ล่าบึมบรัสเซลส์ พบพัวพันระเบิดถล่มปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595383

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 มี.ค. 2559 05:01

 

ตร.ค้นรัง-เจอสารระเบิดอื้อ ทั่วโลกสลดร่วมอาลัยเหยื่อ! กัปตันบินไทยเผยนาทีระทึก

ตร.เบลเยียมปิดเมืองไล่ล่าทีมบึมสนามบินฯหลังพบภาพชัดจากกล้องวงจรปิด หนีไปได้ 1 เชื่อมีเอี่ยวกับทีมบึมกรุงปารีสเมื่อปลายปีกลาย ด้านหน่วยข่าวกรองอิรักระบุเคยเตือนแล้ว คาดฝีมือไอเอสซีเรีย วางแผนมา 2 เดือน แต่เปลี่ยนเป้าหมายหลังเบลเยียมจับ 1 ในทีมระเบิดปารีสได้ ขณะที่กัปตันบินไทยเที่ยวบินทีจี 934 เปิดใจนาทีระทึก ระหว่างเดินทางพร้อมลูกเรือ เข้าที่พักเจอจังๆ ชายอาหรับจอดรถทิ้งกลางแยกจน จร.ป่วน ขณะเดียวกัน “ในหลวง-พระราชินี” ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยอย่างสุดซึ้งไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีและประชาชนชาวเบลเยียม ด้าน “ประยุทธ์” สั่งคุมเข้มสนามบิน โดยทั้ง ทอท.-รฟท.-รฟฟท. งัดสารพัดมาตรการเฝ้าระวังเหตุร้ายเต็มที่

ทางการเบลเยียมเร่งการสืบสวนหาข้อเท็จจริง เหตุก่อการร้ายสะเทือนขวัญกลางกรุงบรัสเซลส์ หลังคนร้ายจุดชนวนระเบิดโจมตีอาคารผู้โดยสารขาออก สนามบินซาเวนเทม 2 ครั้งซ้อน ตามด้วยจุดระเบิด โจมตีสถานีรถไฟใต้ดินมาเอลบีค ย่านศูนย์ราชการกลางเมือง ในช่วงเช้าวันที่ 22 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ทั้ง 2 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 34 ศพ บาดเจ็บกว่า 200 คน และต่อมาทางการเบลเยียมนำภาพจากกล้องวงจรปิดภายในสนามบินซาเวนเทมมาเผยแพร่ ซึ่งแสดงให้เห็นภาพผู้ต้องสงสัยก่อเหตุในสนามบินซาเวนเทม จำนวน 3 คนนั้น

มือบึมสนามบินตาย 2 ศพ

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มี.ค.หน่วยงานความมั่นคงเบลเยียมได้เปิดเผยความคืบหน้าว่า เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวได้แล้ว โดยชายในเสื้อชุดสีดำ 2 คนเป็นพี่น้องกัน คือนายคาหลิด เอล บัคเราอุย ชาวเบลเยียม วัย 27 ปี และนายบราฮิม เอล บัคเราอุย ชาวเบลเยียม วัย 30 ปี ซึ่งผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายดังกล่าว ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งหนึ่งในนั้นเชื่อว่ามาจากการจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย และหากสังเกต จากภาพวงจรปิดจะเห็นว่าทั้ง 2 คน สวมถุงมือข้างซ้ายข้างเดียว มีความเป็นไปได้ว่าจะซ่อนตัวจุดชนวนระเบิดไว้

หนีได้ 1 เอี่ยวบึมปารีส

ส่วนผู้ต้องสงสัยอีกรายในภาพ ที่สวมชุดสีอ่อน สวมหมวกสีดำ ทางการเชื่อว่าคือนายนาจิม ลาชเราอุย วัย 25 ปี ไม่เปิดเผยสัญชาติ ซึ่งได้หลบหนีไปจาก ที่เกิดเหตุ หลังระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางไม่ทำงาน และต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้ระเบิดและนำไปทำลายทิ้งแล้ว โดยผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวนี้เป็นบุคคลที่ทางการอยู่ระหว่างการตามล่าตัวมาตลอด เนื่องจากเชื่อว่าเป็นมือประกอบระเบิดให้กับกลุ่มแนวร่วมกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส ที่ลงมือโจมตี กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2558 ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับนายซาลาห์ อับเดสลาม ชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโมร็อกโก วัย 26 ปี ทีมโจมตีกรุงปารีสที่รอดชีวิตเพียงคนเดียว ซึ่งทางการเบลเยียมจับกุมได้เมื่อ 5 วันก่อน โดยทั้ง 2 คน เคยเดินทางไปประเทศฮังการีด้วยกันเมื่อเดือน ก.ย.ปีก่อน

