คุกในอุดมคติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/609837

โดย บวร โทศรีแก้ว 24 เม.ย. 2559 05:01

 

คุกหรู-สภาพห้องขังในเรือนจำ “สคีน” ซึ่งนายเแอนเดอร์ส เบห์ริง เบรยวิค ฆาตกรสังหารหมู่ 77 ศพ ในนอร์เวย์ ถูกคุมขังตั้งแต่ปี 2556 หลังถูกศาลตัดสินจำคุกสูงสุด 21 ปี (เอเอฟพี)

คดีเขย่าโลก นายแอนเดอร์ส เบห์ริง เบรยวิค ชาวนอร์เวย์ขวาจัดหัวรุนแรง ก่อการร้ายสังหารหมู่ 77 ศพ เมื่อ 22 ก.ค. 2554 หรือเกือบ 5 ปีก่อน ยังไม่จบง่ายๆ มีควันหลงให้ฮือฮาเป็นระยะๆ

เบรยวิคจุดระเบิดในรถตู้ใกล้ที่สำนักงานรัฐบาลในกรุงออสโล มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ จากนั้นขับรถไปกราดยิงค่ายกิจกรรมฤดูร้อนของยุวชนฝ่ายซ้าย-กลาง ที่เกาะอูโทยา มีผู้เสียชีวิตอีก 69 ศพ ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน ต่อมาเขาถูกศาลพิพากษาจำคุก 21 ปี โทษสูงสุดในนอร์เวย์ ซึ่งไม่มีโทษประหารชีวิต

ระหว่างอยู่ในเรือนจำ “สคีน” ที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด เบรยวิคยื่นฟ้องศาลว่าตนถูกรัฐนอร์เวย์ “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” ร้ายแรง ทั้งถูกขังเดี่ยว 22-23 ชั่วโมงต่อวัน ถูกห้ามส่งจดหมายถึงพวกขวาจัดด้วยกัน เช่นพวกอารยัน บราเธอร์ฮูดในสหรัฐฯ และพวกนาซีใหม่ในรัสเซีย อีกทั้งห้ามรับจดหมายจากผู้เห็นอกเห็นใจ

เขายังฟ้องว่าถูกปลุกทุกครึ่งชั่วโมงยามกลางคืน ถูกใส่กุญแจมือบ่อยเกินไป ถูกเปลื้องผ้าตรวจค้นต่อหน้าพัศดีหญิง ถูกห้ามติดต่อกับนักโทษอื่นๆ จะติดต่อกับเจ้าหน้าที่เรือนจำหรือผู้ไปเยี่ยมก็ต้องมีกระจกหนากั้น ยกเว้นเมื่อมารดาไปเยี่ยมก่อนเสียชีวิตในปี 2556 เขายังเคยอดอาหารประท้วงด้วย

กระทั่งเมื่อ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา โลกต้องตกตะลึง เมื่อผู้พิพากษาหญิง เฮเลน แอนดีเนียส เซคูลิค แห่งศาลนอร์เวย์ตัดสินให้เบรยวิคชนะคดี โดยระบุว่าเขาถูกปฏิบัติบางอย่างในคุกอย่างไร้มนุษยธรรมหรือลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ หรือถูกลงโทษเป็นพิเศษ ซึ่งละเมิดมาตรา 3 ของสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของยุโรป (ECHR)

ชนะคดี-นายแอนเดอร์ส เบห์ริง เบรยวิค ฆาตกรโหด ขณะถูกควบคุมตัวไปขึ้นศาลชั่วคราวในเรือนจำสคีน เมื่อ 15 มี.ค. ก่อนศาลตัดสินเมื่อ 20 เม.ย. ให้เขาชนะคดีละเมิดสิทธิมนุษยชน (เอเอฟพี)

เซคูลิคระบุว่า สิทธิของนักโทษที่จะต้องไม่ถูกปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม เป็นคุณค่าพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่กับ “ผู้ก่อการร้ายและฆาตกร” เธอยังสั่งให้รัฐบาลนอร์เวย์จ่ายค่าสู้คดีให้เบรยวิคถึง 330,000 โครเนอร์ (ราว 1,400,000 บาท) ด้วย

ถ้ารัฐบาลนอร์เวย์หรือเบรยวิคไม่อุทธรณ์คำตัดสินนี้ภายใน 4 สัปดาห์ เรือนจำสคีนมีข้อผูกมัดต้องปฏิบัติต่อเบรยวิคดีขึ้นตามที่ผู้พิพากษาระบุ ส่วนญาติพี่น้องของเหยื่อผู้เสียชีวิตมีความเห็นต่างกัน ส่วนหนึ่งตกตะลึง ผิดหวัง รับไม่ได้ แต่มีบางคนชี้ว่าคำตัดสินเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าระบบศาลยุติธรรมของนอร์เวย์ “มีประสิทธิภาพ” ยังเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างแน่วแน่แม้อยู่ภายใต้สถานการณ์ร้ายแรงสุดขีด

