ต้องแก้ปัญหาด้วยความนุ่มนวล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594888

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 24 มี.ค. 2559 05:01

 

“ชมรมคอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุ และโทรทัศน์ไทย จัด กิจกรรมศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจไทย ว่าด้วยการหลั่งไหลเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากจีน จนเกิดเป็นข่าวหนาหูว่า มีการครอบงำธุรกิจบางประเภทของไทยในลักษณะครบวงจร โดยที่คนไทยเจ้าของประเทศมีส่วนได้ประโยชน์น้อยมาก พฤติกรรมดังกล่าวค่อยๆกระจายไปตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ รวมถึง ธุรกิจอุตสาหกรรมน้อยใหญ่ในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดธุรกิจเสรีที่ยากต่อการควบคุม”

“ชมรมฯขอเชิญท่านไปร่วมอภิปรายเชิงศึกษาวิเคราะห์ร่วมกับผู้รู้ท่านอื่น อาทิ อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน คอมเมนเตเตอร์รายการสวัสดีอาเซียน จากคลื่นวิทยุ FM 100.5 MHz นายวิโรจน์ สิตประเสริฐ–นันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย และนายวิรวัฒน์ เปี่ยมวิวัตติกุล นักธุรกิจจากจังหวัดภูเก็ต”

“การอภิปรายครั้งนี้ ชื่อว่า ทุนนิยมจีนตกเขียวเศรษฐกิจไทยจริงหรือ? จัดระหว่างเวลา 13.00-16.30 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม 2559 ที่อาคารอเนกประสงค์ กรมประชาสัมพันธ์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ”

นั่นคือ อีเมลเชิญที่พ่อผมได้รับจากนายณรงค์ ปานนอก ชมรม คอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุ และโทรทัศน์ไทย

ความตระหนกตกใจเรื่องทุนจีนเข้ามาครอบงำธุรกิจไทยเป็นกระแสแรงมากในปัจจุบัน มีการจัดอภิปรายในเรื่องนี้หลายแห่ง แต่การอภิปรายก็ต้องอยู่ในขอบเขตและระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นกระแสต่อต้านทุนจีนและคนจีนอย่างรุนแรงก็จะเกิดขึ้นในไทย เช่นเดียว กับที่เกิดขึ้นมาแล้วในเวียดนามและหลายประเทศในทวีปแอฟริกา

คนไทยจำนวนไม่น้อยมีเชื้อจีน อย่างพวกผมเอง ย่าทวดท่านหนึ่งก็มาจากเมืองจีน นามสกุลแซ่ลี้ ผสมปนเปกันไปหมด ทั้งจีน ทั้งอินเดีย ทั้งไทย ทั้งกัมพูชา ฯลฯ จนพูดไม่ได้แล้วครับ ว่าเรามีเชื้อสายดั้งเดิมอะไรกันบ้าง แต่ปัจจุบันทุกวันนี้ ทุกคนเป็นคนไทย สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ใช้บัตรประชาชนและหนังสือเดินทางไทย ทุกการกระดิกพลิกตัวของเรา เรายึดประโยชน์ของไทยเป็นสรณะ เป็นอันดับหนึ่ง เป็นที่หนึ่ง

คนจีนยุคก่อนเข้ามาเมืองไทยเพื่อเป็นคนไทย เข้ามาลงหลักปักฐาน แต่นักธุรกิจหลายชาติที่เข้ามาประเทศไทยในปัจจุบันไม่ได้ ต้องการอย่างนั้น เข้ามาทำธุรกิจกินรวบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ไม่เหลือเศษประโยชน์ให้คนไทยเลย

ตอนนี้เกษตรกรไทยไปไม่รอด น้ำแล้ง ทำนาไม่ได้ ชาวสวนต้องซื้อน้ำรดต้นไม้ ราคายางพาราตกต่ำจนไม่คุ้มค่าราคาในการกรีด ได้ผลผลิตบ้างเล็กๆน้อยๆ ก็ต้องนำไปในตลาดที่ตกอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางต่างชาติอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตลาดผลไม้บางประเทศในหลายจังหวัดตกอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางต่างชาติเกือบ 100% ไปแล้ว

ขายผลผลิตทางการเกษตรได้เงินน้อยมาก แม้แต่จะนำไปซื้ออาหารให้อิ่มพอต่อท้องของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ก็ยังทำไม่ได้ ลูกหลานที่เคยเรียนหนังสือต้องออกเรียนกลางคัน โสเภณีเด็กและวัยรุ่นในวัยศึกษาหาง่ายได้มากกว่ายุคใดในประวัติศาสตร์ชาติไทย เศรษฐกิจและสังคมของผู้คนภาคเกษตรกรรมล่มไปแล้วกว่าครึ่ง

แค่โดนจดหมายทวงหนี้จากธนาคารครั้งสองครั้ง เกษตรกรก็ต้อง ตาลีตาเหลือกขายทรัพยากรที่ดินของตนไปในราคาถูกเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ จากนั้นก็หอบลูกจูงหลานอพยพเข้ามาเป็นคนจนในเมือง

ลองไปสืบสวนหาข่าวดูเถิดครับ ที่ดินเกษตรกรรมถูกเปลี่ยนมือในยุคนี้มากที่สุด ถูกเปลี่ยนไปเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทุนจังหวัด นายทุนชาติ นายทุนต่างชาติ บางบริษัทครอบครองที่ดินถึง 6.3 แสนไร่ ก็มี

บางข้อมูลให้ตัวเลขว่า นายทุนต่างชาติใช้ตัวแทนเข้ามาถือกรรมสิทธิ์ในประเทศไปแล้ว รวมมากกว่า 100 ล้านไร่ เรื่องนี้ ต้องมีหน่วยข่าวเช็กว่าเป็นความจริงหรือไม่? ผมตามพ่อไปพูดรับใช้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ หัวข้อสนทนาเมื่อพบ ปะกันก็คือ การเข้ามากว้านซื้อที่ดินหรือเช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตรของนายทุน ทั้งนายทุนจังหวัด นายทุนชาติ และนายทุนต่างชาติ คุยกันเรื่องนี้เป็นอันดับหนึ่ง

ผมเชื่อว่า นายอำเภอ ผู้ว่าฯ และข้าราชการทราบเรื่องนี้ดี แต่ไม่มีใครกล้าจัดการ เพราะกลัวอิทธิพลนายทุนที่เชื่อมกับผู้ใหญ่ระดับประเทศ

การจัดอภิปรายปัญหาพวกนี้ดีครับ แต่ต้องไม่เป็นไปในทางยั่วยุให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง จนกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ปัญหานี้อ่อนไหวมาก จึงต้องแก้ไขกันอย่างมีสติ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

Leave a comment