ค้นที่พักพบระเบิดอื้อ

นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นเบลเยียมดีเอช ยังรายงาน ด้วยว่า ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเบลเยียมได้บุกค้นบ้านพักในย่านเชียร์บีค ทางตอนเหนือกรุงบรัสเซลส์ หลังได้เบาะแสจากคนขับรถแท็กซี่นำผู้ต้องสงสัยมาส่งที่สนามบินซาเวนเทม ซึ่งต่อมาได้พบวัตถุระเบิด สารเคมีสำหรับทำระเบิด รวมถึงธงกลุ่มไอเอส นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภายในสนามบินซาเวนเทม เจ้าหน้าที่ยังพบปืนไรเฟิล ปืนอาก้า ถูกซุกซ่อนไว้ในตู้ล็อกเกอร์ห้องพักรับรองแขกของสนามบิน

ใช้ชื่อปลอมเช่าบ้าน

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายคาหลิด และนายบราฮิม ผู้ต้องสงสัย 2 คน ที่เสียชีวิตในการก่อเหตุที่สนามบินนั้น เคยมีประวัติการก่ออาชญากรรมมาแล้ว โดยนายบราฮิมเคยใช้ปืนอาก้ายิงตำรวจได้รับ บาดเจ็บระหว่างพยายามปล้นธนาคารในกรุงบรัสเซลส์เมื่อปี 2553 ต้องโทษจำคุก 9 ปี ก่อนถูกปล่อยตัวออกมา ส่วนนายคาหลิดเคยต้องโทษจำคุก 5 ปี หลังลงมือขโมยรถเมื่อปี 2554 กระนั้นก็ไม่มีการพบเบาะแสว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรงหรือกลุ่มก่อการร้ายมาก่อนหน้านี้แต่อย่างใด กระนั้น จากการบุกค้นบ้านในย่านฟอเรสต์เมื่อสัปดาห์ก่อน และพบหลักฐานซึ่งนำไปสู่การจับกุมนายอับเดสลามนั้น เจ้าหน้าที่ความมั่นคงพบว่า ผู้เช่าบ้านคือนายคาหลิด ที่ใช้ชื่อปลอม

เร่งไล่ล่าจับ ผตส.ได้ 1 คน

สำนักข่าวอาร์ทีเอลของเบลเยียม รายงานในเวลาต่อมาว่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษของเบลเยียม ประสบความสำเร็จในการจับกุมผู้ต้องสงสัย 1 คน ในย่านอันเดอร์เลคต์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงบรัสเซลส์ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่ข่าวบางกระแสระบุว่าอาจเป็นนายลาชเราอุย ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุในสนามบินที่อยู่ระหว่างหลบหนี นอกจากนี้ สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนเหตุการณ์ ระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมาเอลบีคนั้น ทางการเบลเยียมระบุเพียงว่ามีความเป็นไปได้ที่ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุอยู่ระหว่างหลบหนี และระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุได้ถูกเตรียมการมาตั้งแต่ก่อนการจับกุม
นายอับเดสลามเมื่อ 5 วันก่อน

เตรียมการร้ายมา 2 เดือน

วันเดียวกัน แหล่งข่าวในหน่วยข่าวกรองอิรัก เปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า ปฏิบัติการก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ครั้งนี้ ได้ถูกวางแผนเมื่อ 2 เดือนก่อน โดยกลุ่มไอเอสในซีเรีย จากข้อมูลที่ได้มาพบว่า สมาชิกกลุ่มไอเอสได้เตรียมวางแผนที่จะโจมตีสนามบินและสถานีรถไฟ ซึ่งหน่วยข่าวกรองอิรักได้แจ้งเตือนชาติยุโรปไปแล้ว เพียงแต่ข่าวกรองอิรักตอนนั้นไม่พบว่าเป้าหมายการโจมตีคือกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม แต่เป็นที่อื่น จึงมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มไอเอสได้เปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีกรุงบรัสเซลส์แทน หลังมีข่าวการจับกุมนายอับเดสลาม

งดใช้สนามบิน-สถานีรถไฟใต้ดิน

ต่อมานายอาร์นัลด์ ไฟสต์ ผู้บริหารสนามบิน นานาชาติซาเวนเทม กรุงบรัสเซลส์ เปิดเผยว่า สนามบินจะงดการให้บริการจนถึงวันที่ 24 มี.ค. แต่อาจปิดยาวต่อไปอีกเนื่องจากอยู่ระหว่างการให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายอาคารผู้โดยสารขาออก หลังถูกโจมตีด้วยระเบิด 2 ครั้งซ้อน เช่นเดียวกับสถานีรถไฟใต้ดินที่ยังคงมีคำสั่งระงับการให้บริการตลอดวันที่ 23 มี.ค.

