ภูมิบ้านภูมิเมือง : สมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/210750

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ปราสาทเทพบิดรและเจดีย์ทอง

วันจักรีที่ผ่านมานั้นปราสาทเทพบิดรในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว นั้นได้เปิดให้ประชาชนได้สักการะพระบรมรูปของสมเด็จบูรพกษัตริยาธิราชในพระบรมราชวงศ์จักรีที่เสด็จสวรรคตไปแล้ว รวม 8 รัชกาล ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์นั้นได้มีการสถาปนาพระบรมรูป 3 รัชกาล คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระปฐมราชวงศ์จักรี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในลักษณะเปลือยพระองค์ท่อนบนและทรงครุยกรองทองถือพระแสงขรรค์ชัยศรี ประดิษฐานอยู่ในหอพุทธปรางค์ และมีเหตุการณ์ที่ต้องอัญเชิญประดิษฐานในพระที่นั่งองค์อื่นอยู่หลายครั้ง ด้านหน้าปราสาทเทพบิดรนั้นมีพระเจดีย์สีทองสององค์ เป็นเจดีย์แบบย่อไม้สิบสอง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สร้างขึ้นตามประเพณีโบราณที่นิยมให้เป็นเจดีย์คู่หน้าของวัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับสมเด็จพระชนกนาถ (ทองดี) และสมเด็จพระชนนี (ดาวเรือง)

กรอบซุ้มประดิษฐานพระปฐมกษัตริย์ราชวงศ์จักรี (ร.1)

ปราสาทเทพบิดรองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างขึ้นใหม่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ.2398 เดิมชื่อว่าพุทธปรางค์ปราสาท โดยมีพระราชประสงค์ที่จะอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานในปราสาทแห่งนี้ให้เสมอกับพระธรรม  ครั้นเมื่อสร้างเสร็จแล้วปรากฏว่าภายในปราสาทคับแคบเกินไปไม่พอประกอบพิธีสำคัญได้ จึงได้ระงับที่จะอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานตามพระราชดำริเดิมได้ ปราสาทเทพบิดรแห่งนี้จึงมิได้ทำประโยชน์อันใด ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงเห็นว่า พระบรมรูปหล่อเท่าพระองค์จริงของสมเด็จบูรพกษัตริยาธิราชแห่งบรมราชวงศ์จักรี ซึ่งเดิมนั้นได้อัญเชิญประดิษฐานอยู่ในที่ต่างๆ กัน ไม่สะดวกแก่การประกอบพระราชพิธีและการเข้าเฝ้าฯถวายความสักการะของอาณาประชาราษฎร์ทั่วไป พระองค์จึงโปรดให้บูรณะหอพุทธปรางค์ปราสาทแล้วอัญเชิญพระบรมรูปหล่อรวม 5 รัชกาล คือ นับแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จนถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  ที่ทรงสถาปนาขึ้นใหม่อีกองค์มาประดิษฐานในปราสาทแห่งนี้ พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า“ปราสาทเทพบิดร” พร้อมกับได้ตั้งพระราชพิธีสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2461 ครั้งนั้นทรงมีประกาศให้วันดังกล่าวเป็น“วันจักรี”

พระบรมรูปราชวงศ์จักรี

พระบรมรูปของสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชแห่งพระบรมราชวงศ์จักรีที่ประดิษฐานในปราสาทเทพบิดรนั้นมี 8 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ครองราชย์ 28 ปี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ครองราชย์ 15 ปี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ครองราชย์ 27 ปี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ครองราชย์ 18 ปีเศษ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ครองราชย์ 42 ปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ครองราชย์ 15 ปีเศษ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ครองราชย์ 9 ปี และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ครองราชย์ 12 ปี รวม 8 รัชกาลด้วยกัน ปราสาทเทพบิดรนี้เดิมเปิดให้มีการสักการบูชาเพียงวันเดียวคือวันจักรีในวันที่ 6 เมษายน ของทุกปี ในรัชกาลปัจจุบันโปรดเกล้าฯให้เปิดปราสาทเทพบิดรให้ประชาชนทั่วไปเข้าสักการะสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชในวันนักขัตฤกษ์ที่สำคัญเพิ่มขึ้น ดังนั้นในวันเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้จึงเป็นโอกาสที่ชาวไทยทุกคนจะได้สักการะและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระกษัตริยาธิราชพร้อมกัน

พระบรมรูปสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราช

กรอบซุ้มประดิษฐาน รัชกาลที่ 2-3

ดาวเพดานในปราสาทเทพบิดร

พระบรมรูป รัชกาลที่ 1

พระบรมรูป รัชกาลที่ 4

พระบรมรูป 3 รัชกาลทรงครุยกรองทอง

พระราชิพิธีสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราช

Leave a comment