รบ.ออสซี่ มอบเหรียญ BRAVERY MEDAL แก่ฮีโร่หนุ่มไทย ช่วยสาวไอริชถูกแทง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602754

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 เม.ย. 2559 23:24

 

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศเกียรติคุณ ฮีโร่หนุ่มไทย ช่วยสาวไอริชถูกไล่แทงจนตัวเองเจ็บ มอบเหรียญกล้าหาญ BRAVERY MEDAL อย่างเป็นทางการ เพื่อเชิดชูให้คนได้รับรู้ เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนคนไทย-คนท้องถิ่นในนครซิดนีย์ สร้างความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ…

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายณัฐพันธ์ ตรีเมฆ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำประเทศออสเตรเลีย รายงานว่า จากกรณีนายณัฐภัทร เป็นพนัสสัก หรือต้อม อายุ 29 ปี อาชีพเชฟร้านอาหาร VINERY FOOD คนไทยที่อาศัยอยู่ในซิดนีย์ ได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวไอริชที่ถูกชายจรจัดไล่แทงได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนพิตต์สตรีท ใจกลางเมืองซิดนีย์ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา จนตัวเองได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ต่อมาได้รับการติดต่อจากหน่วยงาน GOVERNMENT HOUSE SYDNEY แจ้งให้นายณัฐภัทร ทราบถึงการพิจารณามอบเหรียญกล้าหาญ เพื่อเชิดชูเกียรติคุณนั้น หลังจากรอการติดต่อกลับมาหลายเดือน ล่าสุดทาง GOVERNMENT HOUSE SYDNEY ได้ส่งการ์ดเชิญนายณัฐภัทร เพื่อให้มารับมอบเหรียญกล้าหาญดังกล่าว โดยกำหนดให้มีพิธีมอบเหรียญขึ้นที่ GOVERNMENT HOUSE ในวันที่ 7 เม.ย. 2559 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับความเป็นมาของเหรียญกล้าหาญ THE BRAVERY MEDAL (BM) ประเทศออสเตรเลีย เป็นตราเครื่องหมาย และรางวัลสำหรับบุคคลที่มีความกล้าหาญ ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นขณะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย เพื่อปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1975 โดยสภาชุมชน ต่อจากนั้นรัฐบาลออสเตรเลียได้ตราตั้งให้เหรียญดังกล่าวเป็นเหรียญกล้าหาญ ชั้นสาม จากจำนวนทั้งหมดสามชั้นเหรียญด้วยกัน และผู้ที่ได้รับมอบเหรียญกล้าหาญดังกล่าว ยังสามารถใช้อักษรย่อ (BM) ต่อท้ายชื่อตัวเอง เพื่อเชิดชูเกียรติยศวงศ์ตระกูลสืบต่อไปได้อีกด้วย

นายณัฐภัทร ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “ในวันพิธีมอบเหรียญ มีผม แฟนผม และผู้ใหญ่อีกสองท่านที่ผมให้ความนับถือ คือคุณชัชวาลย์ วิชากรกุล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมไทย-ออสเตรเลียน ที่ให้ความช่วยเหลือ และให้คำปรึกษา และคุณธนาครับ ซึ่งทางผู้จัดพิธี อนุญาตให้แค่สามคนเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องความรู้สึกที่ได้รับเหรียญนั้น รู้สึกดีใจ และภูมิใจเป็นอย่างมากครับ ได้รับเกียรติรับมอบเหรียญ BRAVERY MEDAL จากรัฐบาลออสเตรเลีย ในครั้งนี้ ซึ่งผมก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ในชีวิตไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลยที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ซึ่งก็ทำให้ผมคิดไปได้หลายอย่าง และคิดว่า ผมไม่ได้รับเพื่อตัวผมคนเดียว แต่มันกลับทำให้ผมคิดว่า ผมเป็นคนไทยที่มีโอกาสมาสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยของเรา

พร้อมทั้งรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่วงศ์ตระกูลของผมครับ ซึ่งครอบครัวผม คุณพ่อคุณแม่ก็มีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่ครอบครัวเราได้รับเกียรติให้รับมอบเหรียญนี้ ซึ่งหลังจากนี้ผมก็จะนำเอาเหรียญกลับไปให้คุณพ่อคุณแม่ที่เมืองไทยได้มีโอกาสได้เห็น และชื่นชมด้วยครับ สุดท้ายก็อยากจะฝากกับคนไทย และสังคมไทยที่นี่นะครับว่า ให้รักกัน สามัคคีกัน อย่าทำร้ายกัน อย่าทำร้ายชื่อเสียงประเทศไทย และเหนือไปกว่านั้น ก็ให้ช่วยเหลือกันด้วยครับ เราคนไทยด้วยกัน หนักนิด เบาหน่อย ก็ขอให้ถือซะว่า เราเป็นคนไทยเหมือนกัน”

ทางด้านนายณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ ประจำนครซิดนีย์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า จากที่คนไทยได้รับมอบเหรียญในครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและชุมชนไทยในนครซิดนีย์เป็นอย่างยิ่ง ที่มีคนไทยได้สร้างชื่อเสียงและเกียรติประวัติจนได้รับเหรียญกล้าหาญที่เรียกว่า Bravery Medal ซึ่งรัฐบาลออสเตรเลียจะมอบให้กับบุคคลที่แสดงออกถึงความกล้าหาญที่จะปกป้องคนอื่นในยามสถานการณ์คับขัน ซึ่งนายณัฐภัทร จะได้รับการยกย่องและจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนคนไทยและคนท้องถิ่นในนครซิดนีย์ต่อไป

ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อนหน้านี้ และเห็นว่าควรจัดงานเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่นายณัฐภัทร ซึ่งได้รับเหรียญกล้าหาญอย่างเป็นทางการแล้ว ทางสถานกงสุลใหญ่ฯ จะหาวันเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมจัดงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการต่อไป ขณะที่ชุมชนไทยโดยนายชัชวาลย์ ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมไทย-ออสเตรเลียน เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่นายณัฐภัทร ในครั้งแรกนี้หลังจากพิธีการของทางรัฐบาลออสเตรเลีย

“การทำดีมีหลายอย่างด้วยกัน ไม่จำกัดว่าต้องเป็นการแสดงความกล้าหาญถึงขนาดกรณีของคุณณัฐภัทร ก็สามารถทำในรูปแบบอื่นได้ การทำความดีนอกจากเราจะภูมิใจก็ยังเป็นตัวอย่างให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นหลัง ได้เห็นเป็นตัวอย่างและนำไปปฏิบัติตามและหากการทำความดีมีผู้อื่นเห็นคุณค่า ก็จะได้รับความชื่นชมซึ่งก็ไม่เฉพาะเพียงแต่ตัวเอง สังคมก็จะชื่นชมไปถึงครอบครัว หรือกรณีคุณณัฐภัทร ก็พลอยทำให้ชุมชนไทยได้รับความชื่นชมไปด้วย ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและชุมชนไทยในนครซิดนีย์เป็นอย่างยิ่ง”

Leave a comment