ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/207765
ขบวนกลองปูจา
เดือนมีนาคมนี้มีประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่แห่ตุงหลวง อาทิตย์นี้ได้ตามรอยบุญไปร่วมอนุโมทนากุศลกับงานสืบประเพณีที่ยาวนาน จากตำนานที่เล่าขานถึงตำนานช่อแพรหรือช่อแฮ แหล่งประดิษฐานพระเกศาธาตุ พระบรมสารีริกธาตุ พระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า เมื่อถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 4 ใต้ เดือน 6 เหนือ พุทธศาสนิกชนจะพากันหลั่งไหลไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่ แห่ตุงหลวง ถวายแด่องค์พระธาตุสืบมา ด้วยมีความเชื่อศรัทธาว่าอดีตกาลนั้น พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงดอยโกสิยธชัคคะบรรพต ได้มอบพระเกศาธาตุให้ขุนลัวะอ้ายก้อม ไปบรรจุในผอบแก้วแล้วนำไปไว้ในถ้ำด้านตะวันออกของดอยที่ประทับ ผ้าแพรที่ขุนลัวะอ้ายก้อมนำมารองรับพระเกศาธาตุนั้นเรียกว่า “ผ้าแฮ”ที่นิยมนำผ้าแฮ หรือผ้าแพรนั้นมาประดิษฐ์เป็นช่อ หรือตุง (ธง) แล้วทำการถวายสักการะเป็นพุทธบูชา ภายหลังเพี้ยนมาเป็น “ช่อแฮ” หรือ “ช่อแพร” ครั้งพุทธกาลนั้นพระพุทธเจ้าทรงมีรับสั่งว่า ต่อไปเมืองนี้จะชื่อเมืองแพล (คำปัจจุบันคือ แพร่) และหลังจากพระองค์ปรินิพพานแล้ว จึงให้อัญเชิญพระธาตุข้อศอกข้างซ้ายมาประดิษฐ์ที่นี่ด้วย หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน 218 ปีแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชและพระอรหันต์จำนวนมากได้ร่วมกันอธิษฐานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ได้บรรจุในผอบแก้วที่เตรียมไว้นั้นไปสถิตในสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงหมายไว้แต่เดิม แล้วประกาศแก่เทวดาทั้งหลายให้พิทักษ์รักษาตลอดไป จนกว่าจะหมดอายุแห่งพระพุทธศาสนา 5,000 พระวัสสา
หลักฐานทางประวัติศาสตร์จากจารึก พ.ศ.1826 ระบุว่า “เบื้องตีนนอน รอดเมืองแพล เมืองม่านเมือง…เมืองพลัว พ้นฝั่งของเมืองชวาเป็นที่แล้ว” เมืองแพลนี้อยู่กับเมืองสุโขทัยเป็นอิสระ ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) ครั้งเป็นอุปราชเมืองศรีสัชนาลัย ได้เสด็จมาทำการบูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุช่อแฮเสร็จแล้ว ทรงให้มีงานฉลองสมโภช 7 วัน 7 คืน ตั้งแต่วันขึ้น 9-15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4 ใต้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจ้าผู้ครองนครแพร่ทุกองค์ได้สืบประเพณีไหว้พระธาตุประจำปีตลอดมา จนถึงสมัยของเจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์ ได้ลดการจัดงานเหลือ 5 วัน 5 คืน คือวันขึ้น 11-15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4 ใต้ ของทุกปี

ขุนลัวะอ้ายก้อม
ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง นั้นประกอบด้วย ขบวนแห่ที่จัดเป็นขบวนหลักตามประเพณีเดิม ซึ่งมีขบวนช้างเจ้าหลวง ผ้าบูชาองค์พระธาตุ พระธรรมคัมภีร์โบราณ พระเถระของเมือง และเครื่องบรรณาการประกอบด้วย ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง
เครื่องสักการบูชา สุ่มหมาก สุ่มพลู, สุ่มหมากเป็ง ต้นผึ้ง ต้นเทียน ต้นดอก พุ่มช่อแพร พุ่มเครื่องบูชาต่างๆ ปัจจุบันมีริ้วขบวนเครื่องบูชาจากทุกอำเภอจนถือได้ว่าเป็นขบวนบูชาที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยเห็น ทำให้มีขบวนต่างๆ เสริมความสำคัญขึ้นมากมาย เช่น ขบวนแห่กังสดาล ขบวนแห่หมากเป็ง ขบวนต้นผึ้งขบวนแห่ผ้าแพรคลุมองค์พระธาตุ 12 สี ขบวน 12 ราศี ขบวนเทพีโปรยข้าวตอกดอกไม้ ขบวนตุงขบวนฟ้อนรำ นับเป็นขบวนงานบุญที่สร้างศรัทธาให้น่าสนใจยิ่ง งานนี้มีการเทศน์และฟังเทศน์มหาชาติมหาเวสสันดรชาดก ทั้งกลางวันและกลางคืนสำหรับกลางคืนมีมหรสพสมโภชในทางบุญตลอดงาน สิ่งสำคัญก็คือการขึ้นผ้าห่มพระธาตุและการฟ้อนบูชาพระธาตุช่อแฮจากช่างฟ้อนที่มาจากคุ้มเจ้าหลวง และกลุ่มชาวบ้าน ล้วนศรัทธาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองนี้อันเป็นพระธาตุประจำคนปีขาล

ช่างฟ้อนบูชาพระธาตุช่อแฮ

ขบวนนักรบเมืองแพร่

ช้างหลวงของประธานพิธี

คณะจัดงานไหว้พระธาตุและช่างฟ้อน

พระธาตุช่อแฮ (2)

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ประธานถวายผ้าขึ้นธาตุ

ลูกหลานขุนลัวะอ้ายก้อม

ขบวนเครื่องบูชาที่ยาวไกล