ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/207219
4เขื่อนเหลือ15%
มีใช้แค่เดือนกรกฎาฯ
ผันน้ำโขงช่วย2จังหวัด
พิจิตรแล้งหนักรอบ20ปี
ชี้เมษาร้อนทะลุ44องศา
สมิทธคาดลากยาวถึงมิย.
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงสภาพอากาศในฤดูร้อนในขณะนี้ว่า อุณหภูมิในประเทศไทย จะสูงสุดถึง 44 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนเมษายน บริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันตกซึ่งติดชายแดนพม่าและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้ง ปีนี้เป็นปีที่ประสบปัญหาน้ำน้อย จึงอยากให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือภัยแล้ง และบริหารจัดการน้ำให้พอใช้ภายในอีก 3-4 เดือน
แนะประชาชนอย่าตื่นข่าวลือ
ส่วนกระแสข่าวในสื่อออนไลน์ว่าวันที่16 มีนาคม อากาศจะร้อน อุณหภูมิทะลุ เกิน44 องศาเซลเซียลว่า ไม่เป็นความจริงเพราะปกติอุณหภูมิจะปรับขึ้นและลดลงทุกวันจึงขอความร่วมมือไปยังประชาชนงดเผยแพร่ข้อความที่สร้างความสับสนและตื่นตระหนก ขอให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ แหล่งที่มาของข้อมูล หรือสอบถามข้อเท็จจริงโดยตรงจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 และ หมายเลขโทรศัพท์02-399-4012 -3 ตลอด24 ชั่วโมงหรือทางเว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา
“สมิท”ชี้ร้อนยาวถึงเดือนมิย.
ด้าน ดร.สมิทธ ธรรมสโรช อดีตประธานกรรมการอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่าประเทศไทยจะร้อนสูงสุด ช่วงเดือนเมษายนจนถึงพฤษภาคมโดยอุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง35-40 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน
คาดแล้งยาวถึงมิย.เตือนรับมือ
สถานการณ์ภัยแล้ง กำลังเข้าขั้นวิกฤติ ขอให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ควรชี้แจงปริมาณน้ำที่แท้จริงกับประชาชน ไม่ใช่บอกว่าน้ำ จะมีพอใช้ ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม เพราะขณะนี้หลายเขื่อน มีปริมาณน้ำที่เก็บกัก ไม่เพียงพอ บางพื้นที่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้สำหรับอุปโภคและบริโภค และไม่สามารถทำฝนหลวงได้เพราะความชื้นในอากาศไม่สูง จึงควรเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือ และจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการใช้งานไปจนถึงเดือนมิถุนายน อีกทั้ง วิกฤติภัยแล้งปีนี้จะส่งผลจนถึงกลางเดือนมิถุนายน คาดประชาชนจะได้รับผลกระทบหนักช่วงสิ้นพฤษภาคมถึงกลางมิถุนายนช่วงฝนทิ้งช่วงและวิกฤติภัยแล้งจะคลี่คลายหลังในเดือนกรกฎาคม ป็นช่วงการเข้าสู่ฤดูฝน
4 เขื่อนใหญ่ วิกฤติ เหลือน้ำ15%
ขณะที่ นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และโฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ล่าสุด สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักปริมาณน้ำ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 726 ลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็นร้อยละ 8(ลดลงจากเมื่อวาน 7 ลบ.ม.), เขื่อนสิริกิติ์ เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 1,341 ลบ.ม.หรือ คิดเป็นร้อยละ 20 (ลดลงจากเมื่อวาน 8 ลบ.ม.),เขื่อนแควน้อยฯ เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 275 ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 31ลดลงจากเมื่อวาน 1 ลบ.ม.) และ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 352 ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ37(ลดลงจากเมื่อวาน 2 ลบ.ม.) ถ้ารวมทั้ง 4 เขื่อน เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้2,694 ลบ.ม.หรือคิดเป็น ร้อยละ15 (ลดลงจากเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 18 ลบ.ม.)
