ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ใต้ทะเลไทย’ ปฐมบทโบราณคดีใต้น้ำอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/205526

วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
รมว.วัฒนธรรมกับคณะทำงานโบราณคดีใต้น้ำ

การประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติเรื่อง “การสำรวจกู้แหล่งโบราณคดี” ที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1-18 มีนาคมนี้ต้องถือว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ไทยเป็นผู้ริเริ่มการฝึกปฏิบัติการสำรวจกู้แหล่งโบราณคดีที่อยู่ใต้ทะเลไทย ณ แหล่งเรือจมเกาะมันนอก หนึ่งในหลายแหล่งเรือจมที่มีการค้นพบในบริเวณอ่าวไทยและเส้นทางเดินเรือในอดีต จุดเด่นของงานปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำครั้งนี้ก็คือ เรือปฏิบัติการของกองโบราณคดีใต้น้ำที่เกิดขึ้นลำแรก ด้วยความใส่ใจและเรียนรู้ของ นายเอิบเปรม วัชรางกูร จนก่อเกิดงานโบราณคดีใต้น้ำขึ้นอย่างจริงจัง

รมว.วัฒนธรรมกับวิทยากรจากต่างประเทศ

ประเทศไทยเริ่มงานโบราณคดีใต้น้ำครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2517 ที่อ่าวสัตหีบ จังหวัดชลบุรีซึ่งเป็นอ่าวประวัติศาสตร์ เนื่องมาจากชาวประมงพบซากเรือโบราณรวมทั้งโบราณวัตถุประเภทเครื่องถ้วยสังคโลกจำนวนมากจมอยู่ในร่องน้ำลึกใกล้เกาะคราม ทำให้นักล่าสมบัติ นักแสวงโชคชาวไทยและชาวต่างประเทศชาติที่รู้ข่าวต่างพากันงมเครื่องถ้วยสังคโลกขึ้นมาขายกันอย่างเปิดเผยเป็นขบวนการลักลอบที่ใหญ่โตและมีผู้คนเข้าไปงมโบราณวัตถุกันเป็นจำนวนมากจนทำให้หลักฐานทางวิชาการและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติถูกทำลายเสียหายมาก นอกจากนี้ยังขยายการล่าสมบัติออกไปยังซากเรือจมโบราณแห่งอื่นๆ เช่น บริเวณใกล้เกาะสีชัง และบริเวณอ่าวพัทยา เป็นต้น

เรือลำแรกสำหรับงานโบราณคดีใต้น้ำของอาเซียน

วิทยากรและนักโบราณคดีใต้น้ำจากอาเซียน

การทำงานใต้น้ำที่มีข้อจำกัดมากมาย

กรมศิลปากรจึงต้องทำงานด้านนี้อย่างจริงจังและกะทันหัน ทั้งๆ ที่ขณะนั้นยังไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญการปฏิบัติงานใต้น้ำและไม่มีอุปกรณ์ปฏิบัติงานใต้น้ำเลยด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานโดยเฉพาะกองทัพเรือได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการใต้น้ำพร้อมกับเรือและอุปกรณ์ปฏิบัติการใต้น้ำมาช่วยดำเนินงานสำรวจขุดค้นกู้เก็บโบราณวัตถุเครื่องถ้วยชามสังคโลกที่แหล่งเรือจมโบราณใกล้เกาะครามได้เป็นผลสำเร็จ ในปีพ.ศ.2518 นั้น กรมศิลปากรยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศเดนมาร์กส่งผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีใต้น้ำมาช่วยแนะนำการปฏิบัติงานและร่วมการปฏิบัติงานนับแต่ปีนั้นมาคนไทยและนานาชาติก็รู้จักงานโบราณคดีใต้น้ำในประเทศไทย ทำให้มีการสำรวจพบซากเรือจมโบราณ และแหล่งโบราณคดีใต้น้ำอื่นอีกหลายแห่งในอ่าวไทย พ.ศ.2520 รัฐบาลไทยอนุมัติให้กรมศิลปากรจัดโครงการโบราณคดีใต้น้ำขึ้นและมีศูนย์จัดการฝึกอบรมหลักสูตรโบราณคดีใต้น้ำระดับต่างๆ จนวันนี้ได้จัดตั้งเป็นกองโบราณคดีใต้น้ำ โดยมีนายเอิบเปรม วัชรางกูร เป็นหัวหน้ากลุ่ม พัฒนางานจนเป็นที่สนใจของนานาประเทศ ต่อมายูเนสโกเห็นว่าไทยมีศักยภาพด้านโบราณคดีใต้น้ำที่ทันสมัยในภูมิภาคอาเซียน จึงขอย้ายศูนย์เทรนนิ่งโบราณคดีใต้น้ำ มาตั้งที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จ.จันทบุรี เพื่อฝึกอบรมการดำน้ำและค้นหาโบราณวัตถุใต้ท้องทะเล โดยยูเนสโก จะให้การดูแลโครงการกับหน่วยงานที่ประสานเป็นหุ้นส่วนร่วมกัน โดยมีรัฐบาลนอร์เวย์ให้การสนับสนุนในการจัดฝึกอบรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ และการจัดตั้งศูนย์ ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญามรดกทางวัฒนธรรมใต้น้ำ

อุปกรณ์การประดาน้ำที่ใช้ทำงาน

เครื่องมือวัดระดับความลึกจากดาวเทียม

ภาพร่างแหล่งเรือจมมันนอกที่ใช้ฝึกจริง

ชุดปฏิบัติการงานโบราณคดีใต้น้ำ

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ได้ให้ความสนใจถึงกับทดสอบการทำงานในทะเลด้วยตนเอง จากเหตุที่การสำรวจขุดค้นแหล่งโบราณคดีใต้น้ำที่ผ่านมานั้นพบว่า มีโบราณวัตถุจมอยู่ใต้น้ำจำนวนมาก ทั้งจากการอับปางของเรือบรรทุกสินค้าที่เก่าสุดตั้งแต่สมัยสุโขทัย รวมถึงการลักลอบขนย้ายโบราณวัตถุแบบผิดกฎหมาย และนำมาทิ้งลงสู่ทะเล จึงเป็นเหตุให้นักโบราณคดีใต้น้ำจากกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนสนใจและร่วมประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาทักษะในเรื่องของเทคนิค วิธีการขุดค้นด้วยการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ในการปฏิบัติงานจริงในการขุดค้นโบราณวัตถุใต้น้ำ โดยได้เลือกแหล่งเรือจมเกาะมันนอก เพื่อทำการสำรวจขุดค้นบริเวณท้ายเรือ และเก็บข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติมเกี่ยวกับหางเสือและซากเรือเหล็กที่เกาะมันนอก
แม้ว่าบางประเทศไม่มีประสบการณ์ทางการขุดค้นทางทะเลมาก่อน เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวยังได้มาเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการขุดค้นหาโบราณวัตถุในแม่น้ำโขงต่อไป

ภายในเรืองานโบราณคดีใต้น้ำ

รมว.วัฒนธรรมลงทดสอบการดำน้ำ

ปัจจุบันประเทศไทยได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติโบราณคดีใต้น้ำให้ทันสมัยที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนโดยเปิดให้เป็นศูนย์ปฏิบัติการขุดค้นโบราณวัตถุใต้น้ำ และสงวนรักษาโบราณวัตถุที่สูญหาย หรือจมลงสู่ใต้น้ำไว้ต่อไป เพื่อการอนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของชาติ อันเป็นปฐมบทการพัฒนาศักยภาพงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีใต้น้ำของไทยและประชาคมอาเซียนในอนาคต

Leave a comment