อ่างทองปลูกถั่วเขียสู้ภัยแล้ง สร้างรายได้ตามนโยบายรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/207337

วันพุธ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559, 18.14 น.
16 มี.ค. 59 หลังจากเกิดภัยแล้งลุกลามขยายวงกว้าง น้ำต้นทุนในเขื่อนเหลือน้อย ใช้ได้เพียงอุปโภคและบริโภค รัฐบาลขอความร่วมมือเกษตรกรหยุดการทำนาหันมาสนับสนุนการปลูกพืชใช้น้ำน้อยสูภัยแล้ง โดยพืชตระกูลถั่วเป็นพืชที่ทนแล้งใช้น้ำน้อยให้แร่ธาตุในดิน เกษตรกรอ่างทองจำนวนมากจึงหันมาปลูกถั่วเขียวสู้ภัยแล้ง หลังการเก็บผลได้ผลผลิตผลิตและราคาเป็นที่น่าพอใจในการสู้ภัยแล้ง

นายบุญสืบ ชูชีพ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.1 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง เกษตรกรที่แต่เดิมประกอบอาชีพทำนาและได้หันมาทำการปลูกถั่วเขียวสร้างรายได้กล่าวว่าถั่วเขียวเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย แทบไม่ต้องใช้น้ำเลย เพียงแค่ใช้ไอความชื้นจากหมอกและจากดินเท่านั้นเองซึ่งจะดีกว่าการปลูกข้าวหลายเท่า เพราะนอกจากใช้น้ำน้อยยังเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วโดยใช้ระยะเวลาเพียง 2เดือนครึ่งถึง 3 เดือน สำหรับเกษตรกรพืชที่ช่วยเหลือสร้างรายได้ในหน้าแล้งก็คือถั่วเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.หัวไผ่ จะปลูกได้เพียงแต่ข้าวกับถั่วเขียวเท่านั้น ซึ่งสำหรับผลผลิตจะมีบริษัทเอกชน และกรมส่งเสริมการเกษตรมารับซื้อถึงที่

นายบุญสืบกล่าวเพิ่มเติมว่า อยากจะวิงวอนรัฐบาลให้เพิ่มจำนวนเมล็ดพันธุ์ที่นำมาแจกซึ่งใช้ได้เพียง 5 ไร่ แถมยังมีต้นทุนการเก็บเกี่ยวผลผลิตอีก กิโลกรัมละ 7 บาท ซึ่งถ้าสามารถปลูกได้สัก 10 ไร่ก็คงจะดีจึงอยากวิงวอนให้เพิ่มเมล็ดพันธุ์ในช่วงฤดูแล้งต่อไปถ้าไม่มีน้ำทำนา

ด้านนายสมพิศ พูลสวัสดิ์ เกษตรจังหวัดอ่างทองกล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการตามมาตรการที่ 1 ของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมี 8 มาตรการที่จะมาช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งที่ยังขาดน้ำทำนา เพื่อให้เกษตรกรได้มีรายหลังจากหยุดทำนา ซึ่งการปลูกถั่วเขียวเป็นโครงการตามมาตรการที่ 1 ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 10,000 ราย โดยสำหรับการปลูกถั่วเขียวมีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน 700 ราย มีพื้นที่ปลูก 3,000 ไร่ทั้งจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้ทำการเพาะปลูกเรียบร้อยแล้ว โดยเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งจากที่ตนลงพื้นที่ตรวจสอบถือเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพสูงเนื่องจากให้ผลผลิตที่ได้ฝักที่ใหญ่ โดยสำหรับตลาดนั้นจะมีบริษัทเอกชนมารับซื้อโดยจะซื้อเมล็ดพันธุ์กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 34 บาท

เกษตรจังหวัดอ่างทอง กล่าวต่ออีกว่า การปลูกถั่วเขียวไม่มีข้อเสีย ถ้ายิ่งหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตทำการกลบไถ ต้นถั่วเขียวและรากที่อยู่ใต้ดินจะเพิ่มธาตุอาหารให้พืชเป็นอย่างมาก เช่น แร่ธาตุไนโตรเจน อินทรียวัตถุและอื่นฯ ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนด้านปุ๋ยในการทำนาหรือทำการเกษตรรูปแบบอื่นๆในครั้งต่อไป

Leave a comment