ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/207363
นายอุทัย นพคุณวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 (สวพ.1) กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบของ สวพ.1 ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และเชียงราย ส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกลำไย โดยมีประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ ทั้งในรูปลำไยผลสดและแปรรูป แต่ที่ผ่านมามักประสบปัญหาสำคัญ คือ การตรวจสอบพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในเนื้อผลเกินค่ากำหนดมาตรฐานการนำเข้าผลไม้ของจีน ซึ่งได้กำหนดไว้ไม่เกิน 50 ส่วนต่อล้านส่วน ทำให้ผู้ส่งออกผลไม้ไทยบางรายถูกแบนและห้ามนำเข้าลำไยไทยไปจีน โดยที่ผ่านมาภาครัฐได้เร่งแก้ไขด้วยมาตรการต่างๆ ทั้งการวางระบบควบคุม กำกับ ดูแลทั้งทางด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ทำให้มีหลายบริษัทกลับมาส่งออกไปจีนได้บ้างแล้ว
โดยระบบที่ดำเนินการโดยกรมวิชาการเกษตร คือ การควบคุมการส่งออกลำไยสดครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบรับรองแหล่งผลิต โรงคัดบรรจุ โรงรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ การจดทะเบียนผู้ส่งออก การตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) และสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ระบบการตรวจติดตาม การค้นหาสาเหตุและแนวทางการแก้ไข กรณีได้รับการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยอาหารจากประเทศคู่ค้า
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่งออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติในกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (มกษ.1004-2557) ให้เป็นมาตรฐานบังคับครั้งแรกของประเทศไทยกับผลไม้ที่ต้องผ่านกระบวนการรมนี้ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไปดังนั้นในช่วงเวลานี้ผู้ประกอบการโรงรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ทั้งในเขตภาคเหนือและทั่วประเทศกว่า 140 แห่ง ต้องเร่งปรับตัวและเตรียมพร้อม ยื่นเรื่องขออนุญาตกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
ขณะเดียวกันต้องขอการตรวจรับรองจากกรมวิชาการเกษตร ภายในวันที่ 4 พฤษภาคม โดยต้องปรับปรุงโรงรม ห้องรม ระบบบำบัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ รวมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนด และหลักการปฏิบัติในมาตรฐานอย่างถูกต้อง และถูกวิธี จากการประชาสัมพันธ์และแจ้งผู้ประกอบการให้ยื่นเรื่องขอรับการตรวจรับรองจากกรมวิชาการเกษตรตั้งแต่ปลายปี 2558 ปัจจุบันในเขตภาคเหนือมีโรงรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ผ่านการรับรองมาตรฐาน มกษ.1004-2557 แล้วกว่า 70 โรง คาดว่าสามารถรองรับผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในรอบกลางปี 2559 ได้ทัน และจะช่วยให้การส่งออกลำไยสดในฤดูกาลนี้ได้อย่างฉลุย