ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/593849
โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 22 มี.ค. 2559 05:01

“รอยสัก” (tattoo) หากมองว่าเป็นศิลปะก็เป็นของสวยงาม ใครจะสักตรงไหนหรือเป็นรอยสักรูปอะไรก็ไม่มีใครว่า แต่หากมองอีกมุม (ลบ) คนที่เป็นเจ้าของรอยสัก อาจถูกมองเกี่ยวโยงถึงพฤติกรรมหรืออาจเลวร้ายถูกมองถึงขั้น (น่า) เคยติดคุกติดตะรางหรือไม่ก็เป็นพวกคนไม่ดี เป็นขโมยขโจรก็ว่ากันไป
และหากเป็นมุมมองคนญี่ปุ่นก็มักมองมุมลบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการที่คนมีรอยสักมักไปเกี่ยวข้องกับแก๊งอันธพาล “ยากูซ่า” หลายคนจึงเลือกไม่ต้อนรับ รวมทั้งสปา “ออนเซ็น” แหล่งอาบน้ำพุร้อนยอดนิยมของชาวเมืองปลาดิบและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เมื่อมีสปาออนเซ็นหลายแห่งในญี่ปุ่นเลือกที่จะปฏิเสธนักท่องเที่ยวที่มีรอยสัก เพราะกลัวลูกค้าคนอื่นๆจะมีความรู้สึกหรือปฏิกิริยาไม่ดีตามมา พานหมดสนุก ไม่อยากมาเที่ยวอีกล่ะแย่เลย
แต่เพราะอาจกำลังต้องการเม็ดเงินต่างชาติจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็เป็นได้ การท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JTA : เจทีเอ) จึงออกมาขอให้ผู้ประกอบการสปาผ่อนคลายกฎ ยกเหตุผลมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่การมองรอยสักทั้งในญี่ปุ่นและต่างแดนแตกต่างกันไปด้วย
“นักท่องเที่ยวจึงควรมีโอกาสได้เพลิดเพลินกับสปาออนเซ็นอย่างสะดวกเสรี” เจทีเอระบุ
การท่องเที่ยวญี่ปุ่นไม่ได้ร้องขอเปล่า! แต่ยังทำข้อแนะนำแบบไม่มีข้อผูกมัด (ให้ปฏิบัติตาม) ออกมาด้วย รวมทั้งเสนอแนะให้จัดหาสติกเกอร์ช่วยปกปิดรอยสักนักท่องเที่ยว หรือกำหนดเวลาเฉพาะระหว่างวันให้นักท่องเที่ยวมีรอยสักเข้าใช้บริการได้ แต่ก็ย้ำขอให้ (ช่วย) ยกเว้นเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ได้ให้ปรับเปลี่ยนกฎสำหรับชาวญี่ปุ่น
ปัญหานี้คงไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่เช่นนั้น เจทีเอคงไม่ออกมา อีกทั้งการสำรวจข้อมูลปีที่แล้ว พบว่าร้อยละ 56 ของโรงแรมทั้งใหญ่และเล็กในญี่ปุ่นไม่ยอมให้คนมีรอยสักเข้าใช้บริการบ่อออนเซ็น
ส่วนที่เป็นข่าวใหญ่ในญี่ปุ่นเมื่อ 2-3 ปีก่อน กรณีสปาทางภาคเหนือของประเทศ ห้ามผู้หญิงชาวเมารี ชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์เข้าอาบบ่อน้ำร้อน เพราะมีรอยสักที่ใบหน้า แม้จะสักตามธรรมเนียมดั้งเดิมของชนเผ่าเมารีก็ตาม
และข่าวนี้น่าจะมีส่วนทำให้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นขบคิดหาเหตุผลในการออกข้อแนะนำล่าสุดนี้ไม่มากก็น้อย.
เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์