นานาชาติร่วมไว้อาลียเหยื่อระเบิดบรัสเซลส์

ขณะเดียวกัน ชาวเบลเยียมร่วมกันทำพิธีไว้อาลัยทั่วประเทศนาน 3 วัน รวมทั้งที่จัตุรัสใจกลางเมือง ปลาส เดอ ลา บูร์ส ในกรุงบรัสเซลส์ โดยเริ่มด้วยการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 นาทีให้เหยื่อผู้เสียชีวิต เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 23 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 18.00 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย ส่วน สถานที่สำคัญต่างๆที่เป็นแลนด์มาร์คทั่วโลก ไล่ตั้งแต่ อาคารวัน เวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ ในมหานครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯไปจนถึงหอไอเฟลในกรุงปารีสของฝรั่งเศส ต่างร่วมกันเปิดไฟสีดำ เหลืองและแดง ซึ่งเป็นสีธงชาติของเบลเยียม แสดงความ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเบลเยียมที่ประสบเหตุวินาศกรรมถูกโจมตีมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมกันจำนวนมาก

เนเธอร์แลนด์ปิดกงสุลในตุรกี

วันเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ปิดสถานกงสุลในนครอิสตันบูล ประเทศ ตุรกี เป็นการชั่วคราวพร้อมสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ทั้งหมด หลังจากการตรวจสอบข่าวกรองพบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีจากการก่อการร้าย แต่ไม่ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงด้านก่อการร้ายของเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า จากกรณีเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทางการเตรียมออกมาตรการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ด่านพรมแดน สถานีด้านการคมนาคม รวมถึงสถานที่ราชการสำคัญ ถืออาวุธหนักได้ แต่มิได้ระบุชัดเจนว่าเป็นอาวุธหนักประเภทใด

กลับลำไม่ยืนยันมือบึม

อย่างไรก็ตาม ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายเฟรเดอริค ฟาน ลีอิว อัยการกลางเบลเยียม ออกแถลงการณ์ว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดในสนามบินนานาชาติซาเวนเทมที่ถูกนำออกมาเปิดเผย แสดงให้เห็นผู้ต้องสงสัย 3 คนนั้น ทางการยืนยันตัวผู้ต้องสงสัยเพียง 1 คน คือนายบราฮิม เอล บักเราอุย ชาวเบลเยียมวัย 30 ปี ส่วนอีก 2 คนในภาพยังไม่ขอยืนยันว่าเป็นใคร โดยหนึ่งในนั้นอยู่ระหว่างการหลบหนี ขณะที่นายคาหลิด เอล บักเราอุย น้องชาย วัย 27 ปีของนายบราฮิมนั้น คือผู้ที่ลงมือจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายที่สถานีรถไฟใต้ดินมาเอลบีค ในย่านศูนย์ราชการใจกลางเมือง ทั้งยังเป็นการจุดชนวนระเบิดภายในตู้โดยสารรถไฟ นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังพบพินัยกรรมของนายบราฮิม เขียนไว้ว่าไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว ทั้งหลังจากการก่อเหตุวินาศกรรม เจ้าหน้าที่ยังค้นพบวัตถุระเบิดน้ำหนัก 15 กิโลกรัม ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในเหตุร้ายครั้งนี้อยู่ที่ 31 ศพ ไม่นับรวมมือระเบิด บาดเจ็บ 270 คน

