ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/207255
16 มี.ค. 59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่ากรณีที่หลายพื้นที่มีข่าวจะไม่มีน้ำกินใช้เช่นเขื่อนลำตะคองมีน้ำน้อย เพียง 75 ล้านลบ.ม. ตนยืนยันว่าสามารถบริหารน้ำให้มีใช้จนถึงสิ้นก.ค.แน่นอน ซึ่งข่าวที่ออกมาในเวลานี้สร้างความสับสนให้กับประชาชน ออกข่าวไม่มีมูลความจริง และอยากขอบคุณสื่อบางแห่งที่ได้นำเสนอให้ประชาชนได้ทราบว่ากรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปแก้ไขช่วยเหลือพื้นที่จำนวนมากให้มีน้ำกินน้ำใช้ผ่านช่วงแล้งไปได้ แต่ในส่วนเขื่อนอุบลรัตน์ ยอมรับว่ามีน้ำน้อยจริง ได้เตรียมใช้น้ำก้นเขื่อน200 กว่าล้านลบ.ม. ดูแลน้ำกินน้ำใช้ได้ตลอดจนถึงหน้าฝน สำหรับปัญหาน้ำเค็มรุกแม่น้ำบางประกง ขึ้นมาถึงจ.ปราจีนบุรี นั้นบางช่วงยังใช้น้ำทำประปาได้อยู่หากมีความเค็มสูงขึ้นเอาน้ำจากแหล่งอื่นเช่นโครงการอีสวอลเตอร์ ปล่อยน้ำจืดไปเจือจาง
รวมทั้งปัญหาค่าความเค็มเกินแม่น้ำท่าจีน กระทบต่อสวนกล้วยไม้จ.สมุทรสาคร ได้ผันน้ำจากลำน้ำแม่กลอง 39 ล้านลบ.ม.ไปช่วย แก้ไขเจือจางแล้วไม่เป็นปัญหา และใช้รถขนน้ำเข้าไปช่วยเจ้าของสวนกล้วยไม้ด้วยดำเนินการทุกวัน ทั้งนี้มีพื้นที่ปลูกข้าวไม่เกิน 2 แสนไร่ลุ่มเจ้าพระยา ที่มีปัญหาเสี่ยงเสียหายจากขาดน้ำ
“การระบายน้ำจากเขื่อนหลัก วันละ18 ล้านลบ.ม.และ มีน้ำเติมเขื่อนบ้าง จากฝนหลวง โดยเริ่มทำตั้งแต่เดือน ก.พ. ถึงปัจจุบัน ขึ้นปฎิบัติการฝนหลวง110 ครั้งมีฝนตก12 จ. ยืนยันว่าไม่วิฤกติสาหัสจนต้องนำน้ำก้นเขื่อนสิริกิติ์มาใช้ “รมว.เกษตรฯกล่าว
ด้านนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขวิฤกติภัยแล้ง เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อย และป่าสักฯแม้เหลือปริมาณน้ำใช้การได้ 2.7 พันล้านลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ15 มั่นใจว่าจะเพียงพอใช้สิ้นสุดฤดูแล้งและสำรองไว้จนถึงหน้าฝนเดือนก.ค. เพราะได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรลดปลูกข้าวนาปรัง ทำให้การระบายน้ำจาก4 เขื่อนหลัก คงที่วันละ 18 ล้านลบ.ม. ซี่งเพียงพอทุกกิจกรรม ในการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็ม รวมทั้งสถานการณ์ใช้น้ำต่อจากนี้มีแต่จะใช้น้อยลง เพราะมีพืชใช้น้ำน้อยลงด้วย
“ขณะนี้การเกษตรใช้น้ำน้อยลง เพราะรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเป็นทางเลือกหากไม่ปลูกข้าว ก็มีให้เลือกไปทำอย่างอื่นที่มีรายได้ เช่นการจ้างงาน การอบรมทักษะเพิ่มประสิทธิภาพ มั่นใจทุกวันจะใช้น้อยลง ทำให้การผลักดันน้ำเค็มได้ผลเพราะน้ำไม่หายระหว่างทาง รวมทั้งยังมีการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค มาช่วยกันบริหารจัดการน้ำด้วย”รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าว
สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังใกล้วิฤกติขาดแคลนน้ำ 42 จังหวัดที่มีปัญหาแหล่งน้ำต้นทุนจะหมด ซึ่งอาศัยจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่มีใครบริหารจัดการ โดยศูนย์อำนวยการแก้ไขภัยแล้งฯเข้าไปดูจัดหาแหล่งน้ำอื่นมาเสริมเพื่อมีสมดุลน้ำว่าในแต่พื้นที่ต้องมีน้ำเท่าไหร่ ตรงไหนมีน้ำน้อยกว่าหาทางขนน้ำไปช่วย ขุดบ่อบาดาล
“เมื่อถึงฤดูฝนเริ่มเดือนพ.ค. ปริมาณน้ำ 4 เขื่อนจะเหลือ 1.6 พันล้านลบ.ม. ที่สำรองไว้ใช้ในกรณีเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงอาจลำบากต้องชี้แจงขอให้เลื่อนการทำนาปี เพาะถ้าปลูกไปแล้วฝนไม่มา จะไม่มีน้ำชลประทานเหลือไปช่วยได้ จึงควรดูสถานการณ์สภาพฝนเลื่อนออกไปก่อนจนกว่าฝนจะมา อย่างไรก็ตามกรมอุตุนิยมฯคาดการณ์ว่าปีนี้ฝนจะมาปกติโดยปรากฎการณ์แอลนิโญ่คลายตัวลงช่วงเดือนพ.ค.”นายเลิศวิโรจน์ กล่าว
นายเลิศวิโรจน์ กล่าวอีกว่านายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดโครงการเติมน้ำเขื่อนภูมิพล โดยผันน้ำจากลำน้ำยวมซึ่งเป็นลำน้ำในไทยรับน้ำจากแม่น้ำสาละวิน จะเติมน้ำเขื่อนภูมิพลได้ อีก2 พันล้านลบ.ม. ซึ่งเป็นโครงการที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดและการผันน้ำเข้ามาดูแล้วง่ายที่สุด ส่งผลโดยตรงต่อลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งระบบ โดยการศึกษาโครงการใช้เวลา1 ปีรัฐบาลตัดสินว่าจะดำเนินการโครงการหรือไม่ ซึ่งนายกฯให้ความสนใจมาก