ก่อนหน้านี้ ชาวต่างชาติ (คงรวมทั้งชาวไทยด้วย) คงงุนงงสงสัย เมื่อรู้ข่าวว่าเบรยวิคซึ่งเป็นฆาตกรฆ่าหมู่โหดเหี้ยมถึง 77 ศพ อยู่ในคุกสคีนอย่างสะดวกสบาย ที่คุมขังของเขามีถึง 3 ห้อง คือห้องนอน ห้องเรียน ห้องออกกำลังกาย และยังสามารถไปออกกำลังกายที่สนามหญ้าข้างนอกได้ทุกวัน

เขายังสามารถเล่นวีดิโอเกม ดูทีวี อ่านหนังสือ พิมพ์ มีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว (แต่ไม่มีอินเตอร์เน็ต) ปรุงอาหารเอง ซักรีดเสื้อผ้าเอง โทรศัพท์คุยกับเพื่อนสาว ติดต่อเจ้าหน้าที่เรือนจำ ทนายความ บาทหลวง และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้

คดีเบรยวิคยังทำให้เรือนจำนอร์เวย์ตกเป็นเป้าสนใจของชาวโลก โดยเฉพาะเรือนจำบนเกาะบาสตอยทางใต้กรุงออสโล และเรือนจำฮาลเดนที่ภาคใต้ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเรือนจำในอุดมคติที่ดีมีมนุษยธรรมที่สุดในโลก

ที่คุกบาสตอย นักโทษสามารถเดินเล่นในพื้นที่คล้ายหมู่บ้านได้ ช่วยทำฟาร์ม เล่นสกี ปรุงอาหาร เล่นเทนนิส เล่นไพ่ได้ มีชายหาดให้พักผ่อน ในช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่เรือนจำส่วนใหญ่จะกลับบ้านเหลือไม่กี่คนไว้คอยเฝ้านักโทษ 115 คน ส่วนที่เรือนจำฮาลเดนก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน แถมในห้องครัวมีมีดช้อนส้อมสเตนเลส มีโรงเวิร์กช็อปที่มีทั้งเลื่อย คีม ตะไบ ครบชุด มีสตูดิโอดนตรี พร้อมกีตาร์ คีย์บอร์ด กลองชุด ห้องมิกซ์เสียง

สำนักราชทัณฑ์นอร์เวย์ระบุว่า แรกๆ นักโทษมักถูกส่งไปเข้าเรือนจำที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูง จากนั้นค่อยพิจารณาย้ายไปอยู่เรือนจำที่คุมเข้มน้อยลงไปเรื่อยๆ จนถึงไปอยู่สถานพักฟื้นจิตใจเพื่อเตรียมรับอิสรภาพกลับเข้าร่วมสังคมปกติอีกครั้ง

แม้นอร์เวย์มีโทษจำคุกสูงสุด 21 ปี และนักโทษอาจถูกขังต่อได้ใน “เชิงป้องกัน” ถ้าเห็นว่ายังเป็นอันตรายต่อสังคม แต่โดยปกติจะถูก
จำคุกสั้นเฉลี่ยไม่เกิน 8 เดือน และเกือบ 90% ถูกจำคุกไม่ถึง 1 ปี เพื่อให้กลับเข้าสู่สังคมอีกครั้งโดยเร็วที่สุด โดยที่รัฐก็ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ดังนั้น กระบวนการฟื้นฟูที่ดีจึงสำคัญเป็นพิเศษ

มีผู้ชี้ว่าระบบเรือนจำนอร์เวย์อ่อนเกินไป แต่เมื่อดูจากสถิติกลับได้ผลดียิ่ง โดยนักโทษที่ออกจากคุกส่วนใหญ่จะไม่กลับเข้าไปอีก อัตราผู้กระทำความผิดซ้ำมีแค่ 20% ต่ำที่สุดชาติหนึ่งในโลก เทียบกับอังกฤษที่ 45%

ส่วน “สหรัฐอเมริกา” ซึ่งมีโทษหนัก คุมขังกันยาวนาน ทั้งยังมีโทษประหารชีวิต และต้องใช้เงินมหาศาลในการสร้างและบริหารจัดการเรือนจำ แต่นักโทษที่ออกจากคุกกว่า 76% ถูกจับอีกภายใน 5 ปี!

สำนักราชทัณฑ์นอร์เวย์ระบุว่า คุกควรเป็นที่จำกัด “เสรีภาพ” ไม่ใช่อะไรอื่นมากไปกว่านั้นนักโทษควรมีสิทธิ์เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างนอกชีวิตภายในคุกควรคล้ายชีวิตภายนอกให้มากที่สุด

เป็นอะไรที่น่าคิด แต่ยอมรับได้ยากในประเทศอื่นที่มีบริบทแตกต่างกันมากๆ!

บวร โทศรีแก้ว

Leave a comment