กัปตันบินไทยเผยเมืองแทบร้าง

นอกจากนี้ วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจากนายจักรพงษ์ ภูมิสุวรรณ์ กัปตันเครื่องบินการบินไทยเที่ยวบินที่ทีจี 934 ที่นำเครื่องบินถึงกรุงบรัสเซลส์ ก่อนเกิดเหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม 2 ครั้งซ้อน ว่าขณะนี้การคมนาคมทุกอย่างในกรุงบรัสเซลส์ ไม่ว่าสนามบินและสถานีรถไฟถูกปิดตาย ทำให้เที่ยวบินการบินไทย เที่ยวบินทีจี 934 กรุงเทพฯ-บรัสเซลส์ ที่ไปถึงก่อนเกิดเหตุเพียงเล็กน้อย ยังไม่สามารถบินกลับประเทศไทยได้ และสภาพบ้านเมืองในกรุงบรัสเซลส์ แทบจะเป็นเมืองร้าง คนอยู่ในบ้านทั้งหมด ในเมืองเต็มไปด้วยทหารถือปืนลาดตระเวน และรถหวอยังวิ่งกันขวักไขว่ได้ยินเสียงไซเรนตลอดเวลา วันเกิดเหตุ ทำหน้าที่กัปตัน นำเครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 777-300 เดินทางมาที่กรุงบรัสเซลส์ มีผู้โดยสาร 326 คน ลูกเรืออีก 20 คน รวม 346 คน ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 00.30 น. เครื่องมาถึงตามเวลาคือ 7 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น ทุกอย่างดูปกติเหมือนเคย ลูกเรือทั้งหมดผ่าน custom และ immigration ขึ้นรถบัสไปที่โรงแรม NH Hotel Grand Sablon ตั้งอยู่กลางเมือง โดยโรงแรมอยู่ห่างจากสถานีรถไฟกลางประมาณ 500 เมตร

ระทึกเจอแขกทิ้งรถกลางแยก

กัปตันจักรพงษ์เปิดเผยอีกว่า ต่อมาช่วงเวลา 08.30 น. เวลาเกิดเหตุ รถบัสที่ตนและลูกเรือเดินทางใกล้มาถึงโรงแรมที่พัก จังหวะรถติดไฟแดง มีรถเเวนสภาพเก่ามากคันหนึ่ง ขับโดยหนุ่มอายุไม่เกิน 25 ปี ลักษณะคล้ายชาวอาหรับเหนือ (กลุ่มประเทศตูนิเซีย แอลจีเรีย ลิเบีย โมร็อกโก) อยู่ดีๆ ขับมาจอดกลางถนนข้างๆรถบัสที่พวกเรานั่งอยู่ในเลนฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีเลนรถราง (tram) อยู่ด้วย แล้วลงจากรถไปเฉยๆ ทำให้รถราง รถเมล์ ในช่องต่างๆกลางสี่แยกไปไม่ได้ติดอยู่ทั้งหมด ซึ่งตนนั่งหน้าสุดได้ถ่ายภาพรถคันดังกล่าวไว้ ส่วนจะเป็นไอเอสหรือไม่ ตนไม่กล้าฟันธง แต่เท่าที่เห็นลักษณะเป็นเด็กหนุ่มชาวอาหรับผิวขาว ตัดผมเกรียนจอดรถไว้แล้วลงจากรถเลย ทำให้รถติดทุกด้าน

เตือนลูกเรือ–คนไทย

กัปตันจักรพงษ์เปิดเผยอีกว่า ขณะเดียวกัน เห็นคนขับรถรับโทรศัพท์ ซึ่งพอทราบข่าว รถบัสที่กำลังรอเลี้ยวซ้ายแต่ไปไม่ได้ จึงเปลี่ยนเส้นทางรีบขับพาตนและลูกเรือมายังโรงแรมที่พัก ในระหว่างทาง ได้ยินรถหวอตำรวจวิ่งแซงรถเราไป ขณะเดียวกัน เมื่อถึงที่พักแล้วได้แยกย้ายไปพักผ่อน พวกเราเพิ่งทราบข่าวจากไลน์ที่ครอบครัวและเพื่อนๆทางเมืองไทยสอบถามมาด้วยความเป็นห่วง ตนซึ่งเป็นกัปตันไฟลท์นี้ จึงทำบันทึกข้อความถึงลูกเรือทั้งไฟลท์ให้ระมัดระวัง เพราะไม่อยากให้ใครเป็นอะไรไป เพราะพวกเราจากบ้านมาทำงานพร้อมกัน หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยเดินทางกลับไปหาครอบครัว คนที่รักพร้อมกัน