ชลยังมั่นใจยันมีใช้ถึงเดือนก.ค
ขณะที่ เขื่อนอื่นๆเช่น เขื่อนอุบลรัตน์ เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 33 ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 2 (ลดลงจากเมื่อวาน 3 ลบ.ม.) เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ 14 ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 6 (ลดลงจากเมื่อวาน 1 ลบ.ม. )และยืนยันว่า ปริมาณน้ำดังกล่าวมีพอใช้ถึงเดือนกรกฎาคม แต่ขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดอย่างจริงจัง และรู้คุณค่าของทรัพยากรน้ำที่มีจำกัด ให้ผ่านพ้นวิฤกติครั้งนี้ไปได้ ส่วนค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ จุดตรวจวัดน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สำแล มีค่าความเค็มเฉลี่ยประมาณ 0.14 กรัมต่อลิตร ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน เพื่อการผลิตประปาที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.25 กรัมต่อลิตร ไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำดิบผลิตประปาของการประปานครหลวง
บิ๊กตู่ขอชาวนาร่วมปลูกแทนข้าว
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงข้อกังวลเรื่องราคาข้าวตกต่ำ หลังจากที่เกิดปัญหาภัยแล้งทำให้คุณภาพข้าวไม่ดี อยากให้เกษตรกรเข้าใจว่า เราจะต้องร่วมมือกันทำกิจกรรมอื่นๆบ้าง ถ้าขายข้าวอย่างเดียวให้ราคาสูงเป็นไปไม่ได้ เพราะการปลูกข้าวทั่วโลก ล้วนมีปัญหาหมด เพราะหลายประเทศ มีผลิตข้าวจำนวนมากทั้งจีน อินเดียก็มีปัญหาเช่นกัน อีกทั้งกังวล ไม่อยากสร้างหนี้ครัวเรือนเพิ่มแต่อยากให้คนไทยมีบ้านมีทรัพย์สินที่มีมูลค่า
คสช.สั่งกำชับเร่งลงช่วยภัยแล้ง
สถานการณ์ภัยแล้ง ยังทวีความรุนแรง โดยหน่วยงานภาครัฐเร่งให้ความช่วยเหลือ
โดยพ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก(ทบ.)กล่าวภายหลังประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ว่าที่ประชุมให้ความสำคัญการเตรียมรับภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นโดยกำชับทุกส่วนให้เร่งช่วยเหลือในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องให้ทั่วถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบและ ให้ดำเนินการควบคู่ไปกับการดูแลประชาชนที่เดือดร้อนและร้องเรียนในเรื่องอื่นๆเพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไข จากส่วนราชการที่มีหน้าที่โดยตรง พร้อมช่วยหาตลาดขายผลผลิต และตรวจสอบราคาพืชผล ไม่ให้สูงเกินจริง
พิจิตรน้ำยมวิกฤติหนักรอบ20ปี
สถาการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.พิจิตร โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม ต.ไผ่ท่าโพ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ได้ทวีความรุนแรงเข้าขั้นวิกฤติ ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมลดระดับลงจนแห้งขอด มากสุดในรอบ 20 ปี ไม่สามารถสูบน้ำมาผลิตน้ำประปาให้กับชาวบ้านได้ ประชาชนต้องซื้อน้ำ กักตุนไว้ใช้อุปโภคบริโภคในครัวเรือน
ประเดิมผันน้ำโขงแก้แล้ง2จว.
วันเดียวกัน ที่สถานีสูบน้ำชั่วคราว แห่งที่ 1 บ้านดอนคง ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายเสถียร แพงมา หัวหน้าฝ่ายก่อสร้าง 1 สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 3 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ได้ทำการเดินเครื่องสูบน้ำ จำนวน4 เครื่อง เป็นวันแรกเพื่อทำการผันน้ำโขง เพื่อการอุปโภคบริโภคและยังชีพ เข้ามายังลำห้วยหลวง โดยเริ่ม 15 มีนาคม-15 พฤษภาคมนี้
โดยเปิดประตูห้วยหลวง รองรับน้ำ เส้นทางส่งน้ำช่วยเกษตรกรในพื้นที่ หนองคาย และ อุดรธานี ระยะทางรวม 80กิโลเมตร ทำให้เพิ่มน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตรให้ชาวนาทำนาปรังได้พื้นที่ 13,000ไร่ ระยะแรก จะสูบน้ำตั้งแต่06.00-18.00น.รวม12 ชั่วโมง ก่อนประเมินเพิ่มเป็น18 ชั่วโมงจาก 06.00-24.00น. ก่อนจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนรอบใหม่ คาดว่าจะช่วยให้เกษตรกรมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรไปจนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิต