ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/205515
แล้วในที่สุดนิยายอิงประวัติศาสตร์ชาติจีนเรื่อง“ปัญจมหาโจร” ก็อวสานอย่างสมบูรณ์ในเล่มที่ 11 ซึ่งกำลังวางตลาดอยู่ในขณะนี้
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวคาบเกี่ยวกันระหว่าง โลกเก่ากับโลกใหม่ในยุคที่ประเทศจีนต้องปรับเปลี่ยนตัวเองจากภายใต้การปกครองของฮ่องเต้มาเป็นสาธารณรัฐ ที่มีทั้งความลี้ลับในศาสตร์โบราณอันเกี่ยวกับ กำลังภายใน เวทมนตร์คาถา กับเทคโนโลยี
สมัยใหม่ที่มี ปืนกล และเครื่องบินรบ ซึ่งผสมผสานเข้ากันได้อย่างน่าเลื่อมใส
นอกเหนือจากความต่อเนื่องของเหตุการณ์ที่สนุก และตื่นเต้นแล้ว ยังมีบทสนทนาที่แฝงไปด้วยปรัชญาชีวิตของนักปกครอง และความเชื่อของผู้บริหารประเทศที่อาศัยจิตวิทยามาสร้างเสริมบารมีให้แก่ตนเอง
ขอยกตัวอย่างตอนหนึ่งที่ตัวเอกของเรื่องคือ “หัวเสี่ยวเสีย” พูดถึงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ว่า “คุณธรรมอันยิ่งใหญ่เป็นเพียงคำพูดลอยๆ ประโยคหนึ่งเท่านั้น ผู้ถืออำนาจใช้คุณธรรมอันยิ่งใหญ่เพื่อโน้มน้าวจิตใจผู้คน ผู้แพ้ใช้คุณธรรมอันยิ่งใหญ่เพื่อปลอบประโลมตนเอง คุณธรรมอันยิ่งใหญ่เป็นเพียงข้ออ้าง วันนี้ทุกคนมองว่าคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ คือ สัจธรรม ผู้คนนับหมื่นพันสละชีพเพื่อคุณธรรม แต่หารู้ไม่ว่าพรุ่งนี้เป็นเพียงมูลสุนัขกองหนึ่ง ผู้คนที่หลั่งโลหิตถวายชีวิตเพื่อคุณธรรมกลับแลกมาเพื่อมูลสุนัขกองหนึ่งเท่านั้น น่าขำถึงเพียงไหน? ทราบหรือไม่ว่าบนโลกทำไมต้องมีโจร? ทำไมจึงกล่าวว่าสรรพสิ่งในแผ่นดินล้วนเป็นโจร? ก็เพราะในโลกใบนี้มีเพียงผลประโยชน์ ไร้ซึ่งคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ทุกสิ่งมีวันล่มสลาย คนเรามีเกิดแก่เจ็บตาย คุณธรรมอันยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียวก็คือ เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง หากว่าโลกนี้มีเทพเทวดาอยู่จริงไม่ดับสูญตลอดกาล อย่างนั้นพวกเขาทำไมต้องโน้มน้าวผู้คนไปศรัทธาว่ามีตัวตน? เนื่องเพราะหากไม่ศรัทธา พวกเขาก็ไร้ค่าที่จะดำรงอยู่ เทพเทวดาก็คาดหวังในผลประโยชน์เช่นกันไม่ใช่หรือ? ผลประโยชน์กับมูลค่า ดำรงอยู่ก็มีผลประโยชน์ ดำรงอยู่จึงมีค่า ฮ่าฮ่าฮ่า ต้นสายปลายเหตุก็มีเพียงเท่านี้”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอยู่ในช่วงปี ค.ศ.1938 (ปีที่ 27 ของสาธารณรัฐจีน) เมื่อกองทัพญี่ปุ่นทำการสังหารหมู่ชาวจีนที่นานกิง ที่มีการกล่าวถึงผู้นำของคนจีนที่ต่อต้านญี่ปุ่น อาทิ “เจียงไคเช็ก” ที่ ต้องการหยุดยั้งกองทัพญี่ปุ่น, และ “เหมาเจ๋อตุง” ที่ออกประกาศว่าด้วย “สงครามยืดเยื้อ”
เป็นนิยายที่น่าอ่านทั้งในด้านประวัติศาสตร์และยุทธวิธีของการปกครอง ที่ให้ทั้งความเจ็บปวดและความสะใจอันเกิดจากผู้มีอำนาจในการปกครอง