อย่าเพิ่งไปแหล่งชุมชน

กัปตันการบินไทยกล่าวว่า ได้เขียนทำความเข้าใจลูกเรือ และขอประชาสัมพันธ์ถึงคนไทยที่อยู่ในกรุงบรัสเซลส์ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวอย่าเพิ่งออกไปในที่ชุมชน สถานีรถไฟ แหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน โดยการออกไปนอกที่พัก หากไปเป็นกลุ่มใหญ่ กรุณาเดินห่างๆกันเป็นกลุ่มย่อย ป้องกันการลอบทำร้าย หรือการสร้างสถานการณ์ หลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และขอให้งดเรื่องท่องเที่ยวไว้ก่อน ค่อยมาใหม่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นในไฟลท์ต่อไป ขอให้พวกเราหัดสังเกตระแวดระวัง หูตาไว ไหวพริบเอาตัวรอดจากสถานการณ์ร้ายให้ดี

ร้านอาหารไทยเปิดสู้วิกฤติ

นอกจากนี้ นายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยประจำเบลเยียม รายงานมาว่าจากเหตุการณ์ระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ร่วมกับตัวแทนชุมชนไทยได้ตรวจสอบแล้ว ไม่มีชาวไทยได้รับบาดเจ็บหรือได้รับความเสียหายแต่อย่างใด นอกจากกิจการร้านอาหารและร้านค้าที่เป็นของชาวไทยได้รับผลกระทบบ้างในช่วงแรก อาทิ ร้านอาหารวิลลา สิงหา กรุงบรัสเซลส์ ร้านอาหารไทยชื่อดังระดับมิชลิน ปกติจะมีเจ้าหน้าที่อียูมารับประทานอาหารกลางวันจำนวนมาก แต่ตอนเที่ยงหลังเกิดเหตุไม่มีลูกค้ามาอุดหนุนเลย เนื่องจากเจ้าหน้าที่อียูได้รับคำสั่งให้อยู่แต่ภายในอาคาร จนกระทั่งเวลา 15.00 น. ได้รับคำสั่งให้ออกจากตัว อาคารที่สำนักงานได้ ปรากฏว่าช่วงค่ำกลับมีลูกค้ามาอุดหนุนจำนวนมากส่วนใหญ่กล่าวว่าต้องการแสดงออกให้เห็นว่าชาวเบลเยียมยังคงใช้ชีวิตตามปกติ และขอบคุณร้านอาหารไทยที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ

พระราชสาส์นในหลวง-ราชินี

ด้านประเทศไทย วันเดียวกัน ทรงมีพระราชสาส์น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเบลเยียม กรณีเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2559 ความว่า หม่อมฉันและพระราชินีเศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก หม่อมฉันและพระราชินีขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังฝ่าพระบาทและประชาชนชาวเบลเยียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผู้ประสบความสูญเสียจากเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้ (พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.

นายกฯสั่งคุมเข้มสนามบิน

วันเดียวกัน ที่เมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่อยู่ระหว่างไปร่วม ประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมว่า ได้รับรายงานเหตุระเบิดที่สนามบินในกรุงบรัสเซลส์ และได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเพิ่มมาตรการความเข้มงวดด้านความ ปลอดภัยที่สนามบินแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีความผิดปกติ ขอให้ทุกคนสบายใจและปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนด ซึ่งมาตรการที่เตรียมไว้สามารถดำเนินการได้แล้วประมาณร้อยละ 90 เหลือเพียงติดตั้งเครื่องมือที่ทันสมัย ทั้งนี้ขอให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ หรือชุมชนต่างๆ ช่วยกันสอดส่องและเฝ้าระวังบุคคลที่แปลกปลอมหรือผิดสังเกต ส่วนเรื่องการข่าวได้มีการเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อส่งข้อมูลให้มีการเฝ้าระวังตามสนามบินและแนวชายแดนด้วย

“บิ๊กป้อม” ยันไม่ประมาท

ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก-รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก็กล่าวถึงการดูแลการก่อการร้ายหลังเกิดเหตุที่ประเทศเบลเยียมว่า เรามีการเตรียมการไว้ตลอดเวลา เป็นเรื่องที่สภาความมั่นคงแห่งชาติบูรณาการการปฏิบัติทั้งหมด ที่ผ่านมาเรามีความระมัดระวังเรื่องการก่อการร้ายอยู่แล้วและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสามารถเกิดได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่คมนาคม รถไฟ สนามบิน ที่จะต้องมีมาตรการป้องกัน ให้ได้รวมถึงการเตรียมการมาโดยตลอด ซึ่งได้ติดกล้องซีซีทีวีเพิ่มมากขึ้นจะทำให้เกิดความปลอดภัย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบลเยียม เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เราประมาทไม่ได้ ถึงแม้ว่าเราไม่ได้อยู่ในความ ขัดแย้งของเขา แต่เป็นประเทศทางผ่านของกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตลอดเวลา และมีแผนในการป้องกันที่ชัดเจนอยู่แล้ว

ตม.แลกข้อมูล ตร.เบลเยียม

ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวว่า มีหนังสือกำชับด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆของบุคคลที่เดินทางเข้า-ออก ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่งของไทย โดยเฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติทั้ง 6 แห่ง หลังเกิดเหตุระเบิดภายในท่าอากาศยานและสถานีรถไฟใต้ดิน ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และมีการประสานข้อมูลกับตำรวจเบลเยียมประจำประเทศไทย เกี่ยวกับรายละเอียดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น รวมทั้งข้อมูลผู้ต้องสงสัยว่ามีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยหรือไม่ เพื่อบรรจุในข้อบัญชีเฝ้าระวัง หรือบุคคลต้องห้าม

กำชับสันติบาล-ทท.เข้มการข่าว

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า จากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เบื้องต้น ไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับตำรวจสันติบาลติดตามด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด และให้ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติจำนวนมาก จัดทำข้อมูลชาวต่างชาติในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันเหตุร้าย

191-1599 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย

พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกตร. เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันเหตุ ตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือสั่งการกำชับไปยังหน่วยในสังกัดทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินมาตรการป้องกันและระงับการก่อเหตุร้าย เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรด้วยความละเอียดรอบคอบ และการเพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ รวมถึงอาวุธต่างๆตลอดจนการรักษา ความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ จุดเสี่ยง จุดล่อแหลม อาจตกเป็นเป้าหมายในการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายต่างๆ นอกจากนี้ยังให้ติดตามสถานการณ์การข่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการป้องกันและระงับเหตุได้อย่างเป็นระบบและทันต่อสถานการณ์ ใคร่ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือพบเบาะแสบุคคลต้องสงสัยว่าจะกระทำผิดกฎหมาย หรือก่อให้เกิดความวุ่นวาย สามารถ แจ้งมายังศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน สายด่วน 191 และสายด่วน 1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ 24 ชั่วโมง

ผบช.ก.สั่งเข้มหาข่าว

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เผยสั้นๆว่า มอบหมายสั่งการให้กองบังคับการปราบ ปรามและกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลังร่วมกันในด้านการหาข่าวและการดูแลนักท่องเที่ยว สอดรับกับ พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ป.กล่าวว่า กองปราบปรามเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลโดยจัดตั้งเป็นศูนย์ข้อมูลคดีอาชญากรรมข้ามชาติ รวบรวมข้อมูลคดีต่างๆ โดยข้อมูลต่างๆจะได้รับจาก บก.ต่างๆในสังกัด บช.ก. จากตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล รวมทั้งสถานทูตต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ โดยคลังข้อมูลมีการรวบรวมและจำแนกแผนประทุษกรรมของคนร้ายไว้ 18 ประเภท รวมทั้งได้รวบรวมความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายสากล ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวก็มีการเฝ้าระวังและประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา

ระวังสถานทูตเบลเยียมในไทย

ขณะเดียวกัน ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตเบลเยียม ประจำประเทศไทย ตั้งอยู่สาทรซอย 8 เหตุการณ์เป็นไปตามปกติ มีรถกระบะเจ้าหน้าที่ตำรวจจอดอยู่ 1 คัน โดยมีรถกระบะสายตรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ขับรถเข้ามาตรวจทุกๆ 2 ชั่วโมง ส่วนที่ตึกสาทรสแควร์ชั้นที่ 17 สถานที่ทำวีซ่าประเทศเบลเยียม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.ยานนาวา เจ้าของพื้นที่ 5 นาย คอยเฝ้าระวังเหตุและตรวจบุคคลที่จะเข้าไปทำวีซ่าอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีรถสายตรวจ 191 และสันติบาลสลับผลัดเปลี่ยนเข้ามาดูทุก 1 ชั่วโมงด้วย เบื้องต้นเหตุการณ์ปกติ

ทูต ตร.เบลเยียมหารือ สตม.

