี อันปรากฏในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และนำหลักการของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนมาพัฒนาเป็นกติการะหว่างประเทศ คือ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง, กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวโยงกับการศึกษาและการไม่เลือกปฏิบัติ
สิทธิในการศึกษา คือเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับและต้องศึกษาต่อ แต่หากมีอาการตาบอดสีจะเกิดปัญหาในการศึกษาต่อ ดังนั้น เด็กจึงควรทราบว่าตนเองมีอาการตาบอดสีและควรต้องมีการตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อปรับตัวในการใช้ชีวิต หรือสามารถรักษาให้หายได้ในบางกรณี รวมทั้งมีโอกาสเตรียมตัวและสามารถวางแผนในการศึกษาต่อเฉพาะสาขาวิชาที่ไม่ต้องอาศัยความสามารถในการจำแนกสี เนื่องจากอาการตาบอดสีจะเป็นอุปสรรคในการศึกษาต่อเฉพาะสาขาวิชาที่ต้องอาศัยความสามารถในการจำแนกสี

ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง
นพ.วีระชัย จันทร์ดียิ่ง จักษุแพทย์อาวุโส โรงพยาบาลสมุทรปราการ เผยถึงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาวะตาบอดสี ความสามารถและข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต ว่า คนส่วนใหญ่เรียกอาการผิดปกติในการจำแนกสีว่า “ตาบอดสี”(Color Blindness) แต่คำที่ถูกต้องซึ่งควรจะใช้เรียกอาการผิดปกตินี้ควรใช้คำว่า “ตาพร่องสี”(Color Deficiency) ซึ่งมี 2 ชนิด คือ 1.ตาพร่องสีพบแต่กำเนิด และเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมเพศ พบในเพศชายร้อยละ 7-8 และในเพศหญิงพบร้อยละ 0.5 ส่วนใหญ่มักเป็นตาพร่องสีทั้ง 2 ข้าง เกือบทั้งหมดมักพบตาพร่องสีแดงและสีเขียว พบน้อยมากในตาพร่องสีน้ำเงิน และตาพร่องทุกสีหรือมองเห็นเป็นขาว-ดำพบน้อยที่สุด อัตรา 1 ต่อ 33,000 คน ตาพร่องสีชนิดที่ 2 พบหลังการเกิดอาจเกิดจากการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยารักษาวัณโรค ยารักษาโรคหัวใจยารักษาโรคข้ออักเสบ หรือเกิดจากขั้วประสาทตาอักเสบ รวมทั้งโรคเกี่ยวกับจอประสาทตา เช่น
เบาหวานขึ้นจอประสาทตา จอประสาทตาลอกตัวตลอดจนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเกิดจากอาการป่วย เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง ซึ่งจะมีผลทำให้เม็ดสีในเซลล์ประสาทที่ใช้แยกสีน้อยลง

สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์
ปัจจุบันการตรวจอาการตาบอดสีมีหลายรูปแบบ แต่นิยมใช้แผ่นทดสอบความสามารถในการแยกสี เรียกว่า ISHIHARA’s Test Edition2010 ชนิด 38 แผ่น สามารถทดสอบตาพร่องสีได้เฉพาะสีแดงและสีเขียว แต่ไม่สามารถทดสอบตาพร่องสีน้ำเงินและแบ่งระดับความรุนแรงของความบกพร่องในการแยกสี การทดสอบโดยใช้ ISHIHARA’s Test สามารถทดสอบได้ง่าย รวดเร็วประมาณ 5 นาที และได้นำไปใช้ทดสอบในโรงพยาบาลทั่วไป
การตรวจคัดกรองในเบื้องต้นอาจทำได้โดยการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองทราบว่า สามารถตรวจคัดกรองตาพร่องสีได้ฟรีในเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ปกครองที่สนใจสามารถตรวจเด็กว่ามีความผิดปกติหรือไม่ อันจะนำไปสู่การวางแผนในการศึกษาของเด็กต่อไป จึงเห็นได้ว่าการตรวจตาพร่องสีไม่มีความยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง

นพ. วีระชัย จันทร์ดียิ่ง
รศ.นพ.นิพนธ์ จิรภาไพศาล อาจารย์ประจำสาขาวิชาประสาทจักษุ ภาควิชาจักษุแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ผู้แทน
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการกำหนดหลักเกณฑ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในการประเมินระดับความรุนแรงของภาวะตาบอดสีว่า การตรวจคัดกรองอาการตาพร่องสีควรใช้วิธี ISHIHARA’s Test Edition
2010 โดยให้นักเรียนอ่านแผ่นทดสอบ 21 แผ่นหากนักเรียนสามารถอ่านได้ถูกต้อง 17 แผ่นหรือมากกว่าถือว่าปกติ หากนักเรียนอ่านได้ถูกต้องน้อยกว่า 17 แผ่นถือว่าอาจมีความผิดปกติแต่หากนักเรียนอ่านได้ถูกต้องน้อยกว่า 13 แผ่นถือว่าบกพร่อง ทั้งนี้ หากทดสอบแล้วพบว่านักเรียนมีความบกพร่องหรืออาจมีความผิดปกติ ควรจะส่งให้จักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจโดย Farnworth Munsell D 15 Test เพื่อวินิจฉัยประเมินระดับความบกพร่องว่ามีความรุนแรงเพียงใด สำหรับการคัดกรองนักศึกษาเพื่อเข้าศึกษาต่อเห็นว่าควรเป็นไปตามระเบียบของแต่ละสถาบันการศึกษา

รศ.นพ.นิพนธ์ จิรภาไพศาล
นายบันลือ วิศิษฏ์อนุพงษ์ นักวิชาการชำนาญการพิเศษ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวถึงข้อจำกัดในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของผู้มีภาวะตาบอดสีว่า ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีหน้าที่กำกับเชิงนโยบายมิได้ดำเนินการเรื่องนี้โดยตรง แต่เป็นหน้าที่ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามี 2 ระบบ คือ ระบบแอดมิชชั่น และการรับตรงของมหาวิทยาลัย หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณากำหนดให้เด็กที่มีความบกพร่องในการมองเห็นสามารถเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชา/คณะได้ คือ 1.ความบกพร่องในการมองเห็นไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และอาชีพ 2.ความบกพร่องนั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักศึกษา อาจารย์ หรือบุคคลอื่นๆ ดังนั้นคณะสาขาวิชาที่ถือว่าความบกพร่องในการมองเห็นสีไม่เป็นอุปสรรค จะไม่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะทางจำกัดมิให้เด็กที่มีอาการตาบอดสีเข้าศึกษาต่อ

บันลือ วิศิษฏ์อนุพงษ์
ในกรณีกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย มีการกำหนดจำกัดสิทธิสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติในการมองเห็นภาพ หรือมีอาการตาบอดสีอย่างรุนแรง โดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว เมื่อคณะกรรมการเห็นว่าความบกพร่องเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและอาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไม่สามารถจะบังคับสถาบันการศึกษาหรือกลุ่มสาขาวิชาได้ เป็นหน้าที่ของแต่ละสถาบันการศึกษาเป็นผู้ตัดสินในที่สุด ดังนั้น หากตรวจพบความบกพร่องในการมองเห็นสีเร็วยิ่งเป็นผลดีต่อตัวผู้ที่บกพร่องในการมองเห็นสีนั้นเอง จึงเห็นว่าควรที่จะต้องมีการตรวจอาการตาพร่องสีก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้เด็กสามารถวางแผนการศึกษาในอนาคตได้