จากดินกลับสู่ดินที่ไม่อาจหลีกพ้น
“แม่น้ำที่สาบสูญ” เป็นผลงานกวีนิพนธ์เล่มล่าสุดของ “เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์” (กวีซีไรต์) ที่เขียนขึ้นด้วยความรู้สึกที่อยากเชิญชวนให้ผู้อ่านออกเดินทางสู่ข้างในเพื่อสำรวจชีวิตจิตใจ โดยร้อยเรียงเป็นบทกวีกว่า 60 ชิ้น แบ่งเป็น 9 ภาค คือ (1) มาจากดิน ที่พาไปสำรวจให้ถ่องแท้ก่อนว่ามนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนกำเนิดมาจากดิน (2) ชีวิตสร้างด้วยกวีนิพนธ์, (3) อยู่กับดิน, (4) ในสวนสมมุติ, (5) ระหว่างทาง, (6) ลำนำแห่งลำน้ำ, (7) ฉันเขียนเพราะกังขา, (8) ฉันจะเขียนหรือคำนึงถึงใดได้ (9) คืนสู่ดิน ซึ่งบทกวีแต่ละเรื่องล้วนสะท้อนให้เห็นภาพวิถีชีวิต ความเชื่อ ความศรัทธา ศาสนา และความรัก ได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ อันเป็นสัจธรรมที่ไม่มีใครหนีพ้นไปได้ จำหน่ายเล่มละ 140 บาท

แนะนำให้รู้จัก ‘หมามุ่ยอินเดีย’
พืชเศรษฐกิจสร้างเป็นอาชีพที่ยั่งยืน
“รวยล้นฝัก มหัศจรรย์หมามุ่ยอินเดีย” เป็นหนังสือที่รวบรวมและเรียบเรียงขึ้นมาโดย “กองบรรณาธิการสถาพรบุ๊คส์” กล่าวถึง เรื่องราวของพืชที่เรียกกันว่า หมามุ่ยอินเดีย โดยบอกถึงสรรพคุณ และประโยชน์หลากหลาย ซึ่งสามารถนำมา
ปลูกสร้างรายได้ให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้ในประเทศไทย เนื้อหาจะกล่าวให้ทราบตั้งแต่ ประวัติความเป็นมา วิธีการปลูก และการนำไปแปรรูปเพื่อการสร้างรายได้ ด้วยสรรพคุณเด่นที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ,บำรุงสมอง บำรุงร่างกาย และรักษาโรคพาร์กินสัน พร้อมภาพประกอบทั้งภาพขาวดำ และสี่สี จำหน่ายเล่มละ 170 บาท

สร้างคุณค่าให้กับเหรียญโปรยทาน
“สำนักพิมพ์เพชรการเรือน” ออกหนังสือชื่อ “พับริบบิ้น เหรียญโปรยทาน” เขียนแนะนำโดย “อาจารย์สายใจ เจริญรื่น” ที่ผู้เขียนบอกว่า ปัจจุบัน ประเพณีการโปรยทาน ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ในงานบวช งานแต่งงาน แม้กระทั่งงานศพ ทำให้ตนเห็นว่าการบอกเล่าให้คนทั่วๆ ไป ได้เรียนรู้ถึงการทำถุงเพื่อใส่เหรียญเพื่อนำไปโปรยทานน่าจะเป็นความสะดวก และความสวยงามอีกอย่างหนึ่งของประเพณี จึงได้รวบรวมวิธีทำอุปกรณ์ห่อหุ้มเหรียญที่ทำจากริบบิ้น หลากสี โดยบอกถึงวิธีทำในแต่ละขั้นตอนที่ทุกคนสามารถนำไปทำได้เองให้รับรู้กันอย่างละเอียด จำหน่ายเล่มละ 200 บาท

เผยคุณสมบัติของพริกแห้งแต่ละชนิด
แนะสูตรอาหารที่เหมาะสมกับคุณสมบัติ
“นิตยสารครัว” ฉบับเดือนมีนาคม นำเสนอเรื่องราวของ ความหลากหลายและแตกต่างของพริกแห้ง ที่มีอยู่ในท้องตลาดเพื่อให้บรรดาพ่อครัวแม่ครัวได้รับรู้ว่า พริกแห้งแต่ละชนิดนั้น มีความแตกต่างในรสเผ็ดที่ไม่เหมือนกัน โดยผู้เขียน แยกแยะให้ได้รับรู้ถึง รส กลิ่น และ สี ของพริกแห้ง แต่ละชนิดที่มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละอย่างควรนำเอาไปปรุงอาหารให้ถูกกับธรรมชาติของมันเพื่อเพิ่มรสชาติให้ลงตัวมากที่สุด อาทิ นำไปใช้เป็นพริกป่น นำไปใช้เป็นพริกแกง เป็นต้น พร้อมกันนี้ได้บอกถึงสูตรการนำเอาพริกแห้งแต่ละชนิดไปปรุงอาหารแต่ละอย่างโดยละเอียด จำหน่ายเล่มละ 90 บาท