จากนั้นในเวลา 16.00 น. ที่ห้องสวนพลู ชั้น 7 สตม. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ให้การต้อนรับ MR.EDDY SUYS ทูตตำรวจอาวุโส เบลเยียมประจำประเทศไทย เข้าหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ประเทศเบลเยียม และประสานรายชื่อกลุ่มบุคคลที่ต้องสงสัยและข้อมูลทางการข่าว พร้อมทั้งหารือแนวทางในการดูแลนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในประเทศไทย

ออก 9 มาตรการระวังเหตุ

ขณะที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับโศกนาฏกรรมกรุงบรัสเซลส์ และได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงคืนวันที่ 22 มี.ค. ซึ่งภาพรวมด้านการรักษาความปลอดภัยทั้งภายในและรอบนอกสนามบินมีระบบที่เข้มงวดเป็นปกติอยู่แล้ว ขอให้คนไทยอย่าได้ตื่นตระหนก ซึ่งแม้ประเทศไทยจะไม่ใช่พื้นที่ที่ต้องเป็นกังวล แต่เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ ตำรวจท่องเที่ยวจึงมีปฏิบัติการ 9 มาตรการอย่างเข้มงวด ได้แก่ 1.เพิ่มความเข้มในการตรวจตราสถานที่สำคัญ ได้แก่ ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ ท่าเรือ สถานีรถโดยสาร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โรงแรมที่พัก โดยบูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว 2.ระดมภาคีเครือข่าย อาสาสมัคร ร่วมปฏิบัติเต็มกำลัง 3.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดเตรียมกำลังตำรวจ อาสาสมัคร ให้พร้อมดูแลนักท่องเที่ยว หากมีการยกเลิกเที่ยวบิน โดยจะมีการประสานข้อมูลกับสายการบิน การท่าอากาศยาน สถานทูต บริษัททัวร์ และโรงแรมที่พักอย่างใกล้ชิด 4.จัดกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว และปะปนกับนักท่องเที่ยวเพื่อระวังเหตุ 5.เตรียมพร้อมปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน 6.เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และล่ามแปลของศูนย์ 1155
พร้อมบริการ 24 ชั่วโมง 7.ประชาสัมพันธ์ช่องทางการติดต่อสื่อสารตำรวจท่องเที่ยว ทั้งสายด่วน 1155, Line, Facebook 8.ประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่สำคัญผ่านสื่อต่างๆของตำรวจท่องเที่ยว 9.สนามบินสุวรรณภูมิได้เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย เป็นระดับ 3

ทอท.คุมเข้มป้องกันระเบิด

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่า กรรมการ ทอท.ได้กำชับให้ตรวจสอบพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยง รวมทั้งเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับอุปกรณ์ด้านการรักษาความปลอดภัย โดยขณะนี้ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งคือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ของ ทอท. ยังคงระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่ระดับ 3 ตามเดิม ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุการณ์รุนแรงในกรุงปารีส เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2558 ที่ผ่านมา

สั่งตรวจละเอียดทุกมุม

นายนิตินัยกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เฝ้าติดตามด้านการข่าว และประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มวงรอบของทุกส่วนงานรักษาความปลอดภัย ได้แก่เพิ่มวงรอบของชุดตรวจผสมตระเวนตรวจพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานและในเขตการบิน การตระเวนระงับเหตุ การรักษาการณ์ การจราจรเพิ่มการตรวจค้นสัมภาระติดตัวผู้โดยสารและสัมภาระบรรทุก การตระเวนสุ่มตรวจของหน่วยทำลายวัตถุระเบิด รวมทั้งการออกบัตรอนุญาตบุคคลและยานพาหนะยกเลิกการจอดรถหน้าชานชาลาทุกประเภท งดออกบัตรอำนวยความสะดวกทุกประเภท และเฝ้าระวังด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV) ตลอดเวลา รวมทั้งประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจัดชุดตรวจผสมออกสุ่มตรวจในจุดล่อแหลมนอกจากนั้น ยังได้เตรียมกำลังพลไว้รองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินพร้อมปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินท่าอากาศยาน นอกจากนี้ ยังประสานงานด้านการข่าวกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล และตำรวจท้องที่อย่างใกล้ชิดสำหรับการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ทอท.ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC) และสายการบินต่างๆเพื่อส่งข่าวสารให้ทราบด้วย

