ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เชียงของ’ ภูมิพัฒนาวิถีวัฒนธรรมแม่น้ำโขง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/211706

วันอาทิตย์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เมืองเชียงของและเมืองห้วยทรายของลาว

ในโอกาสงานเทศกาลสงกรานต์นั้น กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มีการจัดงานสงกรานต์อาเซียนขึ้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาวัฒนธรรมระหว่าง ไทย-ลาว-เมียนมา และกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ของเชียงของ ซึ่งมีประเพณีสืบเนื่องร่วมกันในวันสงกรานต์ดังกล่าว ด้วยเหตุที่อำเภอเชียงของนั้น เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงรายมีภูมิประเทศทั้งพื้นที่ราบสลับกับเทือกเขา ด้านตะวันออกบางส่วนอยู่ติดกับแม่น้ำโขง โดยฝั่งตรงข้ามนั้นมีเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงทำให้มีความผูกพันกันมาแต่บรรพบุรุษ หากศึกษาความเป็นมาของเชียงของแล้วพบว่าในอดีตเชียงของเคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยหิรัญนครเงินยาง (เชียงแสน) มีชื่อเมืองว่า “ขรราช” ต่อมามีฐานะเป็นเมืองชื่อ “เมืองเชียงของ” อยู่ในความปกครองของนันทบุรี (น่าน) โดยเจ้าครองนครน่านนั้นได้ตั้งให้เจ้าอริยวงศ์ เป็นเจ้าเมืองเชียงของ เมื่อปีพ.ศ.1805 มีเชื้อสายครองเมืองเชียงของสืบต่อมาจนถึงเจ้าเมืองคนสุดท้าย คือ พญาจิตวงษ์วรยศรังษี ปีพ.ศ.2453 (รศ.129) ภายหลังมีฐานะเป็นอำเภอ ขึ้นกับจังหวัดเชียงรายมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีพญาอริยวงษ์ (น้อย จิตตางกูร) เป็นนายอำเภอคนแรก เมื่อพ.ศ.2457

เจดีย์ทรายสายสัมพันธ์สามชาติ

ปัจจุบันเชียงของแห่งนี้ถือเป็นจุดรวมของกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิม เช่น ไทลื้อ ขมุ ชาวมูเซอ แม้ว เย้า โดยเฉพาะกลุ่มไทลื้อนั้น อาศัยอยู่ที่บ้านห้วยเม็ง และบ้านศรีดอนชัย ซึ่งอพยพมาลงจากทาง สิบสองปันนา ประเทศจีนตอนใต้ ปัจจุบันนั้นประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก และกลุ่มขมุที่ตั้งอยู่บ้านห้วยกอกนั้นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีอยู่ไม่มากนัก สรุปว่าชาวเชียงของส่วนมากทำนา ทำไร่ข้าวโพด สวนส้ม สวนลิ้นจี่ สวนส้มโอ และพืชผักต่างๆ เป็นต้น จากเชียงของไปเชียงแสน ประมาณ 13 กิโลเมตร มีสวนป่าห้วยทรายมานที่มีจุดชมวิวสองฝั่งไทย-ลาว มีเส้นทางเลียบน้ำโขงเริ่มตั้งแต่บ้านหาดไคร้ไปถึงบ้านหัวเวียง ซึ่งมีท่าจับปลาบึก ซึ่งในทุกวันที่ 17-19 เมษายน มีการจัดพิธีบวงสรวงและจับปลาบึกที่หาดูได้ที่เดียวในโลกและถือเป็นการอนุรักษ์ปลาบึกไม่ให้สิ้นพันธุ์และเป็นการสืบทอดการล่าปลาบึกให้คงอยู่เป็นประเพณีของชาวบ้านหาดไคร้ เทศกาลสงกรานต์จึงมีความสำคัญทำให้บริเวณท่าปลาบึกและท่าเรือบั๊ก จัดงานมหาสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ทุกปี โดยมีสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น กล้วยอบเนยศรีลานนา-ผ้าทอศรีดอนชัย ที่มีการสืบทอดมาแต่โบราณจากบรรพบุรุษของชนชาวไทลื้อ และสินค้าหัตถกรรมบ้านสถาน ทุกปีช่วงเดือนเมษายน ชาวประมงเชียงของจะลงไปเก็บไก คือสาหร่ายน้ำจืดที่เกิดในแม่น้ำโขงมาตากแห้งบนคาและปรุงรสด้วย งา ข่า ตะไคร้ แล้วทอดกินส่งเป็นสินค้าโอท็อป

การรดน้ำขอพรตามประเพณีโบราณ

ความเป็นเมืองหน้าด่านของเชียงของที่มีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตนั้นได้ทำให้มีการสร้างสะพานมิตรภาพที่ 4 เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาลาว จีน ซึ่งทำให้มีการกำหนดแผนปรับเปลี่ยนให้เป็นเมืองสองแบบคือเขตพัฒนาและเขตวัฒนธรรม ดังเห็นได้จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ทำให้เชียงของเป็นเส้นทางผ่านสินค้าและผู้คนส่วนใหญ่ ย้ายไปยังท่าเรือบั๊กในเขตหัวเวียง โดยพัฒนาเศรษฐกิจ-การค้า ระบบขนส่งสู่อาเซียน ส่วนพื้นที่เมืองเก่า นั้นเป็นเขตวัฒนธรรมที่มีการส่งเสริมให้เป็นแหล่งเรียนรู้-อนุรักษ์ ตั้งรับปัญหาจากการท่องเที่ยว และการรุกคืบจากสินค้าทางเศรษฐกิจ ที่อาจทำให้วิถีเมืองเชียงของและอัตลักษณ์วัฒนธรรมเดิมเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงที่อาจส่งผลกระทบความมั่นคงของไทย-ลาว จากการเปลี่ยนแปลงของร่องน้ำ และทำลายระบบนิเวศน์ จึงเป็นปฐมบทหนึ่งของความตั้งใจจริงที่คนในพื้นที่ได้ร่วมกันรักษาสืบทอดวิถีวัฒนธรรมเมืองชายแดนริมแม่น้ำโขงให้คงอยู่ต่อไป

รำสายสัมพันธ์ไทย-ลาว-เมียนมา

กลุ่มชาติพันธุ์ร่วมในแม่น้ำโขง

รมว.วัฒนธรรม เปิดสงกรานต์อาเซียน

ดาราสาวจากลาวร่วมงาน

ชาวเชียงทองผู้แจ่มใส

สาวเมียนมา

สาวล้านนา

สาวลาว

แม่น้ำโขงที่ต้องมีการเฝ้าระวังตลอดเวลา

สะพานมิตรภาพที่ 4 เชื่อมฝั่งลาว

Leave a comment