ดร.สามารถ รัตนสาคร
ดร.สามารถ รัตนสาคร นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ เผยถึงการกำหนดนโยบายให้เด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยเรียนได้รับการตรวจภาวะตาบอดสี ว่า ควรมีการประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจถึงประโยชน์ของการคัดกรองอาการตาพร่องสี นอกจากนี้ เด็กที่มีอาการตาพร่องสีอาจเรียนได้ไม่เต็มศักยภาพ จึงต้องพิจารณาถึงการปรับปรุงระบบการศึกษาพิเศษ ให้มีระบบการช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กที่มีอาการตาพร่องสี เช่น จัดอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่บอกถึงสีใกล้เคียง เป็นต้น เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคในการศึกษาของเด็ก และพัฒนาศักยภาพของเด็กให้สามารถอยู่ร่วมกับคนปกติได้ตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้ทุกคนเท่าเทียมกัน อันเป็นหน้าที่หนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์
นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาตาพร่องสีเป็นปัญหาในระดับคุณภาพชีวิตการตรวจคัดกรองอาการตาพร่องสี ต้องมีการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ เพื่อหาวิธีการตรวจคัดกรองอาการตาพร่องสีที่เหมาะสม และต้องพิจารณาถึงอายุของเด็กที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองอาการตาพร่องสี สำหรับผู้ตรวจคัดกรอง หากคุณครูเป็นผู้ดำเนินการจะจัดอบรมให้ครูสามารถตรวจคัดกรองเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อาจเกิดปัญหาขึ้นในกรณีที่คุณครูโอนย้ายตำแหน่งอาจทำให้ต้องจัดการอบรมใหม่อีกครั้งหากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นผู้ตรวจคัดกรอง อาจเป็นการเพิ่มภาระงานมากขึ้นเนื่องจากมีภาระงานในการคัดกรองเบื้องต้นในเกือบทุกด้าน

นพ. กิตติ ลาภสมบัติศิริ
เมื่อเทียบกับการตรวจอาการตาพร่องสีของเด็กในต่างประเทศ พบว่า จักษุแพทย์เด็กจะเป็นผู้ตรวจ ทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือ แต่ข้อจำกัดด้านจำนวนของจักษุแพทย์ในประเทศไทยยังมีน้อย จึงควรมีการศึกษาถึงจำนวนของเด็กที่จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองอาการตาพร่องสีเบื้องต้น และเด็กที่มีอาการตาพร่องสีซึ่งต้องเข้ารับการรักษาเป็นอันดับแรก เพื่อใช้วิเคราะห์สำหรับ
จัดทำระบบเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว รวมถึงงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือหน่วยงานใดเป็นผู้กำหนด ควรมีการประสานไปยังหน่วยงานดังกล่าวเพื่อกำหนดงบประมาณในการดำเนินการ
นพ.กิตติ ลาภสมบัติศิริ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข) สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข เผยว่ากระทรวงสาธารณสุขมีโครงการเด็กไทยสายตาดี ดำเนินการอยู่ในทุกพื้นที่ของโรงเรียน โดยตรวจสายตานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งมีจำนวนแปดแสนคน และจัดอบรมให้ ครู ก. (ระดับจังหวัด) ครู ข. (ระดับตำบล) และครู ค. (ครูประจำชั้น) ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด คือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลชุมชน การกำหนดนโยบายตรวจคัดกรองอาการตาพร่องสีจะพิจารณาความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าและประโยชน์ รวมไปถึงมีงบประมาณจัดซื้อเครื่องมือในการตรวจคัดกรองตาพร่องสีสำหรับทุกโรงเรียน แม้จะสามารถทดสอบจากอินเตอร์เนตได้ ก็มีข้อจำกัดในบางโรงเรียนซึ่งยังไม่พร้อม ดังนั้น จึงควรให้มีการประเมินเริ่มต้นในเฉพาะบางพื้นที่ก่อน และร่วมกันพิจารณาว่าควรตรวจคัดกรองอาการตาพร่องสีในระดับชั้นใดจึงถือว่าเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินโครงการเด็กไทยสายตาดีอยู่ จึงเป็นหน้าที่ที่จะดำเนินการนำเรื่องตาพร่องสีผนวกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้วย

พญ. ประสบศรี อึ้งถาวร
พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร อุปนายกแพทยสภา แสดงความคิดเห็นพร้อมเสนอแนะในที่ประชุมว่า เห็นด้วยกับการคัดกรองเด็กที่มีภาวะตาพร่องสีตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อให้สามารถวางแผนการศึกษาของเด็กได้ และยังสามารถเพิ่มเติมเข้าไปเป็นโปรแกรมการตรวจคัดกรองโรคในเด็กที่มีการกำหนดและดำเนินการในโรงพยาบาลอยู่แล้ว ตาพร่องสีเป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตในระดับหนึ่ง แต่ก็สามารถทำอันตรายให้แก่คนรอบข้างได้พอสมควร เช่น การจราจร เป็นต้น เพราะฉะนั้นขั้นการคัดกรองเพื่อให้รู้ตนเองและสามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้นั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด ตาบอดสียิ่งรู้เร็วจะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวในการที่จะกำหนดชีวิตของลูกในอนาคต และส่งผลในทางกรรมพันธุ์อย่างไรทำให้สามารถเตรียมความพร้อมกับเด็กที่มีความเสี่ยงจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้ แบบทดสอบต้องทำเป็นแอพพลิเคชั่นและสามารถเผยแพร่ได้ ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ในการตรวจวัดจะต้องมีการเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจึงต้องกำหนดกันใหม่ว่าควรจะตั้งเป็นแบบเซ็นเตอร์ เมื่อผู้ปกครองพาบุตรหลานมาตรวจตาจะทราบได้ว่าต้องพาไปที่ไหน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการประชาสัมพันธ์ให้ทราบกันอย่างทั่วถึงว่า การตรวจวัดความสามารถ
ในการมองเห็นสีสามารถตรวจได้ง่าย เพียงแค่มีอินเตอร์เนต
นายสุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า การเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีเหตุจะสามารถกระทำได้ตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้จัดทำโครงการศึกษาวิจัยเรื่องปัญหาการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมของบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสี อย่างไรก็ตามการให้สิทธิแก่ผู้ที่มีอาการตาพร่องสีควรพิจารณาทั้งสิทธิของผู้ที่มีอาการตาพร่องสีและสิทธิของผู้อื่นที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะตาพร่องสี และควรมีการศึกษาพิจารณาว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้ตรวจคัดกรองอาการตาพร่องสีโดยไม่สร้างภาระมากเกินไป

สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย
ขณะที่ นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการด้านสิทธิเด็กและการศึกษา ได้กล่าวปิดเวทีสาธารณะ มีใจความว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสำคัญและเข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้ทั้งวิทยากร ภาคเอกชน ภาควิชาการ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะนำข้อเสนอและความเห็นที่ได้จากการสัมมนาไปสรุปเป็นข้อเสนอไปยังรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ ผลสรุปในที่ประชุม คณะอนุกรรมการด้านสิทธิเด็กและการศึกษา เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินการตรวจคัดกรองหาเด็กนักเรียนที่มีอาการตาพร่องสีตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา โดยให้ครูเป็นผู้ตรวจคัดกรองเด็กนักเรียนในโรงเรียน และใช้วิธีทดสอบแบบ ISHIHARA’s Test ชนิด 38 แผ่นที่ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ.2010 ให้เด็กนักเรียนอ่านแบบทดสอบ 21 แผ่นแรก ถ้าเด็กนักเรียนสามารถอ่านได้ถูกต้อง 17 แผ่นหรือมากกว่า แสดงว่าไม่มีตาพร่องสี ส่วนเด็กนักเรียนที่อ่านได้น้อยกว่า 17 แผ่นจะส่งไป
โรงพยาบาลประจำจังหวัด เพื่อให้จักษุแพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป เด็กนักเรียนที่มีอาการตาพร่องสีจะได้รับการแนะนำแนวทางในการศึกษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ และถือเป็นความลับไม่ให้ผู้อื่นรู้ ให้รู้เฉพาะผู้ปกครองและเด็กนักเรียนเท่านั้น การดำเนินการต่อไป คือสถาบันการศึกษาทุกแห่งที่รับเด็กนักเรียนในสาขาวิชาเดียวกันต้องออกเกณฑ์ในการรับนักเรียนที่มีอาการตาพร่องสีที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน มีการตรวจหาอาการตาพร่องสีที่ใช้วิธีตรวจเหมือนกัน ไม่ใช้ดุลพินิจ และมีการประกาศอย่างชัดเจนและเปิดเผย เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อเด็กนักเรียน