รถไฟตื่นตัวขันนอตทุกส่วน

ส่วนนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้เตรียมการเฝ้าระวังเหตุอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากการรถไฟฯ เป็นระบบขนส่งสาธารณะ มีผู้ใช้บริการในการเดินทางเป็นจำนวนมาก จึงได้มอบหมายให้พนักงานประจำสถานี และบนขบวนรถ พนักงานรักษาความปลอดภัย รวมทั้งประสานขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงานการดูแลรักษาความปลอดภัยมากขึ้นทั้งบนขบวนรถและสถานี รวมไปถึงบริเวณโดยรอบบริเวณสถานี ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุอันตรายและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ จึงมีมาตรการต่างๆ ดังนี้ 1.มีการตรวจสอบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ภายในสถานีและบนขบวนรถให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์สามารถใช้การได้ 2.จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตราบริเวณโดยรอบสถานีตลอด 24 ชั่วโมง 3.ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) จำนวน 27 สถานี มีการตรวจสอบความปลอดภัยของสภาพรางและเส้นทางการเดินรถเป็นประจำทุกวัน ติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดแบบ X-ray ช่องอุโมงค์สัมภาระ เครื่องตรวจจับวัตถุโลหะแบบเดินผ่าน และเครื่องตรวจจับวัตถุโลหะแบบมือถือพกพา สำหรับใช้งานที่สถานี 4.เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟและพนักงานประจำสถานีและบนขบวนรถ 5.เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสาร พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของการรถไฟฯ เพื่อให้การบริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือเจ้าหน้าที่ประจำสถานีหรือบนขบวนรถทันที

รฟฟท.งัด 3 มาตรการเฝ้าระวัง

เช่นเดียวกับบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) พลเอกดรัณ ยุทธวงษ์สุข กรรมการและรักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รฟฟท. หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดรถไฟใต้ดิน ที่กรุงบรัสเซลส์ บริษัทฯจึงให้เพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร โดยมีมาตรการ 3 ส่วน คือ มาตรการด้านความปลอดภัย มาตรการด้านความมั่นคง และมาตรการด้านการติดต่อประสานงานกรณีเหตุฉุกเฉินและการตอบสนองต่อเหตุการณ์

คงระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด

ต่อมาสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลเบลเยียมว่า อาจยังมีผู้เกี่ยวข้องกับการโจมตีกรุงบรัสเซลส์อีกหลายคนที่ยังหลบหนีอยู่ ดังนั้น เบลเยียมจึงยังคงระดับการเตือนภัยการก่อการร้ายอยู่ที่ระดับสูงสุด ซึ่งหมายความว่าอาจมีการโจมตีเกิดขึ้นอีก และเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ เป็นกลุ่มเดียวกับสาขาของกลุ่มไอเอสที่ก่อเหตุโจมตีกรุงปารีสเมื่อปลายปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิต 130 ศพ หรือไม่ ขณะที่นายดิเดียร์ เรนเดอร์ รมว.ต่างประเทศเบลเยียม ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ “อาร์ทีบีเอฟ” ถึงจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมด จากเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ครั้งนี้ มีประมาณ 40 สัญชาติ ซึ่งมีทั้งชาวอังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส สหรัฐอเมริกา เปรู โมร็อกโก โคลอมเบีย เอกวาดอร์ และจากอีกหลายประเทศในยุโรปและแอฟริกาเหนือ โดยผู้เสียชีวิตที่ทางการสามารถระบุชื่อได้แก่ นางอเดลมา มารินา ทาเปีย รูอิซ สตรีชาวเปรู ซึ่งอาศัยอยู่ในเบลเยียมได้ 6 ปี เสียชีวิตขณะกำลังเดินทางพร้อมกับสามี ซึ่งเป็นนักข่าวและลูกสาวฝาแฝด 2 คน ซึ่งสามีและลูกๆรอดชีวิต แต่ลูกสาวฝาแฝดคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– ‘กัปตันบินไทย’ เล่านาทีระทึก ก่อนระเบิดสถานีรถไฟกลางกรุงบรัสเซลส์

– จนท.เชื่อ ‘นาจิม ลาคราวี’ ผู้ต้องสงสัยโยงโจมตีปารีส เป็นมือบึมพลีชีพในบรัสเซลส์

– เบลเยียมล่าผู้ต้องสงสัยบึมสนามบินบรัสเซลส์-ค้นบ้านพบระเบิด,ธงไอซิส

Leave a comment